โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    ปรับพฤติกรรมรักษากรดไหลย้อน (GERD)

    1 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 10 ธ.ค. 2568
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    ตรวจตาและจอประสาทตาอย่างละเอียด
    Package Image
    ชุดตรวจ Wellness Hormone Insight - Female หญิง
    Package Image
    ชุดตรวจ Vita - Beauty ระดับวิตามินในร่างกาย
    ปรับพฤติกรรมรักษากรดไหลย้อน (GERD)
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 10 ธ.ค. 2568

    หากมีอาการของโรคกรดไหลย้อน (GERD) และใช้ยาลดกรดหรือยาอื่นในกลุ่ม PPI มานานกว่า 2 สัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น ควรต้องพบแพทย์ผู้ชำนาญการระบบทางเดินอาหารและลำไส้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรค การรักษาจะต้องรวมถึงการปรับพฤติกรรมประจำวัน (Life Style Change) เช่น การออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร นอกเหนือจากการใช้ยาหรือการผ่าตัดซึ่งเป็นทางเลือกระดับสุดท้าย


    ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรักษา GERD

    การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประจำวัน (Lifestyle Changes) เพื่อรักษาโรคกรดไหลย้อน (GERD) ได้แก่
    • เลิกสูบบุหรี่
    • หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่ทำให้อาการแย่ลง
    • ถ้าอ้วนให้ลดน้ำหนักลง
    • ทานครั้งละน้อย ๆ ในแต่ละมื้อ แต่ทานบ่อยขึ้น
    • สวมเสื้อผ้าหลวม ไม่ควรใส่เสื้อผ้ารัดรูปจนเกินไป
    • หลีกเลี่ยงการนอนภายใน 3 ชั่วโมงหลังอาหาร
    • นอนหนุนเตียงให้ด้านหัวสูง 6 – 8 นิ้ว การใช้หมอนหนุนจะไม่ได้ผล เนื่องจากมีการงอบริเวณลำตัว


    ข้อสังเกตเมื่อกรดไหลย้อน (GERD)

    สิ่งที่ควรจำ (Points to Remember) เกี่ยวกับโรคกรดไหลย้อน (Gerd) ได้แก่

    • การเจ็บหน้าอกบ่อย ๆ (Heartburn) เป็นอาการที่พบได้ง่ายและบ่อยในผู้ใหญ่ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน ถ้ามีอาการเจ็บหน้าอกมากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ถือว่ามีความเสี่ยงหรือโอกาสที่เป็นโรคกรดไหลย้อน
    • โรคกรดไหลย้อนเกิดขึ้นโดยไม่มีอาการเจ็บหน้าอกได้
    • อาการอื่น ๆ ที่บ่งชี้ว่าเป็นโรคกรดไหลย้อน คือ ไอแห้ง ๆ หอบหืด และกลืนลำบาก
    • ถ้าเคยใช้ยาลดกรดมานานเกิน 2 สัปดาห์แล้วอาการไม่ดีขึ้นและในรายที่อาการรุนแรงแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหารและลำไส้
    • โดยปกติแพทย์จะแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือปรับโภชนาการเพื่อช่วยให้อาการดีขึ้น ยาก็เป็นปัจจัยที่จำเป็นในการรักษา แต่การผ่าตัดจะเป็นทางเลือกขั้นสุดท้าย
    • เด็กทารกส่วนใหญ่ที่มีภาวะไหลย้อนกลับจะยังคงมีสุขภาพแข็งแรงดี ถึงแม้ว่าจะมีการสำลักหรืออาเจียนบ่อย ส่วนใหญ่อาการเหล่านี้จะหายไปหลังจาก 1 ปี หรือครบ 1 ขวบ ถ้าเด็กยังมีอาการนานกว่า 1 ปี ให้สันนิษฐานว่า อาจจะเป็นโรคกรดไหลย้อนควรปรึกษาแพทย์
    • การมีภาวะไหลย้อนกลับที่ยาวนานและต่อเนื่อง รวมทั้งอาการหลังงอและหงุดหงิดง่ายในเด็ก หรือมีอาการปวดท้องหรือหน้าอกบ่อยในเด็กโต รวมถึงการไอเรื้อรัง อาเจียน และมีปัญหาเกี่ยวระบบหายใจ คืออาการที่บ่งชี้ว่าเป็นโรคกรดไหลย้อน

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ตรวจตาและจอประสาทตาอย่างละเอียดตรวจตาและจอประสาทตาอย่างละเอียด
    ตรวจตาและจอประสาทตาอย่างละเอียด

    4,000 บาท

    5,640 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจ Wellness Hormone Insight - Female หญิงชุดตรวจ Wellness Hormone Insight - Female หญิง
    ชุดตรวจ Wellness Hormone Insight - Female หญิง

    11,000 บาท

    20,240 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจ Vita - Beauty ระดับวิตามินในร่างกายชุดตรวจ Vita - Beauty ระดับวิตามินในร่างกาย
    ชุดตรวจ Vita - Beauty ระดับวิตามินในร่างกาย

    9,500 บาท

    13,620 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จำเป็นแค่ไหน และใครควรฉีด Image
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จำเป็นแค่ไหน และใครควรฉีด
    เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) อาการเตือน สาเหตุ แนวทางการรักษา Image
    เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) อาการเตือน สาเหตุ แนวทางการรักษา
    Double Balloon Endoscopy (DBE) ส่องกล้องลำไส้เล็กด้วยบอลลูนคู่ Image
    Double Balloon Endoscopy (DBE) ส่องกล้องลำไส้เล็กด้วยบอลลูนคู่
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ