หากพบรอยโรคในลักษณะติ่งเนื้องอกเกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะลำไส้ใหญ่ที่พบได้บ่อยที่สุดในคนไทย มีโอกาสลุกลามรุนแรงเป็นมะเร็งได้ ซึ่งแพทย์จะทำการส่องกล้องตรวจหาความผิดปกติอย่างละเอียดก่อนทำการรักษา ซึ่งเทคนิค Endoscopic Submucosal Dissection (ESD) ส่องกล้องรักษาติ่งเนื้อในทางเดินอาหารสามารถคัดกรองรอยโรคและตัดติ่งเนื้อได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
ESD คืออะไร
ESD (Endoscopic Submucosal Dissection) คือ เทคนิคการรักษาผ่านกล้องส่องทางเดินอาหาร โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง ใช้สำหรับตัดติ่งเนื้อหรือมะเร็งระยะเริ่มต้นออกจากผนังทางเดินอาหารได้อย่างตรงตำแหน่ง สามารถทำได้ใน
- หลอดอาหาร
- กระเพาะอาหาร
- ลำไส้เล็ก
- ลำไส้ใหญ่ และไส้ตรง
จุดเด่นของ ESD
- ตัดรอยโรคออกได้ทั้งก้อน
- โอกาสกลับเป็นซ้ำน้อย
- ตรวจชิ้นเนื้อได้ถูกต้องชัดเจน
ขั้นตอนการรักษาด้วยเทคนิค ESD
การรักษาด้วยเทคนิค ESD จะทำภายใต้การให้ยานอนหลับหรือยาสลบ โดยมีขั้นตอนดังนี้
- 1) ตรวจประเมินรอยโรคด้วยกล้องความละเอียดสูง
- 2) ทำเครื่องหมายรอบรอยโรค
- 3) ฉีดยาใต้ชั้นเยื่อบุเพื่อยกรอยโรค
- 4) ใช้เครื่องมือพิเศษตัดแยกชั้นเนื้อเยื่อ
- 5) ตัดรอยโรคออกทั้งก้อน
- 6) ห้ามเลือดและปิดแผลหากจำเป็น
เทคนิค ESD เหมาะกับใคร
แพทย์จะพิจารณาทำ ESD ในผู้ป่วยที่มี
- ติ่งเนื้อขนาดใหญ่ (>2 เซนติเมตร)
- ติ่งเนื้อแบบแบนหรือกระจาย (LST)
- เซลล์ผิดปกติ (Dysplasia)
- มะเร็งระยะเริ่มต้นในทางเดินอาหาร
- ก้อนเนื้องอกใต้เยื่อบุบางชนิด
*ตามแนวทางสากล (ESGE, ASGE, ญี่ปุ่น) แนะนำให้ทำ ESD เมื่อจำเป็นต้องตัดออกทั้งก้อนเพื่อความผลลัพธ์ที่ดีในการรักษา
ดูแลหลังการทำ ESD
- นอนโรงพยาบาลประมาณ 1 – 3 วัน
- รับประทานอาหารอ่อน ๆ 1 – 2 สัปดาห์
- งดออกแรงหนัก
- ตรวจติดตามตามแพทย์นัดทุกครั้ง
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนจากการทำ ESD
ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์และเทคโนโลยีการรักษา เช่น
- เลือดออก
- ลำไส้ทะลุ (พบได้น้อย)
- ปวดท้อง แน่นท้อง
- การตีบของทางเดินอาหาร (บางกรณี)
ข้อดีของเทคนิค ESD
- ไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง
- แผลเล็ก เจ็บน้อย
- ตัดรอยโรคได้ครบในครั้งเดียว
- ลดโอกาสกลับเป็นซ้ำ
- ฟื้นตัวเร็ว (1 – 3 วัน)
- เก็บอวัยวะไว้ได้
*สำหรับผู้ป่วยมะเร็งระยะเริ่มต้น เทคนิค ESD สามารถให้ผลการรักษาใกล้เคียงการผ่าตัด
ข้อจำกัดของเทคนิค ESD
หากมีอาการดังต่อไปนี้ควรมาพบแพทย์ทันที
- ปวดท้องรุนแรง
- มีไข้
- อาเจียนเป็นเลือด
ทำไมต้องตรวจรักษาติ่งเนื้อหรือความผิดปกติในลำไส้โดยเร็ว
ติ่งเนื้อหรือความผิดปกติในลำไส้ โดยเฉพาะลำไส้ใหญ่พบได้บ่อยในคนไทย บางชนิดสามารถพัฒนาเป็นมะเร็งได้ในอนาคต การตรวจพบและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยเพิ่มโอกาสหายขาดโดยไม่ต้องผ่าตัด ลดความเสี่ยงมะเร็ง และฟื้นตัวเร็ว
โรงพยาบาลที่ชำนาญการส่องกล้องรักษาติ่งเนื้อในทางเดินอาหารโดยไม่ต้องผ่าตัด (ESD)
ศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมให้การตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาติ่งเนื้อหรือความผิดปกติในลำไส้ที่เกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหาร ด้วยเทคนิค Endoscopic Submucosal Dissection (ESD) ส่องกล้องรักษาติ่งเนื้อในระบบทางเดินอาหารโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญ พยาบาล และทีมสหสาขา พร้อมด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้กลับไปมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกวัน
แพทย์ที่ชำนาญการส่องกล้องรักษาหลอดอาหารหดเกร็ง (POEM)
นพ.อรุณ ศิริปุณย์ อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหาร ศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลกรุงเทพ
สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง










