โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเอกซเรย์ช่องอกแบบรังสีต่ำ (Low-Dose Chest CT Scan-LDCT Chest)

    8 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    นพ. กฤษฏิ์ วิกัน
    นพ. กฤษฏิ์ วิกัน

    โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ

    อัปเดตเมื่อ: 18 ก.ย. 2569
    Dr. Krit Vikan
    นพ. กฤษฏิ์ วิกัน
    โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ
    แพ็กเกจแนะนำ
    การเจาะดูดชิ้นเนื้อระบบสูญญากาศ โดยใช้แมมโมแกรมนำทาง ภายใต้การใช้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่
    การเจาะดูดชิ้นเนื้อระบบสูญญากาศ โดยใช้แมมโมแกรมนำทาง ภายใต้การใช้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่
    ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเอกซเรย์ช่องอกแบบรังสีต่ำ (Low-Dose Chest CT Scan-LDCT Chest)
    โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ
    อัปเดตเมื่อ: 18 ก.ย. 2569

    ผิดปกติจนกลายเป็นก้อนเนื้อร้ายที่ลุกลามไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียงหรือแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นได้ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากมะเร็งอันดับต้น ๆ ของคนไทยและทั่วโลก ปัญหาที่สำคัญคือผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวและไม่มีอาการจนมะเร็งลุกลามหรือแพร่กระจายไปแล้ว การตรวจคัดกรองด้วย Low-Dose Chest CT Scan จึงช่วยให้สามารถตรวจพบจุดขนาดเล็กภายในปอดที่อาจเป็นมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ทำให้อัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดลดลง เพิ่มโอกาสหายขาด รวมถึงมีการกลับเป็นซ้ำของมะเร็งปอดที่ลดลง

     

    ปอดทำงานอย่างไร

    ปอด คือ อวัยวะหลักของระบบทางเดินหายใจ โดยส่วนย่อยที่สุดของปอดจะมีถุงลมปอดขนาดเล็ก (Alveoli) หลายร้อยล้านถุงที่มีความละเอียดอ่อนและไวต่อสารระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนกับคาร์บอนไดออกไซด์ เนื้อเยื่อของถุงลมปอดไม่มีตัวรับความรู้สึกซึ่งจะทำให้แสดงอาการผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำให้โรคมะเร็งปอดมักถูกค้นพบในระยะที่ 3 – 4 ที่ตัวก้อนมะเร็งได้ลามไปสู่หลอดลมที่มีขนาดใหญ่ ลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง หรือมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นแล้ว ทำให้การรักษายากขึ้น โอกาสหายขาดลดลง อัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งสูงขึ้น การตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วย Low-Dose Chest CT Scan จึงมีความสำคัญโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปอดทั้งนี้บุคคลทั่วไปที่ไม่มีความเสี่ยงก็สามารถตรวจคัดกรองเชิงรุกได้เช่นกัน

    Low-Dose Chest CT Scan คืออะไร

    Low-Dose Chest CT Scan คือ การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์รังสีต่ำ โดยที่คุณภาพของภาพยังคงเพียงพอต่อการวินิจฉัยก้อนเนื้อในปอดที่มีขนาดน้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 มิลลิเมตร โดยผู้เข้ารับการตรวจจะได้รับรังสีน้อยกว่าการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอกด้วยรังสีปกติ (Chest CT Scan) 70 – 80% ซึ่งเทคโนโลยีนี้ได้รับการรับรองจากองค์กรชั้นนำด้านมะเร็งวิทยาของโลก เช่น United States Preventive Services Task Force (USPSTF), American Cancer Society (ACS) และ National Comprehensive Cancer Network (NCCN), European Guidelines และอื่น ๆ ให้ใช้เป็นมาตรฐานการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง

    ความต่างระหว่าง Low-Dose CT Scan กับการตรวจแบบอื่น ๆ

    รูปแบบการตรวจ

    ความสามารถตรวจพบ

    ปริมาณรังสี

    คุณสมบัติ

    Low Dose CT (LDCT)

    จุดที่ปอดหรือก้อนเนื้อทุกขนาด ไม่ว่าลักษณะแบบใด (แบบฝ้า / แบบฝ้า – ทึบ/แบบทึบ) ก็สามารถเห็นได้

    ~1 – 1.5 mSv

    • ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดระยะเริ่มต้นเชิงรุกโดยผู้ตรวจไม่ต้องรับรังสีปริมาณมากเกินความจำเป็น
    • ตรวจความผิดปกติเบื้องต้นของช่องอกและปอดได้

    Standard Chest CT

    ~6 – 7 mSv

    • ตรวจวินิจฉัยช่องอกที่ต้องการความละเอียดมากขึ้น
    • อาจมีการใช้สารทึบรังสีหากต้องการดูหลอดเลือดโดยละเอียด
    • ใช้ในการติดตามบางโรค

    Chest X-Ray

    ก้อนเนื้อมีลักษณะทึบหรือมีขนาดใหญ่

    ~0.1 mSv

    • ไม่อาจเห็นจุดที่ปอดซึ่งมีขนาดเล็กมากได้
    • มักใช้ในการตรวจสุขภาพทั่วไป
    • วินิจฉัยโรคอื่นเบื้องต้นได้ เช่น ปอดอักเสบ ปอดติดเชื้อ น้ำในช่องปอด เป็นต้น
    • ได้รับรังสีน้อย

    PET-CT Scan

    เนื้อเยื่อที่ใช้น้ำตาลสูง

    มักเป็นการตรวจทั่วร่างกาย

    ~25 mSv

    • บ่งบอกลักษณะก้อนที่ตรวจพบ โดยมีการใช้สารนิวเคลียร์ติดสีและสารทึบรังสีในการตรวจ โดยแสดงถึงความสามารถในการใช้น้ำตาลของเนื้อเยื่อต่าง ๆ เช่นมะเร็งจะเป็นเนื้อเยื่อที่มีการใช้น้ำตาลมาก เป็นต้น
    • ช่วยในการแยกลักษณะของความผิดปกติของจุดที่พบในปอดได้ แต่จุดที่เล็กมากกว่า 8 มิลลิเมตร จะแยกไม่ได้ชัดเจน
    • มักใช้ระบุระยะและการแพร่กระจายของโรคมะเร็ง

    Photon-Counting Detector CT

    สามารถใช้ในการตรวจความผิดปกติในช่องอกได้เช่นกัน

    ~1.5 – 4 mSv

    • ลดการใช้ปริมาณรังสีที่ผู้ตรวจจะได้รับ
    • เห็นภาพได้ค่อนข้างละเอียด ลดสิ่งรบกวน (Noise) จากการสร้างภาพ
    • ยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับในการใช้ตรวจคัดกรองมะเร็งปอด

    ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเอกซเรย์ช่องอกแบบรังสีต่ำ (Low-Dose Chest CT Scan-LDCT Chest)

    Low-Dose Chest CT Scan ตรวจพบอะไรได้บ้าง

    • ก้อนเนื้อหรือจุดในปอดหรือช่องอก ทั้งที่เป็นอันตรายและไม่เป็นอันตราย
    • ปอดอักเสบ / ติดเชื้อ
    • ถุงลมโป่งพอง
    • น้ำในช่องอกจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น อักเสบ ติดเชื้อ มะเร็ง
    • หลอดเลือดในช่องอกโป่งพอง
    • หินปูนในหลอดเลือดหัวใจ

    อาการเตือนมะเร็งปอด

    มะเร็งปอดมักไม่มีอาการในระยะแรก การตรวจคัดกรอง Low-Dose Chest CT Scan จึงมีความสำคัญ แต่เมื่อมะเร็งปอดลุกลามมากขึ้น อาจพบอาการดังต่อไปนี้

    • อาการของมะเร็งที่โตอยู่ในปอด (มักเป็นระยะที่ 3) ได้แก่ ไอเรื้อรัง ไอมีเลือดปน เสียงแหบ เสียงเปลี่ยนไม่หาย
    • อาการที่มะเร็งลุกลามไปยังอวัยวะอื่น (มักเป็นระยะที่ 4) ได้แก่ หอบเหนื่อย หายใจลำบาก เจ็บปวดบริเวณกระดูก อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย น้ำหนักลดแบบไม่มีสาเหตุ

    ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเอกซเรย์ช่องอกแบบรังสีต่ำ (Low-Dose Chest CT Scan-LDCT Chest)

    ใครบ้างที่ควรตรวจ Low-Dose Chest CT Scan

    ประเทศในแถบเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่น ๆ มีการศึกษาพบว่า มีโอกาสตรวจพบมะเร็งปอดได้แม้ไม่ได้สูบบุหรี่ เนื่องจากมีการกลายพันธุ์ของยีน EGFR รวมถึงอาจได้รับการสัมผัสปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งปอดมากกว่าในประเทศทางอเมริกาหรือยุโรป เช่น ฝุ่นละอองพิษ (PM 2.5) ควันธูป ควันไฟจากการเผาไหม้ในครัวเรือน เป็นต้น ดังนั้นการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอกรังสีต่ำเป็นประจำทุกปีมีความสำคัญ

    • ผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้หญิงอายุ 45 ปีขึ้นไป
    • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งปอด
    • ผู้ที่กำลังสูบหรือเคยสูบบุหรี่มากกว่าหรือเท่ากับ 20 Pack-years

    *Pack-years คือ หน่วยวัด “ปริมาณการสูบบุหรี่สะสม” โดยคำนวณจากจำนวนซองที่สูบต่อวัน × จำนวนปีที่สูบตัวอย่างเช่น 1 ซอง/วัน นาน 20 ปี = 1 × 20 = 20 pack-years หรือ 2 ซอง/วัน นาน 10 ปี = 2 × 10 = 20 pack-years เป็นต้น

    กลุ่มเสี่ยงปานกลางที่ควรตรวจ Low-Dose Chest CT Scan

    • ผู้ที่อาศัยหรือทำงานในพื้นที่มีมลพิษทางอากาศสูง เช่น ฝุ่น PM2.5
    • ผู้ที่เคยได้รับรังสีรักษาบริเวณทรวงอก
    • ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคปอดเรื้อรัง
    • ผู้ที่เคยเป็นมะเร็งชนิดอื่นมาก่อน

    ทั้งนี้บุคคลทั่วไปแม้ไม่มีความเสี่ยงก็สามารถรับการตรวจคัดครองด้วย Low-Dose Chest CT Scan ได้เช่นกัน

    เตรียมตัวก่อนตรวจ Low-Dose Chest CT Scan

    • รับประทานอาหารตามปกติ ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร
    • ถอดเครื่องประดับโลหะ เช่น สร้อย ต่างหู
    • สวมเสื้อผ้าให้สบายตัว
    • หากกำลังตั้งครรภ์อยู่แจ้งแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง

    ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเอกซเรย์ช่องอกแบบรังสีต่ำ (Low-Dose Chest CT Scan-LDCT Chest)

    ขั้นตอนการตรวจ Low-Dose Chest CT Scan ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ

    1. ประเมินก่อนตรวจ: แพทย์ซักประวัติความเสี่ยง ประเมินความเหมาะสมในการตรวจ
    2. การตรวจ: นอนราบบนเครื่อง CT ใช้เวลาไม่เกิน 10 – 15 นาที ไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี
    3. การวิเคราะห์ภาพ: โดยรังสีแพทย์ผู้ชำนาญในการอ่านผลภาพในช่องอก
    4. รายงานผลการตรวจ
    5. แพทย์เฉพาะทางมะเร็งปอดอธิบายผลอย่างละเอียดพร้อมวางแผนการดูแลรักษาเฉพาะบุคคล

    ทางเลือกในการรักษาเมื่อพบความผิดปกติ

    หากตรวจพบความผิดปกติ ทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team: MDT) จะร่วมกันวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ได้แก่

    1. ตรวจชิ้นเนื้อ (Tissue Diagnosis) สามารถทำได้หลายวิธีตามความเหมาะสมของผู้ป่วยและตำแหน่งของความผิดปกติที่ตรวจพบ เช่น ส่องกล้องหลอดลม (Bronchoscopy) เจาะตรวจผ่านทางผิวหนัง (Trans-Thoracic Needle Biopsy) หรือการผ่าตัดแบบส่องกล้องแผลเล็ก (Minimally Invasive Thoracoscopic Surgery)
    2. วางแผนการรักษา โดยทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team: MDT) เพื่อวางแผนวิธีการรักษาที่เหมาะสมและผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุดมีหลายวิธี
      • การผ่าตัดแบบส่องกล้อง Video-Assisted Thoracoscopic Surgery (VATS) หรือการผ่าตัดแบบส่องกล้องโดยใช้แขนหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Robotic-assisted Thoracoscopic Surgery (RATS) สำหรับมะเร็งปอดระยะที่ 1 เป็นหลัก รวมถึงระยะที่ 2 – 3 ซึ่งใช้การผ่าตัดควบคู่กับการรักษาชนิดอื่น โดยการผ่าตัดแบบส่องกล้องถือเป็นการรักษาหลักที่ให้ผลดี ฟื้นตัวไว นอนโรงพยาบาลไม่นาน แผลผ่าตัดขนาดเล็ก เจ็บน้อย และมีโอกาสหายขาดในผู้ที่เป็นมะเร็งระยะแรกสูงถึง 80 – 90%
      • การฉายรังสีแบบ Stereotactic Body Radiation Therapy (SBRT) ใช้ในการรักษามะเร็งปอดระยะที่ 1 กรณีที่ผู้ป่วยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือสภาพร่างกายไม่เหมาะกับการผ่าตัด, ใช้รักษามะเร็งปอดระยะที่ 3, ใช้หลังผ่าตัดในบางกรณี, ใช้ควบคุมอาการกรณีเป็นมะเร็งระยะลุกลาม โดยเทคนิค SBRT หรือ SABR (Stereotactic Ablative Radiotherapy) ส่งรังสีพลังงานสูงไปยังก้อนมะเร็งอย่างตรงจุดในจำนวนครั้งน้อย (1 – 8 ครั้ง) ลดผลข้างเคียงต่อเนื้อเยื่อปกติโดยรอบ
      • การรักษาด้วยยา (Systemic Therapy) ประกอบด้วยเคมีบำบัด (Chemotherapy) ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) และยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) ซึ่งการใช้ยารักษามะเร็งปอดในปัจจุบัน มีการใช้ยาหลังรักษาด้วยการผ่าตัดในมะเร็งระยะที่ 1 บางชนิด, การให้ยาก่อนหรือหลังผ่าตัดในมะเร็งระยะที่ 2 เพื่อเพิ่มโอกาสหายขาด, การให้ยาควบคู่กับการฉายแสงในมะเร็งระยะที่ 3 และการให้ยารักษาควบคุมมะเร็งระยะที่ 4 โดยก่อนรักษาด้วยยามักมีการตรวจวิเคราะห์ยีนเพื่อหาการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม เช่น EGFR, ALK, ROS1, KRAS G12C, PD-L1 และอื่น ๆ ช่วยให้แพทย์เลือกยาที่จำเพาะต่อมะเร็งของผู้ป่วยแต่ละรายอย่างเหมาะสม

    ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยเอกซเรย์ช่องอกแบบรังสีต่ำ (Low-Dose Chest CT Scan-LDCT Chest)

    ดูแลป้องกันมะเร็งปอด

    • งดสูบบุหรี่หรือเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ที่สูบบุหรี่ ช่วยลดโอกาสเกิดมะเร็งปอดอย่างมีนัยสำคัญ
    • เลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง หากเลี่ยงไม่ได้ป้องกันโดยใส่หน้ากากอนามัยแบบปกติหรือแบบ N-95
    • ช่วงที่สภาพมลพิษทางอากาศสูงควรใช้เครื่องฟอกอากาศภายในอาคารที่ห้องปิดมิดชิด โดยใช้ตัวกรองแบบ HEPA (High-Efficiency Particulate Air) ซึ่งแผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูงสามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กมากถึง 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.97% เช่น ฝุ่น PM2.5 ละอองเกสร ไรฝุ่น สปอร์ของเชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัสบางชนิดได้
    • รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตามไม่มีหลักฐานสนับสนุนอาหารที่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งปอด
      ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แนะนำคาร์ดิโอ (Aerobic Exercise) ให้ชีพจรอยู่ในโซน 2 – 3 สัปดาห์ละ 150 นาที
    • ตรวจสุขภาพประจำปีตามความเสี่ยงที่พบ
    • สังเกตความผิดปกติ หากมีอาการพบแพทย์ทันที

    คำถามที่พบบ่อย

    Q: Low-Dose Chest CT Scan อันตรายไหม

    A: การตรวจ Low-Dose Chest CT Scan ใช้ปริมาณรังสีประมาณ 1 – 1.5 มิลลิซีเวิร์ต เทียบได้กับรังสีที่ได้รับจากธรรมชาติในชีวิตประจำวันประมาณ 4 – 6 เดือน หรือเทียบเท่าการตรวจเอกซเรย์ปอดปกติ 10 – 15 แผ่น ซึ่งความเสี่ยงจากรังสีนี้ถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับและองค์กรทางการแพทย์ระดับโลกรับรองความปลอดภัยในการตรวจซ้ำทุกปีสำหรับกลุ่มเสี่ยง

    Q: ตรวจ Low-Dose Chest CT Scan ต้องฉีดสารทึบรังสีไหม

    A: การตรวจ Low-Dose Chest CT Scan สำหรับคัดกรองมะเร็งปอดไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี จึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคไต ผู้แพ้สารทึบรังสี หรือผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการฉีดยา ขั้นตอนการตรวจรวดเร็ว ไม่เป็นอันตราย ใช้เวลาตรวจไม่เกิน 15 นาที

    Q: หากพบก้อนเนื้อในปอดบ่งบอกว่าเป็นมะเร็งปอดหรือไม่

    A: ไม่เสมอไป เพราะผู้ที่ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย Low-Dose Chest CT Scan ประมาณ 24 – 40% อาจพบจุดที่ปอดได้ ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการติดเชื้อในอดีต การอักเสบ หรือหินปูน ไม่ใช่มะเร็ง แพทย์จะประเมินขนาด ลักษณะ และความหนาแน่นของก้อนเนื้อ เพื่อวางแผนติดตามดูแลรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายโดยเฉพาะ

    Q: Low-Dose Chest CT Scan กับการตรวจ Chest X-Ray ปอดธรรมดาต่างกันอย่างไร

    A: การตรวจ Chest X-Ray สามารถตรวจพบก้อนเนื้อขนาดใหญ่หรือมีลักษณะทึบมาก จึงมักพลาดในการตรวจพบมะเร็งปอดระยะแรกที่มีขนาดเล็กหรือลักษณะก้อนไม่ทึบ ในขณะที่ Low-Dose Chest CT Scan สามารถตรวจพบก้อนเนื้อขนาดเล็กเพียง 1 – 2 มิลลิเมตรได้ด้วยภาพ 3 มิติของปอดทั้งสองข้าง และให้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะเนื้อเยื่อที่ละเอียดกว่ามาก ทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ไวและลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดได้

    Q: ใครไม่ควรตรวจ Low-Dose Chest CT Scan

    A: แม้การตรวจ Low-Dose Chest CT Scan จะปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการตรวจในกรณีที่เป็นหญิงตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์, ผู้ที่เพิ่งผ่าตัดทรวงอก อาจทำให้ภาพไม่ชัดเจน, ตรวจในขณะที่มีอาการทางระบบทางเดินหายใจเช่นติดเชื้อทางเดินหายใจหรือในขณะนั้นมีการเจ็บป่วยด้วยโรคปอดจะทำให้การแปลผลทำได้ยากและความน่าเชื่อถือในการวินิจฉัยมะเร็งปอดลดลง

    Q: หากผลตรวจ Low-Dose Chest CT Scan ปกติ บ่งบอกว่าไม่เป็นมะเร็งปอดใช่หรือไม่

    A: ในกรณีที่ผลตรวจ Low-Dose Chest CT Scan ออกมาเป็นปกติ บ่งบอกว่าในขณะที่ตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติที่น่ากังวล แต่ไม่ได้การันตีว่าจะไม่เกิดมะเร็งในอนาคต เพราะมะเร็งอาจพัฒนาขึ้นในภายหลังได้ ดังนั้นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจึงควรตรวจทุกปีตามคำแนะนำของแพทย์และควรสังเกตอาการผิดปกติด้วยตนเอง หากมีอาการก่อนครบกำหนดตรวจควรรีบพบแพทย์ทันที

    โรงพยาบาลที่ชำนาญการตรวจ Low-Dose Chest CT Scan

    โรงพยาบาลวัฒโนสถ Cancer Hospital  มีแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญและมากด้วยประสบการณ์ พร้อมให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย Low-Dose Chest CT Scan และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลตามระยะของโรค ครอบคลุมทั้งการผ่าตัด การให้ยา (เคมีบำบัด ยามุ่งเป้า หรือภูมิคุ้มกันบำบัด) และการฉายแสง โดยทีมสหสาขาดูแลใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ที่รับการรักษาทุกราย

    แพทย์ที่ชำนาญการดูแลรักษาโรคมะเร็งปอด

    นพ.กฤษฏิ์ วิกัน ศัลยแพทย์ทรวงอก โรงพยาบาลวัฒโนสถ Cancer Hospital 

    สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. กฤษฏิ์ วิกัน

    ศัลยศาสตร์ทรวงอก

    นพ. กฤษฏิ์ วิกัน

    ศัลยศาสตร์ทรวงอก

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์มะเร็งเฉพาะโรค

    02 755 1188 (สายด่วนมะเร็ง 8:00 น. - 20:00 น.)

    02 310 3000 (24 ชั่วโมง)

    1719 (Local Only 24 ชั่วโมง)

    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    การเจาะดูดชิ้นเนื้อระบบสูญญากาศ โดยใช้แมมโมแกรมนำทาง ภายใต้การใช้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่การเจาะดูดชิ้นเนื้อระบบสูญญากาศ โดยใช้แมมโมแกรมนำทาง ภายใต้การใช้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่
    การเจาะดูดชิ้นเนื้อระบบสูญญากาศ โดยใช้แมมโมแกรมนำทาง ภายใต้การใช้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่

    50,000 บาท

    56,000 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Maleชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Male
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Male

    46,200 บาท

    79,620 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Femaleชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Female
    ชุดตรวจคัดกรองมะเร็ง Absolute early Cancer detection Female

    56,600 บาท

    97,440 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ผ่าตัดซ่อมกระดูกขากรรไกรด้วยกระดูกน่อง (Fibula) ทางเลือกรักษามะเร็งช่องปาก Image
    ผ่าตัดซ่อมกระดูกขากรรไกรด้วยกระดูกน่อง (Fibula) ทางเลือกรักษามะเร็งช่องปาก
    หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci Xi กับมะเร็งปอด Image
    หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci Xi กับมะเร็งปอด
    ทำความรู้จักกับเชื้อไวรัส HPV Image
    ทำความรู้จักกับเชื้อไวรัส HPV
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ