ผิดปกติจนกลายเป็นก้อนเนื้อร้ายที่ลุกลามไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียงหรือแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นได้ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากมะเร็งอันดับต้น ๆ ของคนไทยและทั่วโลก ปัญหาที่สำคัญคือผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวและไม่มีอาการจนมะเร็งลุกลามหรือแพร่กระจายไปแล้ว การตรวจคัดกรองด้วย Low-Dose Chest CT Scan จึงช่วยให้สามารถตรวจพบจุดขนาดเล็กภายในปอดที่อาจเป็นมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ทำให้อัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดลดลง เพิ่มโอกาสหายขาด รวมถึงมีการกลับเป็นซ้ำของมะเร็งปอดที่ลดลง
ปอดทำงานอย่างไร
ปอด คือ อวัยวะหลักของระบบทางเดินหายใจ โดยส่วนย่อยที่สุดของปอดจะมีถุงลมปอดขนาดเล็ก (Alveoli) หลายร้อยล้านถุงที่มีความละเอียดอ่อนและไวต่อสารระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนกับคาร์บอนไดออกไซด์ เนื้อเยื่อของถุงลมปอดไม่มีตัวรับความรู้สึกซึ่งจะทำให้แสดงอาการผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำให้โรคมะเร็งปอดมักถูกค้นพบในระยะที่ 3 – 4 ที่ตัวก้อนมะเร็งได้ลามไปสู่หลอดลมที่มีขนาดใหญ่ ลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง หรือมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นแล้ว ทำให้การรักษายากขึ้น โอกาสหายขาดลดลง อัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งสูงขึ้น การตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วย Low-Dose Chest CT Scan จึงมีความสำคัญโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปอดทั้งนี้บุคคลทั่วไปที่ไม่มีความเสี่ยงก็สามารถตรวจคัดกรองเชิงรุกได้เช่นกัน
Low-Dose Chest CT Scan คืออะไร
Low-Dose Chest CT Scan คือ การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์รังสีต่ำ โดยที่คุณภาพของภาพยังคงเพียงพอต่อการวินิจฉัยก้อนเนื้อในปอดที่มีขนาดน้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 มิลลิเมตร โดยผู้เข้ารับการตรวจจะได้รับรังสีน้อยกว่าการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอกด้วยรังสีปกติ (Chest CT Scan) 70 – 80% ซึ่งเทคโนโลยีนี้ได้รับการรับรองจากองค์กรชั้นนำด้านมะเร็งวิทยาของโลก เช่น United States Preventive Services Task Force (USPSTF), American Cancer Society (ACS) และ National Comprehensive Cancer Network (NCCN), European Guidelines และอื่น ๆ ให้ใช้เป็นมาตรฐานการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง
ความต่างระหว่าง Low-Dose CT Scan กับการตรวจแบบอื่น ๆ
|
รูปแบบการตรวจ |
ความสามารถตรวจพบ |
ปริมาณรังสี |
คุณสมบัติ |
|
Low Dose CT (LDCT) |
จุดที่ปอดหรือก้อนเนื้อทุกขนาด ไม่ว่าลักษณะแบบใด (แบบฝ้า / แบบฝ้า – ทึบ/แบบทึบ) ก็สามารถเห็นได้ |
~1 – 1.5 mSv |
|
|
Standard Chest CT |
~6 – 7 mSv |
|
|
|
Chest X-Ray |
ก้อนเนื้อมีลักษณะทึบหรือมีขนาดใหญ่ |
~0.1 mSv |
|
|
PET-CT Scan |
เนื้อเยื่อที่ใช้น้ำตาลสูง มักเป็นการตรวจทั่วร่างกาย |
~25 mSv |
|
|
Photon-Counting Detector CT |
สามารถใช้ในการตรวจความผิดปกติในช่องอกได้เช่นกัน |
~1.5 – 4 mSv |
|
Low-Dose Chest CT Scan ตรวจพบอะไรได้บ้าง
- ก้อนเนื้อหรือจุดในปอดหรือช่องอก ทั้งที่เป็นอันตรายและไม่เป็นอันตราย
- ปอดอักเสบ / ติดเชื้อ
- ถุงลมโป่งพอง
- น้ำในช่องอกจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น อักเสบ ติดเชื้อ มะเร็ง
- หลอดเลือดในช่องอกโป่งพอง
- หินปูนในหลอดเลือดหัวใจ
อาการเตือนมะเร็งปอด
มะเร็งปอดมักไม่มีอาการในระยะแรก การตรวจคัดกรอง Low-Dose Chest CT Scan จึงมีความสำคัญ แต่เมื่อมะเร็งปอดลุกลามมากขึ้น อาจพบอาการดังต่อไปนี้
- อาการของมะเร็งที่โตอยู่ในปอด (มักเป็นระยะที่ 3) ได้แก่ ไอเรื้อรัง ไอมีเลือดปน เสียงแหบ เสียงเปลี่ยนไม่หาย
- อาการที่มะเร็งลุกลามไปยังอวัยวะอื่น (มักเป็นระยะที่ 4) ได้แก่ หอบเหนื่อย หายใจลำบาก เจ็บปวดบริเวณกระดูก อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย น้ำหนักลดแบบไม่มีสาเหตุ
ใครบ้างที่ควรตรวจ Low-Dose Chest CT Scan
ประเทศในแถบเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่น ๆ มีการศึกษาพบว่า มีโอกาสตรวจพบมะเร็งปอดได้แม้ไม่ได้สูบบุหรี่ เนื่องจากมีการกลายพันธุ์ของยีน EGFR รวมถึงอาจได้รับการสัมผัสปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งปอดมากกว่าในประเทศทางอเมริกาหรือยุโรป เช่น ฝุ่นละอองพิษ (PM 2.5) ควันธูป ควันไฟจากการเผาไหม้ในครัวเรือน เป็นต้น ดังนั้นการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอกรังสีต่ำเป็นประจำทุกปีมีความสำคัญ
- ผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้หญิงอายุ 45 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งปอด
- ผู้ที่กำลังสูบหรือเคยสูบบุหรี่มากกว่าหรือเท่ากับ 20 Pack-years
*Pack-years คือ หน่วยวัด “ปริมาณการสูบบุหรี่สะสม” โดยคำนวณจากจำนวนซองที่สูบต่อวัน × จำนวนปีที่สูบตัวอย่างเช่น 1 ซอง/วัน นาน 20 ปี = 1 × 20 = 20 pack-years หรือ 2 ซอง/วัน นาน 10 ปี = 2 × 10 = 20 pack-years เป็นต้น
กลุ่มเสี่ยงปานกลางที่ควรตรวจ Low-Dose Chest CT Scan
- ผู้ที่อาศัยหรือทำงานในพื้นที่มีมลพิษทางอากาศสูง เช่น ฝุ่น PM2.5
- ผู้ที่เคยได้รับรังสีรักษาบริเวณทรวงอก
- ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคปอดเรื้อรัง
- ผู้ที่เคยเป็นมะเร็งชนิดอื่นมาก่อน
ทั้งนี้บุคคลทั่วไปแม้ไม่มีความเสี่ยงก็สามารถรับการตรวจคัดครองด้วย Low-Dose Chest CT Scan ได้เช่นกัน
เตรียมตัวก่อนตรวจ Low-Dose Chest CT Scan
- รับประทานอาหารตามปกติ ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร
- ถอดเครื่องประดับโลหะ เช่น สร้อย ต่างหู
- สวมเสื้อผ้าให้สบายตัว
- หากกำลังตั้งครรภ์อยู่แจ้งแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง
ขั้นตอนการตรวจ Low-Dose Chest CT Scan ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ
- ประเมินก่อนตรวจ: แพทย์ซักประวัติความเสี่ยง ประเมินความเหมาะสมในการตรวจ
- การตรวจ: นอนราบบนเครื่อง CT ใช้เวลาไม่เกิน 10 – 15 นาที ไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี
- การวิเคราะห์ภาพ: โดยรังสีแพทย์ผู้ชำนาญในการอ่านผลภาพในช่องอก
- รายงานผลการตรวจ
- แพทย์เฉพาะทางมะเร็งปอดอธิบายผลอย่างละเอียดพร้อมวางแผนการดูแลรักษาเฉพาะบุคคล
ทางเลือกในการรักษาเมื่อพบความผิดปกติ
หากตรวจพบความผิดปกติ ทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team: MDT) จะร่วมกันวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ได้แก่
- ตรวจชิ้นเนื้อ (Tissue Diagnosis) สามารถทำได้หลายวิธีตามความเหมาะสมของผู้ป่วยและตำแหน่งของความผิดปกติที่ตรวจพบ เช่น ส่องกล้องหลอดลม (Bronchoscopy) เจาะตรวจผ่านทางผิวหนัง (Trans-Thoracic Needle Biopsy) หรือการผ่าตัดแบบส่องกล้องแผลเล็ก (Minimally Invasive Thoracoscopic Surgery)
- วางแผนการรักษา โดยทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team: MDT) เพื่อวางแผนวิธีการรักษาที่เหมาะสมและผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุดมีหลายวิธี
- การผ่าตัดแบบส่องกล้อง Video-Assisted Thoracoscopic Surgery (VATS) หรือการผ่าตัดแบบส่องกล้องโดยใช้แขนหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Robotic-assisted Thoracoscopic Surgery (RATS) สำหรับมะเร็งปอดระยะที่ 1 เป็นหลัก รวมถึงระยะที่ 2 – 3 ซึ่งใช้การผ่าตัดควบคู่กับการรักษาชนิดอื่น โดยการผ่าตัดแบบส่องกล้องถือเป็นการรักษาหลักที่ให้ผลดี ฟื้นตัวไว นอนโรงพยาบาลไม่นาน แผลผ่าตัดขนาดเล็ก เจ็บน้อย และมีโอกาสหายขาดในผู้ที่เป็นมะเร็งระยะแรกสูงถึง 80 – 90%
- การฉายรังสีแบบ Stereotactic Body Radiation Therapy (SBRT) ใช้ในการรักษามะเร็งปอดระยะที่ 1 กรณีที่ผู้ป่วยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือสภาพร่างกายไม่เหมาะกับการผ่าตัด, ใช้รักษามะเร็งปอดระยะที่ 3, ใช้หลังผ่าตัดในบางกรณี, ใช้ควบคุมอาการกรณีเป็นมะเร็งระยะลุกลาม โดยเทคนิค SBRT หรือ SABR (Stereotactic Ablative Radiotherapy) ส่งรังสีพลังงานสูงไปยังก้อนมะเร็งอย่างตรงจุดในจำนวนครั้งน้อย (1 – 8 ครั้ง) ลดผลข้างเคียงต่อเนื้อเยื่อปกติโดยรอบ
- การรักษาด้วยยา (Systemic Therapy) ประกอบด้วยเคมีบำบัด (Chemotherapy) ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) และยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) ซึ่งการใช้ยารักษามะเร็งปอดในปัจจุบัน มีการใช้ยาหลังรักษาด้วยการผ่าตัดในมะเร็งระยะที่ 1 บางชนิด, การให้ยาก่อนหรือหลังผ่าตัดในมะเร็งระยะที่ 2 เพื่อเพิ่มโอกาสหายขาด, การให้ยาควบคู่กับการฉายแสงในมะเร็งระยะที่ 3 และการให้ยารักษาควบคุมมะเร็งระยะที่ 4 โดยก่อนรักษาด้วยยามักมีการตรวจวิเคราะห์ยีนเพื่อหาการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม เช่น EGFR, ALK, ROS1, KRAS G12C, PD-L1 และอื่น ๆ ช่วยให้แพทย์เลือกยาที่จำเพาะต่อมะเร็งของผู้ป่วยแต่ละรายอย่างเหมาะสม
ดูแลป้องกันมะเร็งปอด
- งดสูบบุหรี่หรือเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ที่สูบบุหรี่ ช่วยลดโอกาสเกิดมะเร็งปอดอย่างมีนัยสำคัญ
- เลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง หากเลี่ยงไม่ได้ป้องกันโดยใส่หน้ากากอนามัยแบบปกติหรือแบบ N-95
- ช่วงที่สภาพมลพิษทางอากาศสูงควรใช้เครื่องฟอกอากาศภายในอาคารที่ห้องปิดมิดชิด โดยใช้ตัวกรองแบบ HEPA (High-Efficiency Particulate Air) ซึ่งแผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูงสามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กมากถึง 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.97% เช่น ฝุ่น PM2.5 ละอองเกสร ไรฝุ่น สปอร์ของเชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัสบางชนิดได้
- รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตามไม่มีหลักฐานสนับสนุนอาหารที่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งปอด
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แนะนำคาร์ดิโอ (Aerobic Exercise) ให้ชีพจรอยู่ในโซน 2 – 3 สัปดาห์ละ 150 นาที - ตรวจสุขภาพประจำปีตามความเสี่ยงที่พบ
- สังเกตความผิดปกติ หากมีอาการพบแพทย์ทันที
คำถามที่พบบ่อย
Q: Low-Dose Chest CT Scan อันตรายไหม
A: การตรวจ Low-Dose Chest CT Scan ใช้ปริมาณรังสีประมาณ 1 – 1.5 มิลลิซีเวิร์ต เทียบได้กับรังสีที่ได้รับจากธรรมชาติในชีวิตประจำวันประมาณ 4 – 6 เดือน หรือเทียบเท่าการตรวจเอกซเรย์ปอดปกติ 10 – 15 แผ่น ซึ่งความเสี่ยงจากรังสีนี้ถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับและองค์กรทางการแพทย์ระดับโลกรับรองความปลอดภัยในการตรวจซ้ำทุกปีสำหรับกลุ่มเสี่ยง
Q: ตรวจ Low-Dose Chest CT Scan ต้องฉีดสารทึบรังสีไหม
A: การตรวจ Low-Dose Chest CT Scan สำหรับคัดกรองมะเร็งปอดไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี จึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคไต ผู้แพ้สารทึบรังสี หรือผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการฉีดยา ขั้นตอนการตรวจรวดเร็ว ไม่เป็นอันตราย ใช้เวลาตรวจไม่เกิน 15 นาที
Q: หากพบก้อนเนื้อในปอดบ่งบอกว่าเป็นมะเร็งปอดหรือไม่
A: ไม่เสมอไป เพราะผู้ที่ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย Low-Dose Chest CT Scan ประมาณ 24 – 40% อาจพบจุดที่ปอดได้ ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการติดเชื้อในอดีต การอักเสบ หรือหินปูน ไม่ใช่มะเร็ง แพทย์จะประเมินขนาด ลักษณะ และความหนาแน่นของก้อนเนื้อ เพื่อวางแผนติดตามดูแลรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายโดยเฉพาะ
Q: Low-Dose Chest CT Scan กับการตรวจ Chest X-Ray ปอดธรรมดาต่างกันอย่างไร
A: การตรวจ Chest X-Ray สามารถตรวจพบก้อนเนื้อขนาดใหญ่หรือมีลักษณะทึบมาก จึงมักพลาดในการตรวจพบมะเร็งปอดระยะแรกที่มีขนาดเล็กหรือลักษณะก้อนไม่ทึบ ในขณะที่ Low-Dose Chest CT Scan สามารถตรวจพบก้อนเนื้อขนาดเล็กเพียง 1 – 2 มิลลิเมตรได้ด้วยภาพ 3 มิติของปอดทั้งสองข้าง และให้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะเนื้อเยื่อที่ละเอียดกว่ามาก ทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ไวและลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดได้
Q: ใครไม่ควรตรวจ Low-Dose Chest CT Scan
A: แม้การตรวจ Low-Dose Chest CT Scan จะปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการตรวจในกรณีที่เป็นหญิงตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์, ผู้ที่เพิ่งผ่าตัดทรวงอก อาจทำให้ภาพไม่ชัดเจน, ตรวจในขณะที่มีอาการทางระบบทางเดินหายใจเช่นติดเชื้อทางเดินหายใจหรือในขณะนั้นมีการเจ็บป่วยด้วยโรคปอดจะทำให้การแปลผลทำได้ยากและความน่าเชื่อถือในการวินิจฉัยมะเร็งปอดลดลง
Q: หากผลตรวจ Low-Dose Chest CT Scan ปกติ บ่งบอกว่าไม่เป็นมะเร็งปอดใช่หรือไม่
A: ในกรณีที่ผลตรวจ Low-Dose Chest CT Scan ออกมาเป็นปกติ บ่งบอกว่าในขณะที่ตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติที่น่ากังวล แต่ไม่ได้การันตีว่าจะไม่เกิดมะเร็งในอนาคต เพราะมะเร็งอาจพัฒนาขึ้นในภายหลังได้ ดังนั้นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจึงควรตรวจทุกปีตามคำแนะนำของแพทย์และควรสังเกตอาการผิดปกติด้วยตนเอง หากมีอาการก่อนครบกำหนดตรวจควรรีบพบแพทย์ทันที
โรงพยาบาลที่ชำนาญการตรวจ Low-Dose Chest CT Scan
โรงพยาบาลวัฒโนสถ Cancer Hospital มีแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญและมากด้วยประสบการณ์ พร้อมให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย Low-Dose Chest CT Scan และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลตามระยะของโรค ครอบคลุมทั้งการผ่าตัด การให้ยา (เคมีบำบัด ยามุ่งเป้า หรือภูมิคุ้มกันบำบัด) และการฉายแสง โดยทีมสหสาขาดูแลใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ที่รับการรักษาทุกราย
แพทย์ที่ชำนาญการดูแลรักษาโรคมะเร็งปอด
นพ.กฤษฏิ์ วิกัน ศัลยแพทย์ทรวงอก โรงพยาบาลวัฒโนสถ Cancer Hospital
สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง
.jpg)












