โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    รู้จักเนื้องอกโพรงมดลูก หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ตั้งครรภ์ยาก

    6 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    พญ. รุ่งทิวา กมลเดชเดชา
    พญ. รุ่งทิวา กมลเดชเดชา

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 16 ก.ค. 2569
    Dr. Rungtiwa Kamondetdecha
    พญ. รุ่งทิวา กมลเดชเดชา
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์
    รู้จักเนื้องอกโพรงมดลูก หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ตั้งครรภ์ยาก
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 16 ก.ค. 2569

    หลายคู่ที่วางแผนจะมีบุตร แต่พยายามทุกทางแล้วเจ้าตัวน้อยก็ไม่มาสักที หนึ่งในสาเหตุที่พบมาก แต่คุณผู้หญิงอาจมองข้ามไปนั่นคือ เนื้องอกโพรงมดลูก ที่มีผลทำให้มีบุตรยาก เนื่องจากเนื้องอกไปขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนและเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของมดลูกขณะตั้งครรภ์ และอาจทำให้แท้งได้ง่าย เนื่องจากเนื้องอกส่งผลให้โพรงมดลูกผิดรูป ดังนั้นการตรวจภายในและอัลตราซาวนด์จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

     

    รู้จักเนื้องอกโพรงมดลูก (Uterine Fibroids)

    เนื่องจากก้อนที่พบในมดลูกของผู้หญิงนั้นมีทั้งลักษณะของติ่งเนื้อและเนื้องอก ซึ่งที่พบมากจะเป็นเนื้องอกมดลูก โดยจะแบ่งชนิดตามตำแหน่ง ได้แก่ เนื้องอกบริเวณผิวนอกผนังมดลูก เนื้องอกในเนื้อมดลูกหรือในผนังมดลูก และเนื้องอกในโพรงมดลูก

    สำหรับเนื้องอกในโพรงมดลูกเกิดจากการที่เนื้องอกมดลูกปูดเข้าไปในโพรงมดลูกโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ทำให้เกิดอาการผิดปกติต่าง ๆ ตามมา ส่งผลให้มีบุตรยาก มีโอกาสแท้งได้ง่าย ที่สำคัญผู้หญิงทุกคนทุกวัยสามารถเป็นโรคนี้ได้

    ติ่งเนื้อ (Polyp) กับเนื้องอก (Myoma/Fibroid) ต่างกันอย่างไร

    หลายคนมักสับสนระหว่างติ่งเนื้อและเนื้องอกในโพรงมดลูก แม้จะทำให้เกิดอาการผิดปกติที่คล้ายคลึงกัน เช่น ประจำเดือนมามาก หรือทำให้มีบุตรยาก แต่รอยโรคทั้งสองชนิดนี้มีความแตกต่างกันที่เนื้อเยื่อต้นกำเนิด ดังนี้

    • ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก (Endometrial Polyp): เกิดจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของ “เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูก” มักมีลักษณะเป็นก้อนเนื้ออ่อนนุ่มปูดนูนและยื่นเข้ามาในโพรงมดลูก
    • เนื้องอกมดลูก (Fibroid): เกิดจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของ “เซลล์กล้ามเนื้อมดลูก” มักมีลักษณะเป็นก้อนเนื้อที่แข็งและแน่นกว่า สามารถเจริญเติบโตได้ทั้งบริเวณผิวด้านนอกมดลูก แทรกตัวอยู่ในชั้นกล้ามเนื้อ หรือปูดดันเข้ามาในโพรงมดลูก

    สาเหตุการเกิดเนื้องอกโพรงมดลูก

    แม้ในปัจจุบันทางการแพทย์จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดเนื้องอกมดลูก แต่พบว่ามีปัจจัยสำคัญที่สัมพันธ์กับการเกิดโรค ดังนี้

    • ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen): ฮอร์โมนเพศหญิงชนิดนี้มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของเนื้องอกโพรงมดลูกได้
    • ภาวะอ้วน: ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากไขมันใต้ผิวหนังสามารถเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ไปกระตุ้นให้โพรงมดลูกหนาตัวขึ้น
    • พันธุกรรม: ผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นเนื้องอกมดลูก มีแนวโน้มที่จะตรวจพบภาวะนี้ได้มากกว่าปกติ
    • พฤติกรรมการใช้ชีวิต: การรับประทานอาหารประเภทเนื้อแดงหรืออาหารที่มีไขมันสูงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความเครียดสะสม อาจส่งผลต่อสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย

     

    มีลูกยาก, เนื้องอกโพรงมดลูก, ตั้งครรภ์​

    ทำไมเนื้องอกโพรงมดลูกถึงทำให้มีลูกยากหรือแท้งง่าย

    ในทางการแพทย์ เนื้องอกในโพรงมดลูกถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเจริญพันธุ์ด้วยสาเหตุหลัก ดังนี้

    • ขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน: ตัวอ่อนที่ได้รับการผสมแล้วจำเป็นต้องหาพื้นที่ที่สมบูรณ์ในโพรงมดลูกเพื่อฝังตัว หากมีก้อนเนื้องอกขวางตำแหน่งที่เหมาะสม จะทำให้ตัวอ่อนฝังตัวไม่สำเร็จ
    • ทำให้โพรงมดลูกผิดรูป: เนื้องอกที่โตขึ้นจะดันให้โพรงมดลูกบิดเบี้ยวหรือแคบลง ทำให้พื้นที่ในการเจริญเติบโตของทารกไม่เพียงพอ และเพิ่มความเสี่ยงในการแท้งบุตร
    • แย่งเลือดและสารอาหาร: ก้อนเนื้องอกใช้เลือดในการเจริญเติบโตเช่นกัน ทำให้ปริมาณเลือดที่ควรจะไปหล่อเลี้ยงผนังมดลูกหรือตัวอ่อนลดลง ส่งผลต่อการเติบโตของตัวอ่อน
    • สร้างสภาวะที่ไม่เหมาะสมในมดลูก: เนื้องอกอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรังบริเวณเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการฝังตัวและการอยู่รอดของตัวอ่อน

    เนื้องอกในโพรงมดลูกอาการเป็นอย่างไร

    ผู้หญิงหลายคนอาจมีภาวะนี้ซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัว การสังเกตความผิดปกติของร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยอาการที่มักแสดงออกและเป็นสัญญาณเตือนให้ควรไปพบแพทย์ มีดังนี้

    • ประจำเดือนมามาก
    • ประจำเดือนมีลิ่มเลือด
    • ประจำเดือนมาเกิน 1 สัปดาห์หรือนานผิดปกติ
    • ปวดท้องประจำเดือนรุนแรง
    • เลือดออกผิดปกติในช่วงที่ไม่มีประจำเดือน
    • ปัสสาวะบ่อย

    *ในผู้ป่วยบางรายไม่มีการแสดงอาการ

    การตรวจวินิจฉัยเนื้องอกโพรงมดลูก

    เพื่อให้เห็นตำแหน่งและขนาดของเนื้องอกที่ชัดเจน แพทย์จะใช้วิธีการตรวจวินิจฉัยที่มีประสิทธิภาพ ดังนี้

    • การตรวจภายในและอัลตราซาวนด์ทางช่องคลอด: เป็นการตรวจเบื้องต้นที่ช่วยให้เห็นเนื้องอกในมดลูกได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงที่ไข่กำลังโตแต่ยังไม่ตก (ประมาณวันที่ 12 ของรอบเดือน) จะช่วยให้ได้ผลการตรวจที่ชัดเจนขึ้น
    • การส่องกล้องตรวจโพรงมดลูก (Hysteroscopy): วิธีนี้มีความสำคัญมาก เนื่องจากช่วยให้แพทย์เห็นสภาพภายในโพรงมดลูกผ่านทางกล้องขนาดเล็ก เพื่อวินิจฉัยรอยโรคและประเมินแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง
    • การฉีดสารทึบรังสีหรือน้ำเกลือเข้าโพรงมดลูก: เพื่อช่วยขยายโพรงมดลูกให้เห็นขอบเขตของเนื้องอกชัดเจนขึ้นเมื่อมองผ่านอัลตราซาวนด์

    มีลูกยาก, เนื้องอกโพรงมดลูก, ตั้งครรภ์​

    เนื้องอกในโพรงมดลูกอันตรายไหม

    โดยทั่วไปแล้ว เนื้องอกมดลูกมักเป็นเนื้องอกชนิดธรรมดาที่ไม่ใช่เนื้อร้าย โอกาสที่จะพัฒนากลายเป็นมะเร็งนั้นมีน้อยมาก แต่อันตรายของภาวะนี้มักจะมาจากการรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันและสุขภาพโดยรวม เช่น การสูญเสียเลือดปริมาณมากช่วงมีประจำเดือนจนอาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง (ภาวะซีด) อาการปวดท้องรุนแรง หรือเนื้องอกที่มีขนาดใหญ่ไปกดเบียดอวัยวะใกล้เคียงจนทำงานผิดปกติ

    ความรุนแรงของเนื้องอกโพรงมดลูก

    ความรุนแรงของโรคนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบสืบพันธุ์และการตั้งครรภ์ หากปล่อยทิ้งไว้และไม่รีบรักษาโดยเร็วอาจส่งผลให้เกิดภาวะต่าง ๆ ดังนี้

    • ท้องยาก
    • แท้งง่าย
    • คลอดก่อนกำหนด
    • การฝังตัวของรกผิดตำแหน่ง
    • ตกเลือดหลังคลอด

    วิธีรักษาเนื้องอกโพรงมดลูก

    วิธีการรักษาเนื้องอกโพรงมดลูกสามารถทำได้โดยการผ่าตัดเนื้องอกผ่านกล้องทางช่องคลอด ซึ่งปัจจุบันด้วยการผ่าตัดส่องกล้องขั้นสูง (MIS –  Advanced Minimally Invasive Surgery) ทำให้ไม่จำเป็นต้องกังวลกับการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง ลดภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อ ฟื้นตัวเร็ว และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ภายใน 1-3 สัปดาห์ โดยหลังผ่าตัดผู้ป่วยจะต้องคุมกำเนิดเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือนก่อนกลับมามีบุตร

    แม้จะทำการผ่าตัดรักษาเนื้องอกโพรงมดลูกไปแล้วก็สามารถกลับมาเป็นอีกได้ ดังนั้นในผู้ที่ต้องการมีบุตรควรตรวจอัลตราซาวนด์ทางช่องคลอดกับสูติ-นรีแพทย์เพื่อเช็กเนื้องอกโพรงมดลูกในช่วงที่ไข่กำลังโตแต่ยังไม่ตก นั่นคือวันที่ 12 ของการมีรอบเดือน นับจากวันแรกที่มีรอบเดือนเพื่อผลการตรวจที่แน่ชัด ที่สำคัญควรใส่ใจการตรวจภายในเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปไม่ควรละเลยอย่างเด็ดขาด

    การดูแลตัวเองเพื่อลดโอกาสเกิดเนื้องอกโพรงมดลูก

    ถึงแม้จะไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถช่วยลดความเสี่ยงหรือชะลอความรุนแรงของโรคได้ ดังนี้

    • ควบคุมน้ำหนักตัว: ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อลดการสะสมของไขมันที่จะเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน
    • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์: เน้นผัก ผลไม้ และธัญพืช หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงและเนื้อแดงในปริมาณที่มากเกินไป
    • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: เพื่อช่วยรักษาสมดุลของระบบฮอร์โมนในร่างกาย
    • ตรวจภายในเป็นประจำทุกปี: โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่วางแผนจะมีบุตร เพื่อให้พบความผิดปกติและรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

    ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมดูแลทุกปัญหาสุขภาพผู้หญิง

    ปัญหาสุขภาพผู้หญิงและภาวะมีบุตรยากเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเข้าใจ ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลกรุงเทพ มีความพร้อมในการให้บริการตรวจวินิจฉัยวางแผนมีบุตร และรักษาโรคทางนรีเวชอย่างครบวงจร รวมถึงการผ่าตัดส่องกล้องเนื้องอกโพรงมดลูก โดยทีมสูติ-นรีแพทย์ผู้ชำนาญการและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน มุ่งเน้นการดูแลรักษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้หญิงทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรงและพร้อมสำหรับการมีบุตร

    สรุปบทความ

    เนื้องอกโพรงมดลูกเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากและเสี่ยงต่อการแท้งบุตร การทำความเข้าใจสาเหตุ สังเกตอาการผิดปกติ และเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็น การตรวจพบเร็วจะช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์และลดความเสี่ยงจากการแท้งได้ในอนาคต


    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับเนื้องอกโพรงมดลูก

    1. เนื้องอกโพรงมดลูกสามารถกลายเป็นมะเร็งได้หรือไม่

    โอกาสที่เนื้องอกมดลูกจะกลายเป็นมะเร็งนั้นพบได้น้อยมาก โดยส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกชนิดธรรมดา อย่างไรก็ตาม หากพบว่าเนื้องอกมีขนาดโตเร็วผิดปกติ แพทย์จะพิจารณาตรวจเพิ่มเติมอย่างละเอียดเพื่อความปลอดภัย

    2. หากมีเนื้องอกแต่ไม่มีอาการ จำเป็นต้องผ่าตัดหรือไม่

    ในกรณีที่เนื้องอกมีขนาดเล็กและไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพหรือการใช้ชีวิต แพทย์อาจแนะนำให้ติดตามอาการและตรวจอัลตราซาวนด์เป็นระยะ แต่สำหรับผู้ที่วางแผนจะมีบุตร แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดออกเพื่อลดโอกาสการแท้งและเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์

    3. หลังผ่าตัดส่องกล้องเนื้องอกโพรงมดลูก ต้องพักฟื้นนานแค่ไหน

    ผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดส่องกล้องมักฟื้นตัวได้เร็ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ภายใน 1 สัปดาห์ แต่ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักในช่วงแรก และควรคุมกำเนิดตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนดก่อนเริ่มตั้งครรภ์

    4. มีเนื้องอกโพรงมดลูกสามารถออกกำลังกายได้หรือไม่

    สามารถออกกำลังกายได้ตามปกติและการออกกำลังกายยังช่วยรักษาสมดุลฮอร์โมนอีกด้วย ยกเว้นในกรณีที่มีอาการปวดท้องรุนแรงหรือมีเลือดออกผิดปกติมาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมเกี่ยวกับระดับการออกกำลังกาย

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    พญ. รุ่งทิวา กมลเดชเดชา

    สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

    เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

    พญ. รุ่งทิวา กมลเดชเดชา

    สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

    เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ชั้น 2 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 - 20.00 น.

    0 2310 3005

    0 2755 1005

    0 2310 3000

    1719

    0 2755 1685

    [email protected]

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์

    8,990 บาท

    10,650 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจฝากครรภ์ Essentialแพ็กเกจฝากครรภ์ Essential
    แพ็กเกจฝากครรภ์ Essential

    65,000 บาท

    85,228 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพก่อนวิวาห์ ระดับเอลิทสำหรับบุรุษ (คัดกรองโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็กและธาลัสซีเมีย)ชุดตรวจสุขภาพก่อนวิวาห์ ระดับเอลิทสำหรับบุรุษ (คัดกรองโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็กและธาลัสซีเมีย)
    ชุดตรวจสุขภาพก่อนวิวาห์ ระดับเอลิทสำหรับบุรุษ (คัดกรองโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในเด็กและธาลัสซีเมีย)

    10,300 บาท

    17,430 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    วัยทองผู้หญิงคืออะไร รู้จักอาการ สาเหตุ และวิธีรับมืออย่างเข้าใจ Image
    วัยทองผู้หญิงคืออะไร รู้จักอาการ สาเหตุ และวิธีรับมืออย่างเข้าใจ
    การทำ ICSI คืออะไร เหมาะกับใคร มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง Image
    การทำ ICSI คืออะไร เหมาะกับใคร มีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง
    ภาวะมดลูกแตก อาการ สาเหตุ การรักษาที่ต้องรู้ก่อนคลอด Image
    ภาวะมดลูกแตก อาการ สาเหตุ การรักษาที่ต้องรู้ก่อนคลอด
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ