หากป่วยด้วยโรคมะเร็งย่อมส่งผลกระทบต่อการมีบุตร เพราะการรักษามะเร็งด้วยการทำคีโมหรือการฉายแสงนอกจากทำลายเซลล์มะเร็งยังทำลายเซลล์อื่น ๆ ในร่างกาย การวางแผนเก็บไข่ก่อนคีโมและฉายแสงในผู้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็งจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่ต้องการมีบุตรสามารถมีได้หลังรักษามะเร็งจนหายดี
เก็บไข่ก่อนทำคีโมและฉายแสงคืออะไร
การเก็บไข่ หรือแช่แข็งไข่ หรือฝากไข่ (Egg Freezing / Oocyte Cryopreservation) คือ กระบวนการนำไข่ออกจากรังไข่แล้วใช้เทคโนโลยีแช่แข็งอย่างรวดเร็ว เพื่อเก็บรักษาไข่ไว้ในอุณหภูมิต่ำมาก และสามารถนำมาใช้ผสมให้เป็นตัวอ่อนและตั้งครรภ์ได้ในอนาคตหลังหายจากโรคมะเร็ง โดยระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บไข่คือ ก่อนรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัด (Chemotherapy) และการฉายแสงหรือรังสีรักษา (Radiotherapy) เพราะเซลล์ไข่ยังไม่ถูกกระทบจากเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา แต่ความสำเร็จของการตั้งครรภ์ยังมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย ซึ่งต้องได้รับการดูแลโดยสูตินรีแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญ
การทำคีโมและฉายแสงส่งผลต่อการมีบุตรอย่างไร
คุณภาพของไข่ในรังไข่ผู้หญิงลดลงตามอายุ หากต้องเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งด้วยยาเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา ซึ่งต้องเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็งที่มีการแบ่งตัวได้ดีและเร็ว จำนวนไข่ในรังไข่และคุณภาพของไข่จะลดลงอย่างรวดเร็ว โดยขึ้นอยู่กับชนิดของยา ขนาดและระยะเวลาที่ได้รับยา ตำแหน่งที่ได้รับรังสี ปริมาณรังสี อายุผู้ป่วย จำนวนไข่ก่อนเริ่มรักษา รวมถึงการรักษามะเร็งรูปแบบอื่น ๆ ที่ต้องรักษาไปพร้อมกัน เมื่อไข่โดนทำลายไปแล้วไม่สามารถดึงกลับมาได้ แม้จะมีประจำเดือนก็ไม่ได้บ่งบอกว่าภาวะเจริญพันธุ์จะกลับมาเป็นปกติ ดังนั้นหากต้องการมีบุตรผู้ป่วยมะเร็งควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านการรักษาภาวะเจริญพันธุ์และทำการเก็บไข่จำนวนหลายใบก่อนทำการรักษามะเร็ง เพื่อให้พร้อมผสมกับสเปิร์มของคู่สมรสและทำให้เป็นตัวอ่อนพร้อมตั้งครรภ์ในอนาคต
ใครที่ควรพิจารณาเก็บไข่ก่อนรักษามะเร็ง
- ผู้หญิงที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งและต้องการมีบุตรในอนาคต หรือต้องการรักษาทางเลือกด้านการเจริญพันธุ์ล่วงหน้า
- ผู้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็งและจำเป็นต้องได้รับเคมีบำบัดที่เสี่ยงต่อการทำงานของรังไข่
- ผู้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็งจำเป็นต้องได้รับรังสีรักษาที่อาจกระทบต่อรังไข่
- ผู้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็งและส่งผลต่อปริมาณไข่สำรองในรังไข่
ระยะเวลาในการเก็บไข่ก่อนรักษาผู้ป่วยมะเร็ง
โดยทั่วไปการกระตุ้นไข่และติดตามการเจริญเติบโตของถุงไข่จะใช้เวลาประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนเก็บไข่ ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงช่วงใดช่วงหนึ่งของรอบเดือน ซึ่งการกระตุ้นไข่มีความยืดหยุ่นในการกระตุ้นและมีระยะเวลาในการเก็บไข่ที่ไม่รบกวนแผนการรักษามะเร็ง ทั้งนี้ทีมแพทย์จะวางแผนและตัดสินใจร่วมกัน เพราะผู้ป่วยแต่ละคนมีความเร่งด่วนในการรักษามะเร็งแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องได้รับยาเคมีบำบัดในอีก 2 สัปดาห์ แพทย์จะทำการฉีดยากระตุ้นไข่ทันที หลังจากนั้น 2 สัปดาห์จึงเก็บไข่ ไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการรักษาโรคมะเร็ง
ตรวจสุขภาพผู้ป่วยมะเร็งก่อนเก็บไข่
- ตรวจฮอร์โมน AMH (Anti – Mullerian Hormone) เพื่อประเมินจำนวนฟองไข่สำรองที่เหลืออยู่ในรังไข่
- ตรวจการทำงานของฮอร์โมนเพศ FSH, LH, Estradiol และ Progesterone
- ตรวจอัลตราซาวนด์ AFC (Antral Follicle Count) เพื่อนับจำนวนฟองไข่ตั้งต้นและดูขนาดความพร้อมของรังไข่ ประเมินการตอบสนองต่อการกระตุ้นไข่
- ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด CBC (Complete Blood Count)
- ตรวจเลือดเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- ตรวจจำเพาะที่เกี่ยวกับโรคมะเร็งของผู้ป่วยแต่ละรายที่อาจมีผลต่อขั้นตอนการกระตุ้นไข่ หรือหัตถการเจาะเก็บไข่
ขั้นตอนการเก็บไข่ในผู้ป่วยมะเร็งเป็นอย่างไร
กระบวนการเก็บไข่ในผู้ป่วยมะเร็งไม่แตกต่างจากการเก็บไข่ทั่วไป แต่ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมแพทย์อาจมีการใช้ยาเฉพาะเพื่อลดผลกระทบของฮอร์โมนเพศหญิงต่อมะเร็งเต้านม ขั้นตอนการเก็บไข่ประกอบไปด้วย
- ประเมินภาวะเจริญพันธุ์ เช่น อายุ สุขภาพ ชนิดและระยะมะเร็ง แผนการรักษา การตรวจต่าง ๆ ฯลฯ
- กระตุ้นไข่ แพทย์จะใช้ยาฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นไข่หลายใบให้เติบโตและไข่ตก โดยอาจมีการตรวจอัลตรา
ซาวนด์ติดตามการเติบโตของถุงไข่และตรวจระดับฮอร์โมนตามความเหมาะสม - เก็บไข่ เมื่อถุงไข่มีความสมบูรณ์พร้อม แพทย์จะให้ยากระตุ้นการตกไข่ในเวลาที่กำหนด จากนั้นจึงทำการเก็บไข่ผ่านทางช่องคลอด
- แช่แข็งไข่ โดยไข่ที่เหมาะสมจะถูกแช่แข็งด้วยวิธี Vitrification แช่แข็งแบบผลึกแก้วหรือลดอุณหภูมิแบบเฉียบพลัน เพื่อลดการเกิดผลึกน้ำแข็งภายในเซลล์ เพื่อเก็บรักษาไว้สำหรับนำมาใช้ในอนาคตตามความเหมาะสม
อายุของผู้ป่วยมะเร็งมีผลต่อการเก็บไข่หรือไม่
จำนวนและคุณภาพของไข่จะลดลงตามอายุของผู้หญิงที่มากขึ้น แต่ผู้ป่วยมะเร็งมีโอกาสตัดสินใจเพียงครั้งเดียวก่อนการรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือรังสีรักษาว่าจะเก็บไข่หรือไม่ ไม่ว่าในขณะนั้นจะมีอายุเท่าใด แต่การปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการสามารถให้ข้อมูลจำเพาะแต่ละรายเพื่อประกอบการตัดสินใจ โดยรวมการเก็บไข่หลังอายุ 35 ปีมีอัตราสำเร็จลดลงอย่างรวดเร็วตามอายุที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี นอกจากนั้นการทำไข่แช่แข็งมาใช้เพื่อการใส่ตัวอ่อนกลับโพรงมดลูกหลังอายุ 47 ปีต้องได้รับการประเมินความพร้อมโดยละเอียด เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ค่อนข้างสูงมาก
เก็บไข่ก่อนทำคีโมและฉายแสงมีโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จมากแค่ไหน
การเก็บไข่ช่วยเพิ่มโอกาสมีบุตรในอนาคตหลังหายจากมะเร็ง แต่ไม่ได้รับรองว่าจะตั้งครรภ์สำเร็จ เพราะมีหลายปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จในการมีบุตร ไม่ว่าจะเป็นอายุขณะเก็บไข่ จำนวนไข่ที่เก็บได้ คุณภาพของไข่ อัตราการรอดของไข่หลังละลาย ความสำเร็จในการปฏิสนธิ คุณภาพของตัวอ่อน ความแข็งแรงของมดลูก คุณภาพอสุจิฝ่ายชาย และความแข็งแรงของสุขภาพคุณแม่ในวันที่ตั้งครรภ์ การปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการจะได้รับการประเมินอัตราสำเร็จของผู้ป่วย
แต่ละรายโดยละเอียดก่อนเริ่มรักษาเพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้ป่วย
หากไม่ได้เก็บไข่ก่อนเริ่มรักษามะเร็งแล้วอยากมีบุตรยังมีทางเลือกอื่นหรือไม่
ในกรณีที่เข้ารับการรักษามะเร็งโดยไม่ได้เก็บไข่แล้วต้องการมีบุตร แพทย์อาจทำการตรวจประเมินจำนวนไข่ว่ามีเพียงพอที่จะใช้ในการตั้งครรภ์หรือไม่ ในกรณีที่ไข่น้อยมากหรือไม่มีอาจต้องพิจารณาเรื่องไข่บริจาค หากมดลูกสามารถรับตัวอ่อนเข้าไปฝังได้ เนื่องจากการเก็บไข่ในผู้ป่วยมะเร็งสามารถทำได้เพียงครั้งเดียวก่อนเข้ารับยาเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา หากไม่ได้เก็บไข่ในช่วงเวลานั้นแล้วต้องการมีบุตรจำเป็นจะต้องรับไข่บริจาค เนื่องจากจำนวนไข่และคุณภาพจะลดลงอย่างมากหลังการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา
หากตรวจพบว่าเป็นมะเร็งแล้วต้องการมีบุตร ก่อนทำการรักษาด้วยการทำคีโมและฉายแสงควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางร่วมกันโดยเร็วที่สุดเพื่อทำการเก็บไข่ที่รองรับการมีบุตรในอนาคต
คำถามที่พบบ่อย
Q: ผู้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็งเก็บไข่ได้ทุกคนหรือไม่
A: ไม่สามารถเก็บไข่ได้ทุกคน ทั้งนี้ต้องได้รับการประเมินสุขภาพโดยแพทย์เฉพาะทาง ทั้งด้านมะเร็ง ภาวะเจริญพันธุ์ อายุ สุขภาพ และความเร่งด่วนของการรักษามะเร็ง
Q: มะเร็งชนิดใดที่ส่งผลกระทบต่อการมีบุตรมากที่สุด
A: ในผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ไม่สามารถทำได้ รวมถึงมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่อาจมีเกล็ดเลือดต่ำ เลือดไม่แข็งตัว เลือดหยุดยาก หากเก็บไข่อาจเป็นอันตรายได้
โรงพยาบาลที่ชำนาญการเก็บไข่ ฝากไข่ แช่แข็งไข่
ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมให้การดูแลผู้ที่ต้องการมีบุตรคอบคลุมทุกมิติ ทั้งการตรวจวินิจฉัย ตรวจภาวะมีบุตรยาก ดูแลการเก็บไข่ ฝากไข่ แช่แข็งไข่ โดยแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย และทีมสหสาขาที่มากด้วยประสบการณ์ พร้อมวางแผนการมีบุตรอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์การมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ
แพทย์ที่ชำนาญการเก็บไข่ ฝากไข่ แช่แข็งไข่
นพ.ปภากร มิ่งมิตรพัฒนะกุล สูตินรีแพทย์เฉพาะทางรักษาผู้มีบุตรยาก ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลกรุงเทพ
สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง













