โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    ไส้เลื่อน เกิดจากอะไร เช็กปัจจัยเสี่ยงและแนวทางการรักษา

    5 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 01 ก.ย. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    โปรโมชั่น World Heart Day 2026
    โปรโมชั่น World Heart Day 2026
    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น
    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์
    ไส้เลื่อน เกิดจากอะไร เช็กปัจจัยเสี่ยงและแนวทางการรักษา
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 01 ก.ย. 2569

    โรคไส้เลื่อนไม่ได้เป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ชายเท่านั้น แต่ผู้หญิงและเด็กก็มีโอกาสเผชิญกับภาวะนี้ได้เช่นกัน หากละเลยสัญญาณเตือนอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับสาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา ที่ช่วยให้คนไข้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกตอย่างรวดเร็วและปลอดภัย

    ไส้เลื่อน (Hernia) คืออะไร ทำไมอวัยวะภายในเคลื่อนที่ผิดปกติ

    ไส้เลื่อน (Hernia) คือภาวะที่อวัยวะภายในช่องท้อง ซึ่งส่วนใหญ่คือลำไส้เล็กหรือแผ่นไขมัน เกิดการเคลื่อนที่ผ่านช่องทาง หรือผนังกล้ามเนื้อที่อ่อนแอผิดปกติไปยังตำแหน่งอื่น จนปรากฏเป็นก้อนนูนออกมา ภาวะไส้เลื่อนนี้เปรียบเสมือนยางในรถที่โป่งพองผ่านรอยปริของยางนอก โดยอวัยวะที่เลื่อนออกมาอาจติดค้างจนทำให้เกิดอาการปวด และอันตรายได้หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

    ไส้เลื่อน เกิดจากอะไร เจาะลึกสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงใกล้ตัว

    หลายคนสงสัยว่าไส้เลื่อนเกิดจากอะไร ความจริงแล้วภาวะนี้เกิดได้จากทั้งความผิดปกติแต่กำเนิด และความเสื่อมสภาพของกล้ามเนื้อตามอายุ โดยมีปัจจัยกระตุ้นหลักคือแรงดันในช่องท้องที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไส้เลื่อนเกิดจากสาเหตุสำคัญ ได้แก่

    • แรงเบ่งสะสม: จากภาวะท้องผูกเรื้อรังหรือโรคต่อมลูกหมากโตที่ทำให้ต้องออกแรงเบ่งปัสสาวะ
    • พฤติกรรมการใช้ชีวิต: การยกของหนักเป็นประจำ หรือการออกกำลังกายหักโหมจนเกินไป
    • ความผิดปกติของปอด: อาการไอเรื้อรังจากโรคถุงลมโป่งพอง หรือการสูบบุหรี่จัด
    • สภาวะร่างกาย: ภาวะอ้วนน้ำหนักเกิน การตั้งครรภ์ หรือการมีน้ำในช่องท้องจากโรคตับ
    • พันธุกรรม: ผนังหน้าท้องอ่อนแรงแต่กำเนิด หรือรูเปิดธรรมชาติปิดไม่สนิทในเด็กคลอดก่อนกำหนด

    ชนิดของโรคไส้เลื่อนที่พบบ่อยในผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก

    ชนิดของโรคไส้เลื่อนที่พบบ่อย

    ไส้เลื่อนมีหลายประเภทขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิด โดยแต่ละชนิดมีความเสี่ยง และลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป ดังนี้

    ไส้เลื่อนขาหนีบและโคนขา (Inguinal & Femoral Hernia)

    เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในเพศชายมักพบไส้เลื่อนขาหนีบ ส่วนเพศหญิงมักพบไส้เลื่อนบริเวณโคนขาซึ่งอยู่ต่ำกว่าขาหนีบเล็กน้อย

    ไส้เลื่อนบริเวณสะดือ (Umbilical Hernia)

    พบได้บ่อยในเด็กทารกที่ผนังหน้าท้องปิดไม่สนิท และผู้ใหญ่ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ความอ้วนหรือการตั้งครรภ์หลายครั้ง

    ไส้เลื่อนแผลผ่าตัดและกระบังลม (Incisional & Diaphragmatic Hernia)

    เกิดบริเวณแผลผ่าตัดเดิมที่กล้ามเนื้ออ่อนแอลง หรือเกิดที่กระบังลมซึ่งทำให้กระเพาะอาหารเลื่อนขึ้นไปในทรวงอก ส่งผลให้มีอาการจุกแน่นคล้ายกรดไหลย้อน

    อาการไส้เลื่อนเป็นอย่างไร และจุดไหนที่มักพบก้อนนูน

    อาการไส้เลื่อนเป็นอย่างไร 

    การสังเกตอาการไส้เลื่อนในระยะแรกอาจทำได้ยากหากก้อนมีขนาดเล็ก แต่เมื่อเวลาผ่านไป อาการไส้เลื่อนจะชัดเจนขึ้นโดยเฉพาะเมื่อมีการออกแรง โดยจุดที่พบบ่อยและลักษณะอาการที่ต้องระวัง มีดังนี้

    • พบบริเวณขาหนีบ: คลำพบก้อนนูนนุ่มบริเวณง่ามขาหรือถุงอัณฑะ มักชัดเจนขึ้นเวลาไอหรือจาม
    • พบบริเวณสะดือ: ลักษณะสะดือจุ่นหรือมีก้อนยื่นออกมาบริเวณรอบสะดือ พบได้บ่อยในเด็กและผู้หญิง
    • ก้อนเลื่อนเข้าออกได้: ในระยะแรกก้อนมักจะหายไปเมื่อนอนราบ และนูนออกมาอีกครั้งเมื่อยืนหรือเบ่ง
    • ความรู้สึกปวดหน่วง: มีอาการเจ็บเสียวหรือปวดหน่วงในบริเวณที่เกิดโรค โดยเฉพาะเวลาเคลื่อนไหว

    แยกให้ชัด! ปวดท้องธรรมดา VS อาการไส้เลื่อน ต่างกันอย่างไร

    บ่อยครั้งที่ไส้เลื่อนมีอาการคล้ายปวดท้องทั่วไป แต่หากสังเกตให้ดี จะพบความแตกต่างที่ชัดเจนซึ่งช่วยให้สังเกตอาการโรคไส้เลื่อนได้มากขึ้น โดยความต่างหลัก ๆ มีดังนี้

    • ลักษณะความปวด: ปวดท้องธรรมดามักปวดบีบหรือปวดมวนทั่วท้อง แต่อาการไส้เลื่อนจะปวดหน่วงเฉพาะจุดที่มีก้อน
    • การปรากฏของก้อน: ไส้เลื่อนจะมีก้อนนูนที่สัมผัสได้ชัดเจน และมักสัมพันธ์กับแรงดันในท้อง แต่ปวดท้องทั่วไปจะไม่มีก้อน
    • การตอบสนองต่อท่าทาง: อาการจากไส้เลื่อนมักทุเลาลงเมื่อนอนราบ แต่ปวดท้องจากสาเหตุอื่นมักไม่เปลี่ยนแปลงตามท่าทาง

    เข้าใจความอันตรายของไส้เลื่อนติดคา ภาวะฉุกเฉินที่ต้องผ่าตัดด่วน

    หลายคนอาจสงสัยว่า ไส้เลื่อนหายเองได้ไหม ความจริงคือยกเว้นไส้เลื่อนสะดือในเด็กเล็กบางราย โรคไส้เลื่อน ในผู้ใหญ่ไม่สามารถหายเองได้และมีแนวโน้มจะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ความอันตรายที่สุดคือภาวะไส้เลื่อนติดคา (Incarcerated Hernia) ซึ่งลำไส้ไม่สามารถดันกลับเข้าที่ได้ จนถูกบีบรัดจนขาดเลือด (Strangulated Hernia) นำไปสู่ลำไส้เน่า ติดเชื้อในกระแสเลือด และเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการผ่าตัดฉุกเฉินทันที

    โรคไส้เลื่อน รักษาอย่างไร วิธีไหนที่ใช้ในการรักษาปัจจุบัน

    วิธีรักษาไส้เลื่อน

    เมื่อวินิจฉัยว่าเป็นโรคไส้เลื่อนแล้ว คำถามต่อมาคือ ไส้เลื่อนรักษาอย่างไร ปัจจุบันการผ่าตัดคือวิธีเดียวที่ให้ผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแพทย์จะเน้นการซ่อมแซมผนังกล้ามเนื้อที่ฉีกขาด ร่วมกับการใช้ตาข่ายเสริมความแข็งแรงเพื่อลดโอกาสเป็นซ้ำ โดยมีวิธีผ่าตัดไส้เลื่อนอยู่ 2 วิธี ได้แก่ 

    การผ่าตัดไส้เลื่อนแบบเปิดหน้าท้องด้วยการวางตาข่ายเสริม

    เป็นการผ่าตัดแบบดั้งเดิม โดยเปิดแผลบริเวณที่เกิดโรคเพื่อดันอวัยวะกลับและเย็บซ่อมแซม วิธีนี้เหมาะสำหรับคนไข้ที่มีข้อจำกัดในการดมยาสลบ เนื่องจากสามารถใช้ยาชาเฉพาะจุดได้ แต่อาจมีอาการปวดแผลและใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า

    การผ่าตัดไส้เลื่อนผ่านกล้องแผลเล็กและการใช้หุ่นยนต์

    เทคโนโลยีผ่าตัดส่องกล้องและการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic-Assisted Surgery) ช่วยให้ศัลยแพทย์มองเห็นภาพ 3 มิติที่ขยายชัดเจน เข้าถึงจุดที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ แผลมีขนาดเล็กมากเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ลดความเจ็บปวดหลังผ่าตัด และช่วยให้คนไข้ฟื้นตัวกลับไปทำงานปกติได้ภายในเวลาเพียง 1-2 วัน

    แนวทางการป้องกันโรคไส้เลื่อน และการดูแลตัวเองหลังการรักษา

    แม้การผ่าตัดจะช่วยรักษาได้ แต่การปรับพฤติกรรมเพื่อลดแรงดันในช่องท้องเป็นสิ่งสำคัญที่จะป้องกันไม่ให้ไส้เลื่อนมีอาการกลับมาเป็นซ้ำอีกครั้ง โดยมีแนวทางการดูแลร่างกายเบื้องต้น ดังนี้

    • ควบคุมน้ำหนัก: เพื่อลดแรงกดทับของไขมันต่อผนังหน้าท้อง
    • ปรับพฤติกรรมการขับถ่าย: รับประทานผักผลไม้และดื่มน้ำสะอาดเพื่อป้องกันท้องผูก
    • เลิกสูบบุหรี่: ลดอาการไอเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
    • ยกของให้ถูกวิธี: ใช้กำลังจากขาแทนการก้มหลังเบ่งหน้าท้อง

    หากพบก้อนนูนผิดปกติหรือมีอาการปวดหน่วงบริเวณขาหนีบ ไม่ควรนิ่งนอนใจจนนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ยากจะควบคุม ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมดูแลคุณด้วยทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางผู้ชำนาญการ ควบคู่ไปกับการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่มีความแม่นยำ แม้ในจุดที่เข้าถึงยากและซับซ้อน ช่วยลดความเจ็บปวดและเร่งการฟื้นตัวให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้คุณเข้าถึงมาตรฐานการรักษาที่เน้นความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

    • ค้นหาแพทย์: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/doctor 
    • ทำนัด: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/appointment/step1 
    • ติดต่อเรา: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/contact 

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคไส้เลื่อน

    ไส้เลื่อนหายเองได้ไหม หากเป็นไม่มากและไม่มีอาการปวด

    ในผู้ใหญ่ โรคไส้เลื่อนไม่สามารถหายเองได้ เนื่องจากเป็นความผิดปกติทางกายภาพของผนังกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดหรืออ่อนแอลง มีเพียงไส้เลื่อนบริเวณสะดือในเด็กทารกบางรายเท่านั้นที่อาจปิดเองได้เมื่ออายุ 2-5 ปี หากปล่อยทิ้งไว้ในผู้ใหญ่อาการมักจะรุนแรงขึ้น และเสี่ยงต่อภาวะลำไส้ติดคาที่เป็นอันตราย

    หากคลำพบก้อนนูนแต่ไม่มีอาการเจ็บปวด จำเป็นต้องรีบรักษาอย่างไร

    แม้ไส้เลื่อนจะไม่มีอาการในระยะแรกจากความเจ็บปวด แต่การปล่อยทิ้งไว้คือความเสี่ยง เพราะเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าลำไส้จะเกิดการติดค้างเมื่อใด การปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้การผ่าตัดทำได้ง่ายขึ้น

    การผ่าตัดไส้เลื่อนโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดีกว่าการผ่าตัดแบบเดิมอย่างไร

    การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic-Assisted Surgery) ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถผ่าตัดในจุดที่เข้าถึงยากและซับซ้อนได้อย่างแม่นยำสูง ผ่านภาพขยาย 3 มิติที่มีความละเอียดสูง ข้อดีคือแผลมีขนาดเล็กมาก ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อโดยรอบ ทำให้ผู้ป่วย ฟื้นตัวเร็ว เจ็บแผลน้อยลง และสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้รวดเร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิด

    ผู้หญิงมีโอกาสเป็นไส้เลื่อนได้จริงหรือไม่ และมักพบที่บริเวณใด

    จริง ผู้หญิงสามารถเป็นโรคไส้เลื่อนได้เช่นกัน แม้จะพบได้น้อยกว่าผู้ชาย โดยชนิดที่พบบ่อยในผู้หญิงคือ ไส้เลื่อนบริเวณต้นขา (Femoral Hernia) ซึ่งอยู่ต่ำกว่าขาหนีบ และ ไส้เลื่อนบริเวณสะดือ (Umbilical Hernia) โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ผ่านการตั้งครรภ์หลายครั้งหรือมีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์

    หลังผ่าตัดรักษาไส้เลื่อนแล้ว มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำอีกหรือไม่

    มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้หากปัจจัยเสี่ยงเดิมยังคงอยู่ เช่น อาการไอเรื้อรัง ท้องผูก หรือการยกของหนักบ่อย ๆ อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดในปัจจุบันที่มีการใช้ตาข่ายเสริมความแข็งแรง ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีส่องกล้องหรือหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด จะช่วยลดอัตราการกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างมาก

    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    โปรโมชั่น World Heart Day 2026โปรโมชั่น World Heart Day 2026
    โปรโมชั่น World Heart Day 2026

    รายละเอียด
    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้นตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น
    ตรวจคัดกรองต้อหินเบื้องต้น

    3,900 บาท

    5,310 บาท

    รายละเอียด
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์
    วัคซีนป้องกันไวรัส RSV สำหรับหญิงตั้งครรภ์

    8,990 บาท

    10,650 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ตามัวเฉียบพลันเกิดจากอะไร? สาเหตุ อาการ สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม Image
    ตามัวเฉียบพลันเกิดจากอะไร? สาเหตุ อาการ สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
    จอตาลอกคืออะไร? อาการเตือน วิธีรักษา และทำไมต้องรีบรักษา Image
    จอตาลอกคืออะไร? อาการเตือน วิธีรักษา และทำไมต้องรีบรักษา
    ตามัวเกิดจากอะไร? อาการ สาเหตุ และสัญญาณเตือนที่ควรพบจักษุแพทย์ Image
    ตามัวเกิดจากอะไร? อาการ สาเหตุ และสัญญาณเตือนที่ควรพบจักษุแพทย์
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ