โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    โภชนาการแม่ท้องต้องรู้

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    นพ. พูลศักดิ์ ไวความดี
    นพ. พูลศักดิ์ ไวความดี
    อัปเดตเมื่อ: 14 ม.ค. 2569
    Dr. Poonsak Waikwamdee
    นพ. พูลศักดิ์ ไวความดี
    แพ็กเกจแนะนำ
    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น
    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น
    โภชนาการแม่ท้องต้องรู้
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 14 ม.ค. 2569

    เพราะ 40 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ภาวะโภชนาการของคุณแม่ตั้งครรภ์ส่งผลต่อสุขภาพของตนเองและทารกในครรภ์ มีรายงานทางการแพทย์ยืนยันให้เห็นชัดเจนว่า ภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ เช่น โลหิตจาง ครรภ์เป็นพิษ เบาหวาน ไทรอยด์ รวมถึงการคลอดก่อนกำหนด และทารกแรกเกิดมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติมีความสัมพันธ์กับภาวะโภชนาการและน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นของคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์ คุณผู้หญิงที่เริ่มวางแผนตั้งครรภ์และอยากมีการตั้งครรภ์ที่ดีมีความสุขได้ทารกที่สมบูรณ์แข็งแรง จึงควรให้ความสำคัญอย่างมากกับการดูแลน้ำหนักตัวและภาวะโภชนาการของตนเองทั้งก่อนและระหว่างตั้งครรภ์

     

    คุณแม่ตั้งครรภ์กับสารอาหารสำคัญ

    หลักการง่าย ๆ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ในการรับประทานอาหารนั่นคือ ทานให้หลากหลายและครบทุกหมู่เป็นประจำทุกวัน อาทิ แป้ง โปรตีน ผัก ผลไม้ เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนเพียงพอ แต่หากทำไม่ได้หรือไม่แน่ใจควรให้ความสำคัญกับสารอาหารดังต่อไปนี้

    โปรตีน 

    โปรตีนสำคัญสำหรับการนำไปใช้เสริมสร้างอวัยวะและกล้ามเนื้อของมารดาและทารกจึงควรรับประทานโปรตีนจากสัตว์ ไข่ และพืชให้หลากหลาย ปริมาณที่คนตั้งครรภ์ต้องการเท่ากับ 75 – 110 กรัมต่อวัน ในทางปฏิบัติเพื่อให้ง่าย ควรเพิ่มสัดส่วนโปรตีนแต่ละมื้อให้ไม่ต่ำกว่า 30 – 40% ก็น่าจะเพียงพอ

    สารโฟลิก

    กรดโฟลิกหรือโฟเลตเป็นสารอาหารสำคัญอันดับแรกที่คุณแม่ที่กำลังจะหรือตั้งครรภ์แล้วขาดไม่ได้ เพราะโฟเลต เป็นสารอาหารที่สำคัญสำหรับการสังเคราะห์ดีเอนเอของเซลล์เพื่อสร้างอวัยวะต่าง ๆ ของทารกในครรภ์ มีรายงานพบทารกสมองไม่ปกติและท่อหุ้มไขสันหลังไม่ปิดในมารดาที่ขาดสารโฟเลต

    เนื่องจากสมองและไขสันหลังจะพัฒนาอย่างรวดเร็วและสมบูรณ์ภายใน 28 วันหลังการปฏิสนธิ มีรายงานพบว่า การบริโภคสารโฟเลต 400 – 800 มิลลิกรัมต่อวัน ก่อนการตั้งครรภ์และในช่วง 28 วันหลังการปฏิสนธินี้ มีผลทำให้อุบัติการณ์ของการเกิดความผิดปกติของทารกลดลงอย่างมาก

    กระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกาแนะนำให้สตรีวัยเจริญพันธุ์รับประทานสารโฟเลต 400 มิลลิกรัมต่อวัน โดยโฟเลตพบมากในอาหารจำพวกพืช สัตว์ และจุลินทรีย์ พบมากในพืชใบเขียว ธัญพืช พืชตระกูลถั่ว ตับ ไต และยีสต์ แต่อย่างไรก็ตามอาหารพวกนี้อาจไม่เพียงพอ ควรทานอาหารเสริมที่มีสารโฟเลตร่วมด้วยจะดีที่สุด

    ธาตุเหล็ก 

    ธาตุเหล็กจำเป็นสำหรับการสร้างเม็ดเลือดที่เพิ่มจำนวนอย่างมากในช่วงตั้งครรภ์ ปริมาณเลือดในร่างกายคุณแม่ตั้งครรภ์จะเพิ่มสูงขึ้นถึง 70% เพื่อให้เพียงพอต่อการนำสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงทารกที่อาศัยอยู่ในครรภ์มารดา จากสถิติพบว่า สตรีตั้งครรภ์มากกว่าครึ่งมีภาวะโลหิตจางจากการได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ 

    ภาวะโลหิตจางของคุณแม่ถือเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการคลอดทารกที่มีน้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาแนะนำให้หญิงมีครรภ์ควรได้ธาตุเหล็กไม่ต่ำกว่า 27 มิลลิกรัมต่อวัน นอกจากนี้ยังพบว่า 15% ของหญิงวัยเจริญพันธุ์มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กและมีผลต่อสภาวะมีบุตรยาก ดังนั้นผู้หญิงกลุ่มนี้ควรพิจารณาทานธาตุเหล็กเสริมตั้งแต่ก่อนจะตั้งครรภ์

    แคลเซียม 

    แคลเซียมมักดูดซึมได้ดีขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ สตรีมีครรภ์ต้องการแคลเซียมวันละไม่ต่ำกว่า 1,000 มิลลิกรัม ซึ่งสูงกว่าช่วงไม่ตั้งครรภ์ไม่มากนัก ดังนั้นจึงแนะนำให้สตรีมีครรภ์ที่ได้รับแคลเซียมจากอาหารไม่เพียงพอ เช่น ดื่มนมไม่ได้ ควรได้รับแคลเซียมเสริมวันละ 600 มิลลิกรัม

    วิตามินรวม 

    อาจมีประโยชน์ในคุณแม่ที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง หากจะใช้ควรปรึกษาสูติแพทย์ที่ฝากครรภ์ เพราะวิตามินบางชนิด เช่น วิตามินเอ ในปริมาณที่มากเกินไป เกิน 10,000 ยูนิตต่อวัน ทำให้ทารกพัฒนาการผิดปกติได้

     

    คุณแม่ตั้งครรภ์กลุ่มพิเศษต้องระวัง

    • คุณแม่ที่ทานมังสวิรัติ ควรเน้นพืชผักผลไม้ที่ให้โปรตีนและสารอาหารตามที่ได้กล่าวมาให้เพียงพอ ควรหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสหวานที่ทำให้เกิดภาวะเบาหวานหรือระวังน้ำหนักตัวไม่ให้เพิ่มมากเกินไป
    • คุณแม่กลุ่มที่มีโรคเลือด โรคไต โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ควรอยู่ในความดูแลของสูติ – นรีแพทย์และอายุรแพทย์อย่างใกล้ชิด 

     

    โภชนาการแม่ท้องต้องรู้​

     

    คุณแม่ตั้งครรภ์กับน้ำหนักตัวที่ต้องใส่ใจ

    น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ของมารดาสะท้อนถึงพัฒนาการของทารกในครรภ์ด้วยเช่นกัน เพราะน้ำหนักแรกเกิดของทารกเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตของทารก 

    มีรายงานจำนวนมากชี้ให้เห็นว่า ทารกที่น้ำหนักตัวแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์มาก ๆ มักพบปัญหาการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด มีโรคต่อมไร้ท่อและระบบเผาผลาญพลังงานไม่ปกติ เมื่อทารกเหล่านี้เจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่

    มีรายงานยืนยันพบความสัมพันธ์ของการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ ภาวะเบาหวานแฝงในคุณแม่ที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มมากกว่าปกติ

    นอกจากนี้น้ำหนักตัวก่อนตั้งครรภ์ของมารดาก็มีผลต่อการตั้งครรภ์ จึงควรเพิ่มน้ำหนักให้เหมาะสมดังนี้

    • คุณแม่ที่มีน้ำหนักตัวปกติ ควรเพิ่มน้ำหนักไม่น้อยกว่า 8 กิโลกรัม แต่ไม่มากกว่า 12 กิโลกรัม
    • คุณแม่ที่ผอมเกินไป มี BMI น้อยกว่า 19.8 ต้องเพิ่มน้ำหนักให้มากกว่าปกติระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อให้ทารกได้สารอาหารเพียงพอ 
    • คุณแม่ที่มีภาวะอ้วน ควรควบคุมไม่ให้น้ำหนักเพิ่มมากเกินไป แต่ก็ยังจำเป็นต้องเพิ่มให้ได้ไม่ต่ำกว่า 6 – 7 กิโลกรัม

     

    ในช่วงเวลาของการตั้งครรภ์คุณแม่ต้องดูแลสุขภาพกายและใจให้แข็งแรง โดยเฉพาะในเรื่องของโภชนาการคือสิ่งสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ ดังนั้นจึงไม่ควรละเลยและควรพบสูติ – นรีแพทย์ตามนัดและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด 

     

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. พูลศักดิ์ ไวความดี

    สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

    นพ. พูลศักดิ์ ไวความดี

    สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

    Doctor profileDoctor profile
    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้นตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น
    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น

    3,900 บาท

    5,310 บาท

    รายละเอียด
    วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 20 สายพันธุ์ สำหรับผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไปวัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 20 สายพันธุ์ สำหรับผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไป
    วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 20 สายพันธุ์ สำหรับผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไป

    3,950 บาท

    5,040 บาท

    รายละเอียด
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์

    8,990 บาท

    10,650 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ตรวจไทรอยด์ Ultrasound กับ FNA ต่างกันอย่างไร รู้จักวิธีตรวจ ข้อบ่งชี้ และเลือกตรวจให้เหมาะสม Image
    ตรวจไทรอยด์ Ultrasound กับ FNA ต่างกันอย่างไร รู้จักวิธีตรวจ ข้อบ่งชี้ และเลือกตรวจให้เหมาะสม
    โรคตับ รู้ทันอาการ สาเหตุ การป้องกัน ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งเพิ่มโอกาสรักษา Image
    โรคตับ รู้ทันอาการ สาเหตุ การป้องกัน ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งเพิ่มโอกาสรักษา
    ค่าตับสูงเกิดจากอะไร รู้ทันอาการ การรักษา และวิธีดูแลตับให้กลับมาแข็งแรง Image
    ค่าตับสูงเกิดจากอะไร รู้ทันอาการ การรักษา และวิธีดูแลตับให้กลับมาแข็งแรง
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ