โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    ต้อกระจกอย่านิ่งนอนใจ รีบรักษาก่อนต้อสุก

    6 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    พญ. วีรยา พิมลรัฐ

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 04 ม.ค. 2569
    Dr. Weeraya Pimolrat
    พญ. วีรยา พิมลรัฐ
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    เลสิกไร้ใบมีด แก้สายตาสั้น/เอียง/ยาว แต่กำเนิด FemtoLASIK
    ต้อกระจกอย่านิ่งนอนใจ รีบรักษาก่อนต้อสุก
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 04 ม.ค. 2569

    ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบเต็มตัว สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือผู้สูงวัยที่มีอายุเพิ่มมากขึ้นมีโอกาสเกิดภาวะตาบอดและสายตาเลือนรางสูงขึ้น ซึ่งต้อกระจกเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของภาวะสายตาเลือนรางและตาบอดในระดับประเทศและระดับโลก โดยพบภาวะตาบอดจากต้อกระจกทั่วโลกถึงร้อยละ 47.8 องค์การอนามัยโลกได้ประมาณการว่า มีผู้ป่วยเกือบ 18 ล้านคนทั่วโลกมีภาวะตาบอดทั้ง 2 ข้างจากต้อกระจก ยิ่งไปกว่านั้นยังมีผู้ป่วยจำนวนมากที่มาพบจักษุแพทย์เมื่อต้อสุกมากแล้ว และมีผู้ป่วยบางส่วนที่เข้าใจผิดเพราะได้ข้อมูลมาอย่างไม่ถูกต้องว่าต้องรอให้ต้อสุกก่อนจึงจะผ่าตัดได้ ทำให้อันตรายต่อดวงตาและยากต่อการรักษา ทั้งที่ควรมาพบแพทย์แต่เนิ่น ๆ จะดีที่สุด


    รู้จักต้อกระจก

    ต้อกระจก (Cataract) คือ ภาวะเลนส์ตา (Lens) ขุ่นจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโปรตีนในเลนส์ตา โดยปกติเลนส์ตาจะมีลักษณะใส ทำหน้าที่ในการรวมแสงให้ตกบนจอประสาทตา เมื่อเลนส์ตาขุ่นจะส่งผลกระทบต่อการรวมแสง ทำให้แสงผ่านไปถึงจอประสาทตาลดลง ทำให้เห็นภาพมัวลง


    สาเหตุต้อกระจก

    สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด คือ อายุที่มากขึ้น โดยการเสื่อมตามธรรมชาติของเลนส์ตาเริ่มขึ้นหลังอายุ 40 ปี โดยพบว่าประมาณร้อยละ 20 ของคนที่อายุเกิน 40 ปี มีเลนส์ตาขุ่น และมากกว่าครึ่งหนึ่งเมื่ออายุเกิน 60 ปีขึ้นไปมักจะเป็นต้อกระจกไม่มากก็น้อย โดยอาจยังไม่ก่อให้เกิดปัญหาในการมองเห็นจนกระทั่งหลายปีหลังจากนั้น

    แม้ว่าต้อกระจกมักพบในคนสูงอายุ แต่สามารถเกิดได้ในทุกช่วงวัยจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น

    • อุบัติเหตุหรือการได้รับการกระทบกระเทือนบริเวณดวงตา
    • พันธุกรรมหรืออาจเกิดโดยไม่ทราบสาเหตุ มักพบในเด็ก โดยเป็นมาตั้งแต่กำเนิด
    • ผลแทรกซ้อนจากโรคทางกายอื่น ๆ เช่น เบาหวาน ขาดสารอาหาร โรคอ้วน ฯลฯ
    • การใช้ยาบางชนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น ยาสเตียรอยด์ ฯลฯ
    • การฉายแสงรักษาโรค เช่น โรคมะเร็งที่ต้องได้รับการฉายแสงบริเวณศีรษะ ฯลฯ
    • เคยเป็นโรคตาบางชนิด เช่น การอักเสบหรือติดเชื้อในตา หรือเคยได้รับการผ่าตัดวุ้นตาหรือจอประสาทตามาก่อน
    • การได้รับรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) หรือแสงแดดมาก ๆ เป็นเวลานาน
    • การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา

    ระยะและอาการต้อกระจก

    ในความเป็นจริงไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า ต้อกระจกจะแย่ลงเร็วหรือช้าแค่ไหน แต่โดยทั่วไปต้อกระจกที่เกิดขึ้นจากความเสื่อมของเลนส์ตาตามวัยมักค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ ส่วนต้อกระจกจากสาเหตุอื่น ๆ อาจจะแย่ลงเร็วกว่าและมีผลกระทบต่อการมองเห็นมากกว่า ในแต่ละระยะของโรคต้อกระจกอาจมีแนวทางในการรักษาแตกต่างกัน ขึ้นกับความรุนแรงของอาการและผลกระทบต่อการมองเห็นหรือต่อการใช้ชีวิตประจำวัน 

    ระยะเริ่มต้น (Early Stage)

    ต้อกระจกในระยะเริ่มต้นมักมีอาการเพียงเล็กน้อยและค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง ซึ่งผู้ป่วยอาจไม่รู้ตัวว่าเป็นต้อกระจก อาการในระยะเริ่มต้นอาจมีดังนี้

    • ตามัว
    • เห็นภาพซ้อนในตาข้างใดข้างหนึ่ง
    • เห็นแสงฟุ้งหรือเงารอบดวงไฟ
    • มองเห็นแย่ลงในที่มืด
    • แพ้แสงมากขึ้น
    • เห็นสีสันมืดครึ้มลงหรือเห็นภาพเป็นสีเหลือง
    • แยกแยะความแตกต่างของสีหรือระดับความสว่างของแสงยากขึ้น
    • เปลี่ยนแปลงค่าแว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์บ่อย หรือบางคนอาจมีสายตาสั้นมากขึ้นจากต้อกระจก ทำให้อ่านหนังสือในระยะใกล้ได้โดยไม่ต้องใช้แว่นอ่านหนังสือ

    ระยะท้าย (Late or Advanced Stage)

    หากต้อกระจกพัฒนามากขึ้น อาการจะมากขึ้นและรุนแรงขึ้น โดยอาจมีอาการดังนี้

    • ตามัวมากขึ้นหรือคล้ายมีฝ้าหมอกบัง โดยเฉพาะในเวลากลางวันหรือแสงแดดจ้า 
    • ตามองแทบไม่เห็นในที่มืด
    • อ่านหนังสือลำบากมากขึ้น
    • เห็นจุดสีขาวกลางตาดำ
    • สูญเสียการมองเห็น

    ต้อกระจกอย่านิ่งนอนใจ รีบรักษาก่อนต้อสุก

    วินิจฉัยต้อกระจก

    เมื่อสังเกตว่ามีอาการที่อาจสงสัยว่าน่าจะเป็นต้อกระจกควรพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง โดยแพทย์จะตรวจตาทั่วไป วัดระดับการมองเห็น วัดค่าสายตา วัดความดันตา ขยายรูม่านตาเพื่อประเมินลักษณะของต้อกระจกและตรวจจอประสาทตาโดยละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าปัญหาการมองเห็นเกิดจากต้อกระจกเพียงอย่างเดียวหรือมีโรคทางตาอื่น ๆ ร่วมด้วย บางรายอาจต้องอาศัยการตรวจพิเศษอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น การตรวจจอประสาทตาด้วยเครื่อง Optical Coherence Tomography (OCT) การตรวจลานสายตา เป็นต้น 

    ซึ่งการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้องและครบถ้วนจะเป็นแนวทางในการวางแผนการรักษาต่อไปอย่างเหมาะสมขึ้นกับระยะและความรุนแรงของโรค นอกจากนี้ยังสามารถพยากรณ์โรคและประเมินผลการมองเห็นหลังการรักษาได้


    รักษาต้อกระจก

    ในระยะเริ่มต้นการแก้ไขด้วยแว่นสายตาหรือการปรับแสงสว่างอาจช่วยให้การมองเห็นชัดขึ้นได้บ้าง อย่างไรก็ตามต้อกระจกจะพัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ จนมีผลกระทบต่อการมองเห็นและการดำเนินชีวิตประจำวัน ทำให้ต้องเปลี่ยนแว่นสายตาที่กำลังสูงขึ้นบ่อยขึ้น ในปัจจุบันยังไม่มียากินหรือยาหยอดใดที่สามารถรักษาให้ต้อกระจกลดลงหรือหายได้ ดังนั้นการรักษาต้อกระจกคือการผ่าตัดเท่านั้น ซึ่งการผ่าตัดในระยะเริ่มต้นก่อนต้อสุกจะทำได้ง่ายกว่า โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า การฟื้นตัวเร็วกว่า  หากผู้ป่วยไม่มีความผิดปกติหรือโรคอื่น ๆ บริเวณจอประสาทตา เส้นประสาทตา หรือสมองส่วนที่ควบคุมการมองเห็น และไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด การมองเห็นมักจะดีขึ้นในเวลาไม่นานหลังการผ่าตัด ทำให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติและคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างชัดเจน


    ข้อบ่งชี้ผ่าตัดต้อกระจก 

    • ต้อกระจกเป็นมากจนมีปัญหาด้านการมองเห็นและรบกวนชีวิตประจำวัน
    • ต้อกระจกเป็นมากจนอาจทำให้มีภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น ต้อหิน 
    • ต้อกระจกบดบังหรือเป็นอุปสรรคต่อการตรวจหรือรักษาโรคของจอประสาทตา เช่น กรณีผู้ป่วยเบาหวานที่จำเป็นต้องตรวจจอประสาทตาเพื่อคัดกรองเบาหวานขึ้นจอประสาทตาอย่างสม่ำเสมอ 

    ไม่ผ่าตัดต้อกระจกได้หรือไม่

    หากปล่อยไว้ไม่รักษา ต้อกระจกจะพัฒนามากขึ้นจนกลายเป็นต้อสุกเต็มที่ (Mature Cataract) จากเลนส์ตาที่เคยใสจะกลายเป็นสีขาวขุ่นทั้งหมด ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงตามมา ได้แก่

    • การมองเห็นแย่ลง มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เกิดความไม่มั่นใจหรือไม่สามารถทำกิจกรรมที่เคยทำได้ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ เช่น การขับรถ การพลัดตกหกล้ม หรืออาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้
    • เลนส์ตาแข็งมาก ทำให้ผ่าตัดยาก ต้องผ่าตัดแผลใหญ่ มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างผ่าตัดมากขึ้น เช่น ถุงหุ้มเลนส์ตาฉีกขาด เอ็นยึดถุงหุ้มเลนส์ตาหย่อนหรือขาด เลนส์ตาหลุดตกลงไปในช่องลูกตาด้านหลัง จะต้องผ่าตัดแก้ไขวุ้นตาและจอประสาทตา ซึ่งซับซ้อนและใช้เวลาผ่าตัดนานขึ้น การฟื้นตัวช้าลง ผลการมองเห็นอาจไม่ดีเท่าที่ควร
    • เลนส์ตาอาจบวมจนปิดกั้นทางระบายน้ำออกจากตา ทำให้เกิดต้อหินเฉียบพลัน หรือโปรตีนรั่วจากเลนส์ตา ทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงในตา ปวดตา และตาบอดได้

    ต้อกระจกอย่านิ่งนอนใจ รีบรักษาก่อนต้อสุก

    ผ่าตัดต้อกระจก

    การผ่าตัดต้อกระจกมี 2 วิธีหลัก ๆ ได้แก่

    1. การผ่าตัดแผลเล็กด้วยการสลายต้อกระจก (Phacoemulsification) เป็นการรักษาต้อกระจกด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) หรือคลื่นเสียงความถี่สูงสลายต้อเป็นชิ้นเล็ก ๆ และดูดออก โดยการใช้เครื่องมือขนาดเล็กสอดผ่านแผลผ่าตัดเข้าไปในลูกตา จึงทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเพียง 3 มิลลิเมตร ไม่จำเป็นต้องเย็บแผล ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 20 – 30 นาที สามารถกลับบ้านได้หลังผ่าตัด การมองเห็นมักดีขึ้นเร็ว ระยะพักฟื้นสั้น สามารถใช้ชีวิตเป็นปกติได้เร็วขึ้น

      ข้อดีของวิธีนี้ คือ สามารถเลือกใช้เลนส์ตาเทียมแบบพับที่สามารถแก้ไขค่าสายตาสั้น ยาว และเอียงได้ หรือสามารถเลือกเลนส์ตาเทียมที่มีจุดโฟกัสมากกว่า 1 ระยะ เพื่อลดการพึ่งพาแว่นสายตาโดยเฉพาะแว่นอ่านหนังสือได้ ซึ่งนับว่าเป็นการแก้ไขค่าสายตาพร้อมกับการรักษาต้อกระจกได้ในคราวเดียวกัน

      การสลายต้อกระจกสามารถรักษาต้อกระจกในระยะแรก ๆ เท่านั้น หากต้อกระจกสุกเต็มที่หรือแข็งเกินไป อาจไม่สามารถใช้การรักษาด้วยวิธีนี้ได้ 

       

    2. การผ่าตัดแผลใหญ่ (Extracapsular Cataract Extraction หรือ ECCE) เป็นการผ่าตัดโดยการเปิดแผลกว้างประมาณ 10 มิลลิเมตร เพื่อนำเลนส์ตาออกมาทั้งชิ้น และใส่เลนส์ตาเทียมชนิดแข็งเข้าไปแทนที่เลนส์ตาธรรมชาติ วิธีนี้เป็นการรักษาแบบเก่า ใช้รักษากรณีต้อกระจกสุกเต็มที่ แผลผ่าตัดค่อนข้างกว้าง ต้องเย็บแผล ใช้เวลาผ่าตัดและพักฟื้นนานกว่า

      อย่างไรก็ตามก่อนการผ่าตัดแพทย์จะตรวจตาทุกส่วนโดยละเอียด รวมทั้งการวัดและคำนวณกำลังของเลนส์ตาเทียมที่จะใส่ในระหว่างการผ่าตัดต้อกระจก ซึ่งแพทย์จะให้ข้อมูลต่าง ๆ แก่ผู้ป่วย สอบถามเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ ความต้องการหรือความคาดหวังของผู้ป่วย แล้วจึงตัดสินใจร่วมกันในการพิจารณาเลือกวิธีการรักษาและชนิดของเลนส์ตาเทียมที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลการมองเห็นหลังผ่าตัดที่ดีที่สุดตามสภาพทางตาของผู้ป่วย


    ผ่าตัดต้อกระจกมีความเสี่ยงหรือไม่

    ทุกการผ่าตัดย่อมมีความเสี่ยง แต่การผ่าตัดต้อกระจกโดยจักษุแพทย์ที่มีความชำนาญประกอบกับเครื่องมือที่ทันสมัยในปัจจุบันถือเป็นการผ่าตัดที่มีอัตราการประสบผลสำเร็จที่สูง ลดภาวะแทรกซ้อน รวดเร็ว แทบจะไม่เจ็บปวด ส่วนมากใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ โอกาสเกิดผลอันไม่พึงประสงค์พบได้น้อยมาก 

    ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างหรือหลังผ่าตัด ได้แก่ ตาแห้ง กระจกตาบวม ความดันตาสูง เลือดออกภายในลูกตา วุ้นตาเสื่อม จุดรับภาพชัดบวม จอประสาทตาลอก การอักเสบหรือติดเชื้อ เศษเลนส์ตกค้าง ถุงหุ้มเลนส์ฉีกขาด อาจทำให้ใส่เลนส์ตาเทียมไม่ได้ หรือใส่แล้วเลนส์ตาเทียมอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม ค่าสายตาคลาดเคลื่อนไปจากที่คาดหมายไว้จากการวัดและคำนวณก่อนผ่าตัด ทำให้ต้องแก้ไขเพิ่มเติมด้วยแว่นสายตาหรือบางรายอาจต้องผ่าตัดซ้ำเพื่อเปลี่ยนเลนส์ตาเทียมใหม่

    หากมีอาการแล้วสงสัยว่าเป็นต้อกระจกควรเข้ารับการตรวจโดยเร็วที่สุด อย่าปล่อยให้ต้อสุกเพราะยิ่งทิ้งไว้ยิ่งยากต่อการรักษาและรุนแรง ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    พญ. วีรยา พิมลรัฐ

    จักษุวิทยา

    พญ. วีรยา พิมลรัฐ

    จักษุวิทยา

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลกรุงเทพ

    ชั้น 5 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดให้บริการ

    จันทร์-ศุกร์ 08.00 - 19.00 น.

    เสาร์ 08.00 - 17.00 น

    อาทิตย์ 08.00 - 16.00 น.

    02 755 1007

    02 310 3007

    1719

    [email protected]

    @288wcawz

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    เลสิกไร้ใบมีด แก้สายตาสั้น/เอียง/ยาว แต่กำเนิด FemtoLASIKเลสิกไร้ใบมีด แก้สายตาสั้น/เอียง/ยาว แต่กำเนิด FemtoLASIK
    เลสิกไร้ใบมีด แก้สายตาสั้น/เอียง/ยาว แต่กำเนิด FemtoLASIK

    88,000 บาท

    138,000 บาท

    รายละเอียด
    เลสิกไร้ใบมีดแก้สายตาสั้น เอียง ยาวตามอายุ FemtoLASIK Presbyond Packageเลสิกไร้ใบมีดแก้สายตาสั้น เอียง ยาวตามอายุ FemtoLASIK Presbyond Package
    เลสิกไร้ใบมีดแก้สายตาสั้น เอียง ยาวตามอายุ FemtoLASIK Presbyond Package

    98,000 บาท

    140,000 บาท

    รายละเอียด
    เลนส์เสริม ICL แก้สายตาสั้น ไม่รวมเอียง (1 ข้าง)เลนส์เสริม ICL แก้สายตาสั้น ไม่รวมเอียง (1 ข้าง)
    เลนส์เสริม ICL แก้สายตาสั้น ไม่รวมเอียง (1 ข้าง)

    99,000 บาท

    141,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    Refractive Lens Exchange (RLE) ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้สายตาให้มองชัดทุกระยะ Image
    Refractive Lens Exchange (RLE) ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้สายตาให้มองชัดทุกระยะ
    เบาหวานขึ้นตา ดูแลให้ดีก่อนสูญเสียการมองเห็น Image
    เบาหวานขึ้นตา ดูแลให้ดีก่อนสูญเสียการมองเห็น
    เปลือกตาอักเสบไม่ใช่เรื่องเล็ก Image
    เปลือกตาอักเสบไม่ใช่เรื่องเล็ก
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ