โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    ตามัวเฉียบพลันเกิดจากอะไร? สาเหตุ อาการ สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

    5 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    พญ. วีรยา พิมลรัฐ
    พญ. วีรยา พิมลรัฐ

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 03 ก.ย. 2569
    Dr. Weeraya Pimolrat
    พญ. วีรยา พิมลรัฐ
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น
    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น
    ตามัวเฉียบพลันเกิดจากอะไร? สาเหตุ อาการ สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 03 ก.ย. 2569

    ตามัวเฉียบพลันหรือการมองเห็นที่ลดลงอย่างรวดเร็วเป็นอาการที่ไม่ควรละเลย เพราะอาจเกิดได้ตั้งแต่ความผิดปกติของกระจกตา วุ้นตา จอตา และเส้นประสาทตา ไปจนถึงโรคของสมองและหลอดเลือด บางสาเหตุต้องได้รับการประเมินและรักษาอย่างเร่งด่วน เพื่อเพิ่มโอกาสรักษาการมองเห็นและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต แม้อาการจะดีขึ้นหรือกลับมามองเห็นตามปกติแล้ว ก็ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

     

    ตามัวเฉียบพลันคืออะไร

    ตามัวเฉียบพลัน คือ ภาวะที่การมองเห็นลดลงอย่างรวดเร็ว อาจเกิดขึ้นทันทีภายในไม่กี่วินาทีหรือไม่กี่นาที หรือเปลี่ยนแปลงชัดเจนภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1 – 2 วัน อาจเกิดกับตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง เป็นชั่วคราวหรือเป็นต่อเนื่อง ผู้ป่วยอาจรู้สึกว่าภาพมัวลง มองเห็นลดลงหรือมองไม่เห็น ภาพบางส่วนหายไป มีม่านหรือเงาดำบัง เห็นแสงแฟลช จุดดำลอย หรือภาพบิดเบี้ยว และอาจมีตาแดง ปวดตา หรืออาการทางระบบประสาทร่วมด้วย

    ตามัวเฉียบพลันเกิดจากอะไร

    • ความผิดปกติของกระจกตาและตาส่วนหน้า เช่น กระจกตาถลอก กระจกตาติดเชื้อ โดยเฉพาะในผู้ใส่คอนแทคเลนส์ หรือการอักเสบภายในลูกตา อาจทำให้ตามัวร่วมกับปวดตา ตาแดง แพ้แสง หรือน้ำตาไหล
    • ความผิดปกติของวุ้นตา เลือดออกในวุ้นตา (Vitreous Hemorrhage) อาจทำให้การมองเห็นลดลงเฉียบพลัน เห็นจุดดำจำนวนมาก เหมือนควันหรือหยากไย่ลอยบังการมองเห็น พบได้ในผู้ป่วยเบาหวานขึ้นตา จอตาฉีกขาด หรือโรคของหลอดเลือดจอตาบางชนิด
    • ความผิดปกติของจอตา โรคของจอตาหลายชนิดอาจทำให้การมองเห็นลดลงอย่างเฉียบพลัน ได้แก่
      • จอตาฉีกขาดหรือจอตาลอก (Retinal Tear or Retinal Detachment) อาจเริ่มจากเห็นแสงแฟลช จุดดำลอยเพิ่มขึ้น หรือมีม่านและเงาดำบังลานสายตา หากจอตาลอกลุกลามเข้าสู่จุดรับภาพชัด การมองเห็นตรงกลางจะลดลง
      • หลอดเลือดแดงจอตาอุดตัน (Retinal Artery Occlusion) ทำให้สูญเสียการมองเห็นข้างเดียวอย่างเฉียบพลันและมักไม่ปวด ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องประเมินทั้งด้านตาและความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองทันที
      • หลอดเลือดดำจอตาอุดตัน (Retinal Vein Occlusion) ทำให้การมองเห็นลดลงแบบเฉียบพลันหรือกึ่งเฉียบพลัน มักไม่ปวด ความรุนแรงขึ้นกับตำแหน่งที่อุดตันและการบวมของจุดรับภาพชัด
      • เลือดออกในจอตาหรือใต้จอตา หากเกิดบริเวณจุดรับภาพชัด (Macula) ผู้ป่วยอาจมองตรงกลางไม่ชัด เห็นภาพบิดเบี้ยว หรือมีภาพตรงกลางหายไป
    • ความผิดปกติของเส้นประสาทตา เช่น เส้นประสาทตาอักเสบ (Optic Neuritis) ซึ่งอาจปวดเมื่อกลอกตา หรือภาวะเส้นประสาทตาขาดเลือด (Ischemic Optic Neuropathy) ซึ่งมักทำให้มองเห็นลดลงอย่างรวดเร็วและอาจมีลานสายตาผิดปกติ
    • ต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน (Acute Angle – Closure Glaucoma) เกิดจากความดันลูกตาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจมีตามัว ปวดตารุนแรง ตาแดง เห็นแสงเป็นวงรอบดวงไฟ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หรืออาเจียน เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรักษาโดยเร็ว
    • ความผิดปกติของสมองและทางเดินประสาทการมองเห็น เช่น โรคหลอดเลือดสมอง อาจทำให้ภาพบางส่วนหายไป มองไม่เห็นด้านใดด้านหนึ่ง หรือมีลานสายตาแหว่ง โดยอาจมีหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง ชา พูดไม่ชัด หรือเดินเซร่วมด้วย

    สังเกตอาการตามัวเฉียบพลัน

    • เห็นแสงแฟลชร่วมกับจุดดำลอยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
    • มีม่านดำหรือเงาดำบังการมองเห็น
    • ตามัวร่วมกับปวดตา ตาแดง แพ้แสง คลื่นไส้ หรืออาเจียน
    • ตามัวร่วมกับแขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด เดินเซ ใบหน้าเบี้ยว
    • มองเห็นภาพแหว่งหรือภาพบางส่วนหายไป
    • สูญเสียการมองเห็นชั่วคราว แม้การมองเห็นจะกลับมาเป็นปกติแล้ว

    ตามัวเฉียบพลันแบบไหนต้องรีบพบแพทย์

    • การมองเห็นลดลงทันทีหรืออย่างรวดเร็ว
    • ตามัวข้างเดียวอย่างชัดเจน หรือมองไม่เห็นชั่วคราว
    • ปวดตารุนแรง ตาแดง แพ้แสง คลื่นไส้ หรืออาเจียน
    • มีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย เช่น หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงหรือชา พูดไม่ชัด เดินเซ หรือปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน

    หากการมองเห็นลดลงเฉียบพลัน โดยเฉพาะเมื่อมีอาการข้างต้น ควรไปโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรอดูอาการหรือขับรถไปเอง เพราะบางสาเหตุมีช่วงเวลาสำคัญในการวินิจฉัยและรักษา

    ตรวจวินิจฉัยตามัวเฉียบพลัน

    1. ซักประวัติอย่างละเอียด เช่น เริ่มมีอาการเมื่อไร เป็นตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง เกิดขึ้นทันทีหรือค่อย ๆ เป็น มีอาการปวดตา แสงแฟลช จุดดำลอย หรืออาการทางระบบประสาทร่วมด้วยหรือไม่ รวมถึงโรคประจำตัว ยาที่ใช้ การใส่คอนแทคเลนส์ อุบัติเหตุ และการผ่าตัดตา
    2. ตรวจการมองเห็นและการทำงานของเส้นประสาทตา เช่น วัดระดับการมองเห็น ตรวจรูม่านตา การมองเห็นสี และลานสายตา
    3. ตรวจตาส่วนหน้าและวัดความดันลูกตา เพื่อประเมินกระจกตา ช่องหน้าลูกตา ม่านตา เลนส์ตา การอักเสบ และภาวะต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน
    4. ตรวจวุ้นตา จอตา และขั้วประสาทตาหลังหยอดยาขยายม่านตา เพื่อค้นหาเลือดออกในวุ้นตา จอตาฉีกขาด จอตาลอก หลอดเลือดจอตาอุดตัน หรือความผิดปกติของขั้วประสาทตา
    5. ตรวจเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้ เช่น OCT การถ่ายภาพจอตา อัลตราซาวนด์ลูกตา การฉีดสีตรวจหลอดเลือดจอตา หรือการตรวจลานสายตา
    6. ประเมินโรคทางระบบและระบบประสาทเมื่อสงสัย เช่น ตรวจเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจหลอดเลือด หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ / คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของสมอง โดยทำร่วมกับแพทย์ฉุกเฉิน อายุรแพทย์ หรือแพทย์ระบบประสาทตามความเหมาะสม

    รักษาตามัวเฉียบพลัน

    การรักษาขึ้นกับสาเหตุและความเร่งด่วน จักษุแพทย์อาจพิจารณาการรักษาอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายวิธีร่วมกัน ได้แก่

    • ให้ยาหยอดตา ยารับประทาน หรือยาทางหลอดเลือด เพื่อรักษาการติดเชื้อ การอักเสบ หรือลดความดันลูกตา ตามสาเหตุ
    • เลเซอร์หรือผ่าตัดในภาวะเร่งด่วน เช่น จอตาฉีกขาด จอตาลอก เลือดออกในวุ้นตาบางกรณี หรือต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน
    • ฉีดยาเข้าวุ้นตา (Intravitreal Injection) ในโรคจอตาบางชนิดตามข้อบ่งชี้
    • ส่งต่อเพื่อประเมินภาวะหลอดเลือดสมองหรือโรคทางระบบอย่างเร่งด่วน เมื่อสงสัยหลอดเลือดแดงจอตาอุดตัน การสูญเสียการมองเห็นชั่วคราว หรือมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย
    • ควบคุมปัจจัยเสี่ยงและโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดซ้ำและภาวะแทรกซ้อน

    ลดความเสี่ยงของตามัวเฉียบพลัน

    • ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ตามคำแนะนำของแพทย์
    • งดสูบบุหรี่และดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด
    • ตรวจสุขภาพตาตามช่วงอายุ ปัจจัยเสี่ยง และคำแนะนำของจักษุแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน สายตาสั้นมาก เคยผ่าตัดตา หรือมีประวัติโรคจอตา
    • ใช้คอนแทคเลนส์อย่างถูกสุขลักษณะ ไม่ใส่นอน เว้นแต่เป็นชนิดที่แพทย์แนะนำ และไม่ให้คอนแทคเลนส์สัมผัสน้ำ
    • สวมแว่นตานิรภัยเมื่อทำงานช่าง ทำสวน หรือทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บของดวงตา
    • หากมีแสงแฟลช จุดดำลอยเพิ่มขึ้น ม่านดำบังตา หรือการมองเห็นลดลงอย่างรวดเร็ว ควรพบจักษุแพทย์ทันที

    ภาวะตามัวเฉียบพลันบางสาเหตุไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด การรู้จักสัญญาณเตือนและเข้ารับการตรวจโดยเร็วจึงมีความสำคัญต่อการรักษาการมองเห็น


    คำถามที่พบบ่อย

    Q: ตามัวเฉียบพลันต้องพบจักษุแพทย์ทันทีหรือไม่

    A: ตามัวเฉียบพลันควรได้รับการประเมินโดยเร็ว โดยเฉพาะหากมองเห็นลดลงมาก มีแสงแฟลช จุดดำลอยเพิ่มขึ้น ม่านดำบังตา ปวดตารุนแรง ตาแดง หรือมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย ควรไปโรงพยาบาลทันที เพราะการรออาจทำให้เสียโอกาสในการรักษา

    Q: ตามัวเฉียบพลันแต่ไม่ปวดตาแปลว่าไม่อันตรายจริงหรือไม่

    A: ไม่จริง โรคที่รุนแรงหลายชนิดอาจไม่ทำให้ปวดตา เช่น จอตาลอก หลอดเลือดแดงจอตาอุดตัน หรือหลอดเลือดดำจอตาอุดตัน ดังนั้นหากการมองเห็นลดลงอย่างเฉียบพลัน แม้ไม่ปวดตาก็ควรได้รับการตรวจโดยเร็ว

    Q: ตามัวเฉียบพลันในผู้ป่วยเบาหวานต้องระวังเป็นพิเศษหรือไม่

    A: ใช่ ผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงเลือดออกในวุ้นตา จอตาบวม และโรคหลอดเลือดจอตา หากมองเห็นลดลงอย่างเฉียบพลันควรรีบพบจักษุแพทย์ ไม่ควรรอให้ถึงวันนัดตรวจตามปกติ

    Q: ตามัวเฉียบพลันกับการมองเห็นไม่ชัดต่างกันอย่างไร

    A: การมองเห็นไม่ชัดคือภาพขาดความคมชัด ซึ่งอาจเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ หรือรวดเร็ว ส่วนตามัวเฉียบพลันคือการมองเห็นที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งควรได้รับการประเมินโดยเร็วเพื่อแยกภาวะฉุกเฉิน

    โรงพยาบาลที่ชำนาญการรักษาตามัวเฉียบพลัน

    ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมให้การดูแลรักษาตามัวเฉียบพลันและทุกปัญหาความผิดปกติของดวงตา โดยจักษุแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย และทีมสหสาขาที่มากด้วยประสบการณ์ พร้อมวางแผนการดูแลรักษาและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย รักษา ไปจนถึงติดตามดูแล เพื่อให้มั่นใจทุกการมองเห็นในทุกช่วงวัย

    แพทย์ที่ชำนาญการดูแลรักษาตามัวเฉียบพลัน

    พญ.วีรยา พิมลรัฐ จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านจอตา วุ้นตา และจักษุวิทยาภูมิคุ้มกัน โรงพยาบาลกรุงเทพ

    สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    พญ. วีรยา พิมลรัฐ

    จักษุวิทยา

    พญ. วีรยา พิมลรัฐ

    จักษุวิทยา

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลกรุงเทพ

    ชั้น 5 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดให้บริการ

    จันทร์-ศุกร์ 08.00 - 19.00 น.

    เสาร์ 08.00 - 17.00 น

    อาทิตย์ 08.00 - 16.00 น.

    02 755 1007

    02 310 3007

    1719

    [email protected]

    @288wcawz

    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้นตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น
    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น

    3,900 บาท

    5,310 บาท

    รายละเอียด
    ตรวจตาและจอประสาทตาอย่างละเอียดตรวจตาและจอประสาทตาอย่างละเอียด
    ตรวจตาและจอประสาทตาอย่างละเอียด

    4,000 บาท

    5,640 บาท

    รายละเอียด
    เลสิกไร้ใบมีด แก้สายตาสั้น/เอียง/ยาว แต่กำเนิด FemtoLASIKเลสิกไร้ใบมีด แก้สายตาสั้น/เอียง/ยาว แต่กำเนิด FemtoLASIK
    เลสิกไร้ใบมีด แก้สายตาสั้น/เอียง/ยาว แต่กำเนิด FemtoLASIK

    88,000 บาท

    138,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    จอตาลอกคืออะไร? อาการเตือน วิธีรักษา และทำไมต้องรีบรักษา Image
    จอตาลอกคืออะไร? อาการเตือน วิธีรักษา และทำไมต้องรีบรักษา
    ตามัวเกิดจากอะไร? อาการ สาเหตุ และสัญญาณเตือนที่ควรพบจักษุแพทย์ Image
    ตามัวเกิดจากอะไร? อาการ สาเหตุ และสัญญาณเตือนที่ควรพบจักษุแพทย์
    Refractive Lens Exchange (RLE) ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้สายตาให้มองชัดทุกระยะ Image
    Refractive Lens Exchange (RLE) ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้สายตาให้มองชัดทุกระยะ
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ