โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    เปลือกตากระตุก อาจไม่ใช่แค่ความรำคาญ

    4 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    พญ. ปวีณา เลิศอรรฆยมณี

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 20 ธ.ค. 2568
    Dr. Paweena Lertakyamanee
    พญ. ปวีณา เลิศอรรฆยมณี
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    โปรแกรมดูแลผิวในเดือนเกิด รับส่วนลด 30% Birthday Privilege
    เปลือกตากระตุก อาจไม่ใช่แค่ความรำคาญ
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 20 ธ.ค. 2568

    เวลาที่รู้สึกว่าเปลือกตากระตุกหลายคนมักไม่คิดอะไร เพราะเป็นไม่นานก็หาย ซึ่งเปลือกตากระตุกสามารถบอกโรคได้เช่นกัน จึงควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากกระตุกถี่เกินไปบ่อยเกินไปอาจบอกความผิดปกติที่ไม่คาดคิดได้ 

    รู้จักเปลือกตากระตุก

    อาการเปลือกตากระตุก (Eyelid Twitching) เกิดขึ้นจากกล้ามเนื้อเปลือกตาเกิดการเกร็งกระตุก สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งเปลือกตาบนและเปลือกตาล่าง ส่วนใหญ่จะเป็นที่เปลือกตาบน มีอาการตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง และหากมีการกระตุกของส่วนอื่น ๆ บนใบหน้า อาจเป็นสัญญาณบอกโรคได้


    เปลือกตากระตุกบอกความผิดปกติ

    อาการเปลือกตากระตุกสามารถแยกออกเป็นโรคที่มีอาการแสดงและสาเหตุแตกต่างกันออกไป ได้แก่

    • กล้ามเนื้อเปลือกตาเขม่น (Eyelid Myokymia)
    • กล้ามเนื้อเปลือกตาเกร็งกระตุก (Blepharospasm) 
    • กล้ามเนื้อใบหน้าเกร็งกระตุกครึ่งซีก (Hemifacial Spasm) 

    เปลือกตากระตุก อาจไม่ใช่แค่ความรำคาญ

    กล้ามเนื้อเปลือกตาเขม่น

    กล้ามเนื้อเปลือกตาเขม่น (Eyelid Myokymia) คือ ภาวะที่เปลือกตามีอาการเต้นหรือกระตุก เป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยมีอาการเต้นหรือกระตุกเฉพาะบริเวณเปลือกตา ส่วนมากจะเป็นเพียงข้างเดียว พบว่าเกิดกับเปลือกตาล่างบ่อยกว่าเปลือกตาบน อาการมักเป็นสั้น ๆ และหายเองได้ในเวลาไม่กี่วินาทีหรือเป็นชั่วโมง แต่บางครั้งอาจมีอาการนานหลายสัปดาห์ได้

    สาเหตุของโรค

    สาเหตุของกล้ามเนื้อเปลือกตาเขม่นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีหลายปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้กล้ามเนื้อเปลือกตาเขม่น อาทิ

    • ความเหนื่อยล้า
    • ความเครียด
    • ความวิตกกังวล
    • การดื่มคาเฟอีน
    • การดื่มแอลกอฮอล์
    • การออกกำลังกาย
    • การสูบบุหรี่
    • อาการระคายเคืองตา
    • แสงจ้า
    • ลมหรือมลภาวะทางอากาศ
    • ยาบางชนิด เช่น Topiramate, Clozapine, Gold Salts, Flunarizine ฯลฯ

    นอกจากนี้โรคทางระบบประสาทบางอย่างอาจทำให้เกิดภาวะเปลือกตากระตุกได้ แต่ส่วนใหญ่จะมีอาการทางระบบประสาทอื่นร่วมด้วย เช่น Demyelinating Diseases, Autoimmune Disease, Brainstem Pathology ฯลฯ

    อาการต้องพบแพทย์

    ส่วนใหญ่แล้วกล้ามเนื้อเปลือกตาเขม่นมักจะหายได้เองถ้าหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น แต่หากมีอาการดังต่อไปนี้ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว 

    • ตาเขม่นไม่หายเป็นเวลานาน 2 – 3 สัปดาห์
    • ตาเขม่น ทำให้ลืมตายากหรือตาปิด
    • มีการกระตุกบริเวณอื่นของใบหน้าหรือร่างกายร่วมด้วย
    • ตาแดงหรือมีขี้ตา
    • เปลือกตาตก

    รักษากล้ามเนื้อเปลือกตาเขม่น

    • ส่วนมากสามารถหายเองได้ โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นต่าง ๆ 
    • หากเป็นมากจนรบกวนชีวิตประจำวันหรือนานเกิน 3 เดือน อาจพิจารณาให้รักษาด้วยการฉีด Botulinum Toxin

    เปลือกตากระตุก อาจไม่ใช่แค่ความรำคาญ

    กล้ามเนื้อเปลือกตาเกร็งกระตุก

    กล้ามเนื้อเปลือกตาเกร็งกระตุก (Blepharospasm) คือ ภาวะที่กล้ามเนื้อเปลือกตาหดตัวผิดปกติ ทำให้กะพริบตาบ่อยขึ้น หลับตาทั้งสองข้างโดยไม่ได้ตั้งใจ มักเริ่มจากอาการกล้ามเนื้อเปลือกตากระตุกเล็กน้อย และอาการค่อย ๆ เป็นมากขึ้น จนอาจรบกวนการมองเห็น เนื่องจากไม่สามารถลืมตาได้ พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และมักพบในช่วงอายุ 40 – 60 ปี

    สาเหตุของโรค

    สาเหตุกล้ามเนื้อเปลือกตาเกร็งกระตุกยังไม่ทราบแน่ชัด อาจมาจากความผิดปกติทางพันธุกรรมในบางรายอาจมีความเกี่ยวข้องกับการทำงานผิดปกติของสมองส่วน Basal Ganglia 

    ปัจจัยกระตุ้นโรค 

    ปัจจัยที่อาจกระตุ้นกล้ามเนื้อเปลือกตาเกร็งกระตุก ได้แก่

    • อุบัติเหตุที่ศีรษะหรือใบหน้า
    • ประวัติครอบครัวที่มีโรคการเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น Dystonia, Tremor ฯลฯ
    • Reflex Blepharospasm จากโรคทางตา เช่น ตาแห้ง, เปลือกตาอักเสบ, ตาอักเสบ, ภาวะไวต่อแสง ฯลฯ
    • มีสิ่งระคายเคืองเยื่อหุ้มสมอง 
    • ภาวะเครียด
    • ผลจากยา เช่น กลุ่มยารักษาโรคพาร์กินสัน ฯลฯ
    • การสูบบุหรี่
    • พบได้ในโรคการเคลื่อนไหวผิดปกติอื่น ๆ เช่น Tardive Dyskinesia, Generalized Dystonia, Wilson Disease, และ Parkinsonian Syndromes 

    รักษากล้ามเนื้อเปลือกตาเกร็งกระตุก

    • รักษาปัจจัยที่กระตุ้น Reflex Blepharospasm ได้แก่ การใช้น้ำตาเทียม, การรักษาเปลือกตาอักเสบ, การใช้แว่นตาดำ โดยเฉพาะชนิด FL-41 ฯลฯ
    • กลุ่มยาคลายกล้ามเนื้อ กลุ่มยานอนหลับ
    • การฉีด Botulinum Toxin  มักให้ผลการรักษาที่ดี 
    • การผ่าตัด เฉพาะในกรณีที่ไม่ตอบสนองต่อการฉีด Botulinum Toxin 

    เปลือกตากระตุก อาจไม่ใช่แค่ความรำคาญ

    กล้ามเนื้อใบหน้าเกร็งกระตุกครึ่งซีก

    กล้ามเนื้อใบหน้าเกร็งกระตุกครึ่งซีก (Hemifacial Spasm) คือ ภาวะที่มีการกระตุกของกล้ามเนื้อใบหน้าครึ่งซีก มักพบในช่วงอายุ 50 – 60 ปี และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย อาการมักเริ่มที่เปลือกตาก่อนแล้วค่อย ๆ เป็นมากขึ้น โดยมีอาการกระตุกที่แก้มและริมฝีปากด้านเดียวกัน อาการกระตุกนี้ไม่สามารถควบคุมได้ เมื่อโรครุนแรงขึ้นจะมีอาการกระตุกเกือบตลอดเวลา อาจพบอาการกระตุกขอบใบหน้าอีกฝั่งได้ แต่พบน้อยมาก และจะมีอาการกระตุกไม่พร้อมกัน 

    ปัจจัยกระตุ้นโรค

    อาการใบหน้ากระตุกอาจถูกกระตุ้นได้จากปัจจัยต่าง ๆ อาทิเช่น 

    • การเคลื่อนไหวใบหน้า
    • ความวิตกกังวล
    • ความเครียด
    • ความเหนื่อยล้า
    • ฯลฯ

    ประเภทของโรค

    กล้ามเนื้อใบหน้าเกร็งกระตุกครึ่งซีกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

    1. Primary Hemifacial Spasm คือ การที่เส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 โดนกดทับจากเส้นเลือดบริเวณใกล้เคียง ทำให้เกิดความผิดปกติของการควบคุมกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า เกิดการกระตุกของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าและเปลือกตา
    2. Secondary Hemifacial Spasm พบได้น้อยกว่า Primary Hemifacial Spasm บางครั้งอาจไม่ทราบสาเหตุ และพบว่าบางรายมีประวัติครอบครัวร่วมด้วย โดยอาจเกิดจาก
      • เส้นเลือดแข็งตัว (Atherosclerosis)
      • เส้นเลือดผิดปกติ (Arteriovenous Malformation)
      • เส้นเลือดโป่งพอง (Aneurysm)
      • เนื้องอกของต่อมน้ำลาย
      • เนื้องอกที่บริเวณ Cerebellopontine Angle
      • การบาดเจ็บของเส้นประสาทคู่ที่ 7
      • รอยโรคของก้านสมอง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคปลอกประสาทอักเสบ และ Bell’s Palsy

    ตรวจวินิจฉัยโรค

    • ซักประวัติและตรวจร่างกาย
    • การตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น การตรวจสมองและเส้นประสาทสมองด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ฯลฯ

    รักษากล้ามเนื้อใบหน้าเกร็งกระตุกครึ่งซีก

    • กลุ่มยากันชัก อาจช่วยลดอาการได้บ้างในบางราย
    • การฉีด Botulinum Toxin 
    • การผ่าตัด Microvascular Decompression ในกรณีที่มีเส้นเลือดกดทับเส้นประสาท

     

    แม้อาการเปลือกตากระตุกสามารถหายได้เอง แต่อย่านิ่งนอนใจ หากมีอาการเรื้อรังนานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน มีอาการผิดปกติของดวงตาที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรรีบพบจักษุแพทย์โดยเร็ว


     

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    พญ. ปวีณา เลิศอรรฆยมณี

    จักษุวิทยา

    พญ. ปวีณา เลิศอรรฆยมณี

    จักษุวิทยา

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลกรุงเทพ

    ชั้น 5 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดให้บริการ

    จันทร์-ศุกร์ 08.00 - 19.00 น.

    เสาร์ 08.00 - 17.00 น

    อาทิตย์ 08.00 - 16.00 น.

    02 755 1007

    02 310 3007

    1719

    [email protected]

    @288wcawz

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    โปรแกรมดูแลผิวในเดือนเกิด รับส่วนลด 30% Birthday Privilegeโปรแกรมดูแลผิวในเดือนเกิด รับส่วนลด 30% Birthday Privilege
    โปรแกรมดูแลผิวในเดือนเกิด รับส่วนลด 30% Birthday Privilege

    1,000 - 126,000 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจตรวจประเมินสุขภาพเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วนแพ็กเกจตรวจประเมินสุขภาพเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน
    แพ็กเกจตรวจประเมินสุขภาพเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน

    12,000 - 23,000 บาท

    รายละเอียด
    วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis vaccine)วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis vaccine)
    วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis vaccine)

    4,100 - 6,200 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    Refractive Lens Exchange (RLE) ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้สายตาให้มองชัดทุกระยะ Image
    Refractive Lens Exchange (RLE) ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้สายตาให้มองชัดทุกระยะ
    เบาหวานขึ้นตา ดูแลให้ดีก่อนสูญเสียการมองเห็น Image
    เบาหวานขึ้นตา ดูแลให้ดีก่อนสูญเสียการมองเห็น
    ต้อกระจกอย่านิ่งนอนใจ รีบรักษาก่อนต้อสุก Image
    ต้อกระจกอย่านิ่งนอนใจ รีบรักษาก่อนต้อสุก
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ