โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    คู่มือตรวจภายในสำหรับคุณผู้หญิง

    4 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 16 มี.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    ตรวจตาและจอประสาทตาอย่างละเอียด
    Package Image
    ชุดตรวจ Wellness Hormone Insight - Female หญิง
    Package Image
    ชุดตรวจ Vita - Beauty ระดับวิตามินในร่างกาย
    คู่มือตรวจภายในสำหรับคุณผู้หญิง
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 16 มี.ค. 2569

    เพราะความอายทำให้ผู้หญิงไม่น้อยไม่กล้าไปพบแพทย์เพื่อ “ตรวจภายใน” เพราะการตรวจดังกล่าวต้องเปลือยส่วนที่เป็นส่วนตัวมาก ๆ ซึ่งไม่อยากให้ใครเห็น นอกจากนี้ยังกลัวเจ็บและกลัวอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะในรายที่ยังเป็นสาวบริสุทธิ์ ไม่เคยแต่งงานหรือคลอดลูกมาก่อน

     

    ปัญหาที่พบเมื่อตรวจภายใน

    • มีหลายรายที่มีความผิดปกติของอวัยวะภายในเกิดขึ้น ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่สืบพันธุ์
    • คนที่แต่งงานแล้วมีลูกยากหรือมีโรคติดเชื้อบางอย่างที่เกิดจากความสัมพันธ์ทางเพศ
    • ที่ร้ายแรงก็คือ อาจมีไวรัสเอชพีวี (Human Papilloma Virus) ซึ่งเป็นไวรัสที่มีโอกาสพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งต่อไป ทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูกได้ โดยผู้หญิงไทยเป็นมะเร็งปากมดลูกมากเป็นอันดับ 1

     

    ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาภายในของคุณผู้หญิง หากมีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายใน จะได้ทราบว่าตัวเองมีปัญหาอะไรหรือไม่ ถ้ามีจะได้แก้ไขทันเวลา และเพื่อสุขภาพที่ดี


    photo​


    โรคที่ต้องตรวจภายใน

    สำหรับผู้หญิงมีโรคมากมายที่เกิดขึ้นจากความเกี่ยวข้องของอวัยวะทั้ง 7 ได้แก่

    • รังไข่ (Ovary)
    • ท่อนำไข่ (Fallopian Tube)
    • มดลูก (Uterus)
    • เยื่อบุโพรงมดลูก (Endometrium)
    • ปากมดลูก (Cervix)
    • ช่องคลอด (Vagina)
    • อวัยวะสืบพันธุ์ส่วนนอก (Genital Organs Outside)

          ซึ่งต้องตรวจภายในเท่านั้นจึงจะทราบถึงความผิดปกติ เช่น ช็อกโกแลตชีสต์ ที่เป็นสาเหตุหลักของการปวดประจำเดือนและมีลูกยาก ซึ่งผู้หญิงเป็นกันมาก


    ช็อกโกแลตซีสต์ 

    ช็อกโกแลตซีสต์เป็นอาการของโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เพราะเยื่อบุโพรงมดลูกเมื่อไปเกาะที่บริเวณรังไข่จะมีเลือดออกเหมือนประจำเดือน แต่ไม่ไหลออกมานอกร่างกาย จะขังอยู่ภายใน พอเก่าเข้าจะเป็นสีน้ำตาลข้นเหมือนช็อกโกแลตเหลว จึงเรียกกันว่า ช็อกโกแลตชีสต์

    photo​

    อวัยวะภายในที่เกี่ยวพันกับโรคต่าง ๆ 

    • รังไข่ : มีโอกาสเป็นมะเร็งในรังไข่ได้ ทั้งในวัยเด็ก วัยเจริญพันธุ์ วัยกลางคน และวัยสูงอายุ
    • มดลูก : มีโอกาสเป็นเนื้องอกในมดลูก ซึ่งมีตั้งแต่เนื้องอกธรรมดาที่ไม่ใช่มะเร็ง โดยพบมากราว 60% ของผู้หญิงทั่วไป แต่อยูที่ขนาดว่าโตหรือไม่ ถ้าโตหรือออกอาการผิดปกติก็ต้องรักษา นอกจากนี้ยังมีโรคที่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อมดลูกที่พัฒนาเป็นเนื้องอกที่เป็นมะเร็งได้อีก
    • เยื่อบุโพรงมดลูกข้างใน : ในกรณีที่เยื่อบุโพรงมดลูกข้างในเจริญมาก หนาตัวผิดปกติ ก็จะทำให้เกิดเลือดออกผิดปกติที่มาพร้อมกับประจำเดือน หรืออาจพัฒนาเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
    • ปากมดลูก : เนื้องอกธรรมดาที่ปากมดลูกไม่น่ากลัวเท่ากับเป็นมะเร็งที่ปากมดลูก

     

    photo​

    ตรวจภายในสำคัญกว่าที่คิด

    มะเร็งที่พบมากในผู้หญิง คือ มะเร็งปากมดลูก ซึ่งจะพบได้ก็ต่อเมื่อต้องตรวจภายในเท่านั้น นอกจากนี้ยังได้รับผลพวงอื่น ๆ เกี่ยวกับระบบอวัยวะภายใน เช่น มดลูก รังไข่ ฯลฯ โดยปัญหาที่พบมากคือ ปวดท้องประจำเดือนเรื้อรัง มีลูกยาก หรือเป็นอันตรายถึงชีวิตถ้าเป็นมะเร็ง

    “อวัยวะเหล่านี้ไม่เหมือนอวัยวะอื่น ๆ ที่เป็นระบบปิด ซึ่งมีปัจจัยรบกวนจากภายนอกน้อย แต่อวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิงมีปัจจัยภายนอกเข้าไปรบกวน นั่นคือ การมีเพศสัมพันธ์ ทำให้มีการขยายตัวและเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย โดยเฉพาะเมื่อมีลูก ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเป็นอะไรได้มาก ถ้าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์โอกาสที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกเกือบจะเป็นศูนย์ แต่ยังมีรังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูกที่อาจเกิดความผิดปกติขึ้นได้ ดังนั้นนี่คือประโยชน์ของการตรวจภายใน”

     

    เตรียมตัวตรวจภายใน

    คุณผู้หญิงแทบไม่ต้องเตรียมตัวอะไร เว้นเสียแต่ในระหว่างที่มีรอบเดือนไม่ควรมาตรวจ โดยก่อนตรวจแพทย์จะซักถามประวัติ เช่น ประวัติความสัมพันธ์ทางเพศหรือแต่งงานหรือยัง มีลูกหรือยัง เพื่อจะได้เลือกวิธีการตรวจรวมทั้งเลือกใช้ขนาดเครื่องมือแพทย์ที่เหมาะสม ในกรณีที่ไม่เคยมีความสัมพันธ์ทางเพศมาก่อนเลย เครื่องมือแพทย์ที่ใช้จะมีขนาดเล็กกว่า เป็นต้น และใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที ในการตรวจแต่ละครั้ง โดยแพทย์จะส่งเซลล์ที่ได้ไปยังห้องปฏิบัติการหรือส่งต่อไปอัลตราซาวนด์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ซึ่งขึ้นอยู่กับความผิดปกติของแต่ละคน


    วิธีการตรวจภายใน

    สำหรับวิธีการตรวจแพทย์จะให้ผู้ป่วยเปลี่ยนไปสวมชุดคลุม แล้วใช้เครื่องมือแพทย์ลักษณะคล้ายปากเป็ดขนาดเล็ก ๆ แบน ๆ สองอัน สอดเบา ๆ เข้าไปในช่องคลอด เพื่อเปิดขยายออกให้เห็นปากมดลูก จากนั้นจะใช้เครื่องมือเข้าไปเก็บเซลล์ที่ปากมดลูก จากนั้นจะใช้เครื่องมือเข้าไปเก็บเซลล์ที่ปากมดลูกไปตรวจหาความผิดปกติต่อไป โดยทุกขั้นตอนจะมีพยาบาล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงอยู่ในห้องด้วย

    photo​


    “ในรายที่แต่งงานมีลูกแล้ว แพทย์อาจใช้นิ้วสอดเข้าไปในช่องคลอดเพื่อกระดกมดลูกขึ้น อีกมือหนึ่งคลำที่หน้าท้องเพื่อจะทราบว่ามดลูกโตไหมและมีความเจ็บปวดตรงไหนหรือเปล่า เพราะบางโรค เช่น โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ บางทียังไม่ถึงขั้นเป็นซีสต์ใหญ่ แต่คนไข้มีอาการปวดมาก เพราะโรคไปเกาะบริเวณเส้นประสาทหรือบริเวณด้านหลังมดลูกที่มีการเคลื่อนไหว เช่น รอยต่อระหว่างมดลูกกับลำไส้ใหญ่ เวลาถ่ายแล้วจะปวดมากหรือเวลามีประจำเดือนจะปวดเหมือนอยากถ่ายอุจจาระหรือท้องเสีย การตรวจวิธีนี้จะทำให้รู้ว่ามีเม็ด มีตุ่ม หรือมีความเจ็บปวดเกิดขึ้นหรือไม่” 


    วิถีชีวิตผู้หญิงยุคใหม่

    โรคภายในของผู้หญิงที่พบบ่อยมาก ได้แก่

    • โรคตกขาว
    • เลือดออกผิดปกติ
    • ประจำเดือนมาไม่ตรงหรือมาน้อย
    • ปวดประจำเดือน
    • ปวดท้องน้อย
    • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

    ซึ่งมีผลมาจากผู้หญิงสมัยนี้วิถีชีวิตเปลี่ยนไป คือ แต่งงานช้าลง มีลูกตอนอายุมาก ทำให้รอบประจำเดือนมีมากขึ้น ไม่เหมือนสมัยก่อนที่อายุ 15 – 16 ปี ก็ตั้งท้องแล้ว ทำให้รังไข่มีโอกาสได้หยุดทำงาน ยิ่งในรายที่มีลูกหัวปีท้ายปี รังไข่ก็แทบจะไม่ได้ทำงานเลย เนื่องจากโรคเหล่านี้เกี่ยวพันกับการทำงานของรังไข่นั่นเอง

    “ส่วนโรคตกขาวที่เป็นกันมาก หมายถึง การมีมูกออกมาจากช่องคลอด ปกติจะมีอยู่แล้ว เพราะเป็นน้ำหล่อลื่น แต่หากเกิดอักเสบจากการติดเชื้อต่าง ๆ เช่น เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อพยาธิ ซึ่งไม่ถือว่าน่ากลัว แต่น่ารำคาญ เช่น ทำให้คัน มีกลิ่น มีมูกเยอะเกินไป อะไรก็ตามที่เคยเป็นปกติของชีวิตแล้วไม่เป็นไปตามนั้นก็ถือว่าผิดปกติ อย่างตกขาวที่มีอาการคัน มีกลิ่น หรือมีมูกเยอะเกินไปถือว่าผิดปกติแล้ว ซึ่งควรมาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติต่อไป”

     

    ใช้ชีวิตให้ห่างจากโรค

    • ไม่สูบบุหรี่ เพราะสารทาร์และนิโคตินจะเข้าไปในกระแสเลือด
    • รักษาสุขอนามัยอย่างพอดี
    • ไม่เปลี่ยนคู่นอน
    • ไม่ใช้แผ่นอนามัยแบบแผ่น โดยเฉพาะชนิดมีน้ำหอม เพราะแผ่นอนามัยจะดูดซึมความชื้นไปเก็บสะสม แต่อากาศไม่ผ่าน ทำให้หมักหมมเชื้อโรคที่เจริญเติบโต เช่น เชื้อรา ทำให้เป็นเชื้อรากันมาก
      ช่วงมีประจำเดือนควรเปลี่ยนผ้าอนามัยให้บ่อย อย่างน้อยทุก 3 ชั่วโมง

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ตรวจตาและจอประสาทตาอย่างละเอียดตรวจตาและจอประสาทตาอย่างละเอียด
    ตรวจตาและจอประสาทตาอย่างละเอียด

    4,000 บาท

    5,640 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจ Wellness Hormone Insight - Female หญิงชุดตรวจ Wellness Hormone Insight - Female หญิง
    ชุดตรวจ Wellness Hormone Insight - Female หญิง

    11,000 บาท

    20,240 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจ Vita - Beauty ระดับวิตามินในร่างกายชุดตรวจ Vita - Beauty ระดับวิตามินในร่างกาย
    ชุดตรวจ Vita - Beauty ระดับวิตามินในร่างกาย

    9,500 บาท

    13,620 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จำเป็นแค่ไหน และใครควรฉีด Image
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จำเป็นแค่ไหน และใครควรฉีด
    เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) อาการเตือน สาเหตุ แนวทางการรักษา Image
    เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) อาการเตือน สาเหตุ แนวทางการรักษา
    Double Balloon Endoscopy (DBE) ส่องกล้องลำไส้เล็กด้วยบอลลูนคู่ Image
    Double Balloon Endoscopy (DBE) ส่องกล้องลำไส้เล็กด้วยบอลลูนคู่
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ