โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    ความเชื่อผิด ๆ ขณะตั้งครรภ์

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 14 ม.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น
    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น
    วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 20 สายพันธุ์ สำหรับผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไป
    วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 20 สายพันธุ์ สำหรับผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไป
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์
    ความเชื่อผิด ๆ ขณะตั้งครรภ์
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 14 ม.ค. 2569


    ความเชื่อ:
    ขณะตั้งครรภ์ถ้าอยากให้ลูกผิวขาว ห้ามกินของดำ เช่น เฉาก๊วย โอเลี้ยง ช็อกโกแลต

    ความจริง: ลักษณะผิวขาวหรือดำของทารกแรกเกิดนั้นขึ้นอยู่กับการแสดงออกทางพันธุกรรม โดยยีนที่ควบคุมการแสดงออกของเมลานินหรือเม็ดสี ทำให้คนเราเกิดมามีสีผิวที่แตกต่างกัน แต่สิ่งแวดล้อมอาจมีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสีผิวได้เมื่อโตขึ้น เช่น การได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตสามารถทำให้ผิวดำขึ้นหรือการใช้โลชั่นทาผิวที่มีสารไวท์เทนนิ่งก็ทำให้ผิวขาวขึ้นได้เล็กน้อย แต่การรับประทานเฉาก๊วยหรืออาหารที่มีสีดำนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสีผิวของทารกในครรภ์



    ความเชื่อ:
    ดื่มน้ำมะพร้าวขณะตั้งครรภ์ช่วยให้ลูกคลอดออกมาไม่มีไข

    ความจริง: ไขของทารกในครรภ์ (Vernix Caseosa) ปกติพัฒนาการของทารกในครรภ์ช่วง 5 เดือนจะเริ่มมีการสร้างไขขึ้นมา ซึ่งไขมีหน้าที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวทารก ป้องกันการเสียความร้อนให้ทารกแรกเกิด ป้องกันแบคทีเรียผ่านสู่ผิวทารก และยังเป็นตัวหล่อลื่น ช่วยให้คลอดออกมาทางช่องคลอดได้ง่ายขึ้น ปกติแล้วเมื่ออายุครรภ์ครบกำหนด ไขเหล่านี้จะลดน้อยลง หากทารกคลอดก่อนกำหนดไขเหล่านี้จะค่อนข้างเยอะ การดื่มน้ำมะพร้าวนั้น น้ำมะพร้าวมีไขมันทั้งอิ่มตัวและไม่อิ่มตัว เมื่อดื่มน้ำมะพร้าวแล้วทำให้ไขสีขาวขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยให้ลูกคลอดออกมาไม่มีไข



    ความเชื่อ:
     ดื่มน้ำมะพร้าวขณะตั้งครรภ์จะทำให้แท้งบุตร

    ความจริง: ในน้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนเอสโตรเจน แต่ในปริมาณที่น้อยมาก ปกติในขณะตั้งครรภ์ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในร่างกายจะสูงมากอยู่แล้ว ซึ่งในน้ำมะพร้าวมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจึงไม่มีผลต่อการบีบตัวมดลูกที่ทำให้แท้งบุตรได้



    ความเชื่อ:
     ขณะตั้งครรภ์ห้ามมีเพศสัมพันธ์

    ความจริง: ขณะตั้งครรภ์สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ ไม่มีผลที่ทำให้เกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ อาจจะมีบางช่วงที่ควรลดการมีเพศสัมพันธ์ลง เช่น ช่วงตั้งครรภ์ใหม่ ๆ เนื่องจากคุณแม่ตั้งครรภ์ช่วงแรกอาจมีอาการแพ้ท้อง อ่อนเพลีย และช่วงใกล้คลอด ซึ่งจะรู้สึกอึดอัด เหนื่อยง่าย ถ้ามีเพศสัมพันธ์อาจจะยิ่งทำให้เหนื่อยมากขึ้น  และควรเลือกท่วงท่าให้เหมาะสมในการมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีประวัติแท้งบ่อย คลอดก่อนกำหนด ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 3 เดือนแรกและ 3 เดือนก่อนคลอด และงดการมีเพศสัมพันธ์หากมีอาการน้ำเดินหรือรกเกาะต่ำ



    ความเชื่อ: 
    ยาบำรุงที่หมอให้ขณะตั้งครรภ์ทำให้อ้วน

    ความจริง: ยาบำรุงที่ได้รับตอนฝากครรภ์จะเน้นธาตุเหล็กและวิตามิน ซึ่งเป็นผลดีต่อหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์โดยตรง ช่วยให้การสร้างเม็ดเลือดแดงดีขึ้น ไม่เกี่ยวกับการทำให้อ้วน แต่ที่ผู้หญิงตั้งครรภ์อ้วนเกิดจากอิทธิพลของฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้น ทำให้เซลล์บวมน้ำ และคนท้องส่วนใหญ่เจริญอาหาร ทำให้รับประทานอาหารมากขึ้นด้วย



    ความเชื่อ: 
    ขณะตั้งครรภ์น้ำหนักจะขึ้นเยอะเท่าไรก็ได้ รับประทานอาหารได้เต็มที่

    ความจริง: โดยปกติแล้วระหว่างตั้งครรภ์น้ำหนักควรเพิ่มตามเกณฑ์ดังนี้
    ช่วงไตรมาสแรก น้ำหนักควรเพิ่มประมาณ 1 กิโลกรัม
    ช่วงไตรมาสที่ 2 ควรเพิ่มประมาณ 4 – 5 กิโลกรัม
    ช่วงไตรมาสที่ 3 ควรเพิ่มประมาณ 5 – 6 กิโลกรัม หรือควรเพิ่ม 10 – 12 กิโลกรัมตลอดการตั้งครรภ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูง ซึ่งนำไปสู่ครรภ์เป็นพิษ จึงควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์  หลีกเลี่ยงขนมหวานต่าง ๆ



    ความเชื่อ:
     ขณะตั้งครรภ์ห้ามออกกำลังกาย

    ความจริง: การออกกำลังกายขณะตั้งครรภ์ช่วยส่งเสริมบุคลิกท่าทางของผู้หญิงตั้งครรภ์ ลดอาการปวดหลัง ความเหนื่อยล้า รวมทั้งความเครียดได้ และยังมีหลักฐานว่าการออกกำลังกายระหว่างตั้งครรภ์ช่วยป้องกันการเป็นเบาหวานในผู้หญิงตั้งครรภ์อีกด้วย ปกติหากออกกำลังกายอยู่แล้วก่อนตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์สามารถออกกำลังกายได้ในระดับความหนักปานกลาง เช่น การเดินเร็ว ว่ายน้ำอย่างต่อเนื่อง หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่อาจเกิดแรงปะทะ หรืออุบัติเหตุได้ง่าย แต่ถ้าไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน ควรปรึกษาแพทย์ หรือออกกำลังกายที่ออกแบบเฉพาะสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์ และการออกกำลังกายควรเริ่มหลังอายุครรภ์ 14 สัปดาห์ไปแล้ว

    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้นตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น
    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น

    3,900 บาท

    5,310 บาท

    รายละเอียด
    วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 20 สายพันธุ์ สำหรับผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไปวัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 20 สายพันธุ์ สำหรับผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไป
    วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 20 สายพันธุ์ สำหรับผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไป

    3,950 บาท

    5,040 บาท

    รายละเอียด
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์

    8,990 บาท

    10,650 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ตรวจไทรอยด์ Ultrasound กับ FNA ต่างกันอย่างไร รู้จักวิธีตรวจ ข้อบ่งชี้ และเลือกตรวจให้เหมาะสม Image
    ตรวจไทรอยด์ Ultrasound กับ FNA ต่างกันอย่างไร รู้จักวิธีตรวจ ข้อบ่งชี้ และเลือกตรวจให้เหมาะสม
    โรคตับ รู้ทันอาการ สาเหตุ การป้องกัน ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งเพิ่มโอกาสรักษา Image
    โรคตับ รู้ทันอาการ สาเหตุ การป้องกัน ยิ่งตรวจพบเร็ว ยิ่งเพิ่มโอกาสรักษา
    ค่าตับสูงเกิดจากอะไร รู้ทันอาการ การรักษา และวิธีดูแลตับให้กลับมาแข็งแรง Image
    ค่าตับสูงเกิดจากอะไร รู้ทันอาการ การรักษา และวิธีดูแลตับให้กลับมาแข็งแรง
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ