โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    กินอย่างไรไม่ให้อ้วน

    2 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 10 ธ.ค. 2568
    แพ็กเกจแนะนำ
    แพ็กเกจ Kid Smart Care สำหรับโรคทางเดินอาหาร
    แพ็กเกจ Kid Smart Care สำหรับโรคทางเดินอาหาร
    แพ็กเกจ Kid Smart Care สำหรับโรคทางเดินหายใจ
    แพ็กเกจ Kid Smart Care สำหรับโรคทางเดินหายใจ
    ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วย 3D ดิจิทัลแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์เต้านม
    ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วย 3D ดิจิทัลแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์เต้านม
    กินอย่างไรไม่ให้อ้วน
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 10 ธ.ค. 2568

    เมื่อพลังงานที่ร่างกายได้รับมากกว่าพลังงานที่ใช้ออกไปส่งผลให้เกิดภาวะ “อ้วน” มีไขมันสะสมอยู่ในปริมาณมากกว่าปกติและก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ตามมา นอกจากนี้ภาวะอ้วนยังอาจเกิดจากพันธุกรรม เพศ อายุ ความเครียด การเคลื่อนไหวของร่างกาย และพฤติกรรมการบริโภคอีกด้วย

     

    ตรวจเช็กความอ้วน

    วิธีเช็กอย่างง่ายว่าท่านอ้วนหรือไม่ คือ การคำนวณดัชนีมวลกาย หรือ BMI (Body Mass Index) ที่หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี BMI ของแต่ละคนจะมีค่าเท่ากับน้ำหนักของคน ๆ นั้นหารด้วยความสูงที่เป็นเมตรสองครั้ง ซึ่งเกณฑ์มาตรฐานปกติของคนเอเชีย คือ 18.5 – 22.9 หากคุณมีBMI อยู่ในช่วง 23 – 24.9 จัดว่าน้ำหนักเกินมาตรฐาน หาก ≥ 25 จัดเป็นภาวะอ้วน 

    นอกจากนี้การวัดเส้นรอบเอวในท่ายืน โดยใช้สายวัดรอบเอวผ่านสะดือให้สายวัดแนบกับลำตัวไม่รัดแน่น และให้ระดับของสายวัดที่วัดรอบเอววางอยู่ในแนวขนานกับพื้น ซึ่งแปลผลโดยใช้ส่วนสูงหาร 2 จะเป็นรอบเอวที่เหมาะสมกับแต่ละคน ยกตัวอย่างเช่น สูง 160 cm นำมาหารสองจะเท่ากับ 80 cm วัดเส้นรอบเอวได้ 90 cm สามารถแปลผลได้ว่าอ้วนลงพุง หากต้องการความชัดเจนที่มากขึ้นแนะนำว่าให้วัดวัดองค์ประกอบของร่างกายหรือที่เรียกว่า Body Composition เพื่อดูปริมาณกล้ามเนื้อและไขมันในร่างกาย

     

    กินอย่างไรไม่ให้อ้วน​

     

    ชนิดของโรคอ้วน

    ชนิดของโรคอ้วนมี 2 ชนิด คือ 

    1. อ้วนแบบลูกแอปเปิลหรืออ้วนลงพุง คือ มีการสะสมของไขมันบริเวณกลางลำตัวและอวัยวะภายในช่องท้องมากเกินไป ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ 
    2. อ้วนแบบลูกแพร์ คือ มีการสะสมของไขมันบริเวณสะโพกและน่องมากเกินไป โอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนน้อยกว่าอ้วนลงพุง

     

    ความอ้วนและน้ำหนักตัวที่เกินจัดว่าเป็นโรคเรื้อรังประเภทหนึ่ง ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต อีกทั้งยังเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน  ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดสมองตีบ ระบบหายใจผิดปกติ ข้อเข่าเสื่อม เป็นต้น 

    กินอย่างไรไม่ให้อ้วน​

    ธงโภชนาการป้องกันความอ้วน

    การรับประทานอาหารตามแนวทางของธงโภชนาการและโภชนบัญญัติ 9 ประการ คือตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ไม่ต้องกังวลกับความอ้วน เพราะธงโภชนาการจะแสดงกลุ่มอาหารและสัดส่วนการกินอาหาร โดยฐานใหญ่ด้านบนนั้นจะเน้นให้กินในปริมาณมากและปลายธงข้างล่างให้กินน้อย ๆ เท่าที่จำเป็น โดยมีรายละเอียดดังนี้

    1. กินอาหารให้หลากหลายในสัดส่วนที่เหมาะสมและหมั่นดูแลน้ำหนักตัว
    2. กินข้าวเป็นหลัก เน้นข้าวกล้อง ข้าวขัดสีน้อย อย่างน้อยในมื้อใดมื้อหนึ่งของวัน
    3. กินพืชผักและผลไม้ตามฤดูกาลให้มากเป็นประจำ ผักควรบริโภคไม่น้อยกว่า 4 ทัพพี / วัน และผลไม้เน้นที่รสไม่หวานจัด
    4. กินปลา ไข่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ถั่วเป็นประจำ
    5. ดื่มนมเป็นประจำ เช่น โยเกิร์ต 
    6. หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง หวานจัด เค็มจัด
    7. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มรสหวาน
    8. กินอาหารสะอาด ถูกสุขอนามัย
    9. งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

     

    นอกจากนี้พลังงานที่ควรได้รับใน 1 วันเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย เด็กอายุ 6 – 13 ปี หญิงวัยทำงานอายุ 25 – 60 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ควรได้รับพลังงาน 1,600 กิโลแคลอรี่ ส่วนวัยรุ่นหญิงและชายอายุ 14 – 25 ปีและชายวัยทำงานอายุ 25 – 60 ปี ควรได้รับพลังงาน 2,000 กิโลแคลอรี่ ส่วนผู้ที่ทำอาชีพเกษตรกร นักกีฬา และผู้ใช้แรงงาน ควรได้รับพลังงาน 2,400 กิโลแคลอรี่ อย่างไรก็ตามหากมีปัญหาน้ำหนักเกินควรปรึกษานักกำหนดอาหารเพื่อจะได้รับประทานอาหารได้อย่างเหมาะสมเพื่อรูปร่างที่สมส่วนในระยะยาว

    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจ Kid Smart Care สำหรับโรคทางเดินอาหารแพ็กเกจ Kid Smart Care สำหรับโรคทางเดินอาหาร
    แพ็กเกจ Kid Smart Care สำหรับโรคทางเดินอาหาร

    2,200 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจ Kid Smart Care สำหรับโรคทางเดินหายใจแพ็กเกจ Kid Smart Care สำหรับโรคทางเดินหายใจ
    แพ็กเกจ Kid Smart Care สำหรับโรคทางเดินหายใจ

    2,500 บาท

    รายละเอียด
    ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วย 3D ดิจิทัลแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์เต้านมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วย 3D ดิจิทัลแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์เต้านม
    ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วย 3D ดิจิทัลแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์เต้านม

    4,900 บาท

    7,170 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    Acromegaly คืออะไร สาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา Image
    Acromegaly คืออะไร สาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา
    แผลเท้าเรื้อรังไม่หาย เสี่ยงกระดูกติดเชื้อ เช็กอาการและสาเหตุที่ไม่ควรมองข้าม Image
    แผลเท้าเรื้อรังไม่หาย เสี่ยงกระดูกติดเชื้อ เช็กอาการและสาเหตุที่ไม่ควรมองข้าม
    โรค GFAP คืออะไร อาการ สาเหตุ การวินิจฉัย และการรักษาที่ควรรู้ Image
    โรค GFAP คืออะไร อาการ สาเหตุ การวินิจฉัย และการรักษาที่ควรรู้
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ