โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ลูกของคุณเสี่ยงมีพฤติกรรมคล้ายออทิสติกหรือไม่

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    พญ. มัณฑนา ชลานันต์

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 10 ธ.ค. 2568
    Dr. Mantana Chalanun
    พญ. มัณฑนา ชลานันต์
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    โปรแกรมดูแลผิวในเดือนเกิด รับส่วนลด 30% Birthday Privilege
    ลูกของคุณเสี่ยงมีพฤติกรรมคล้ายออทิสติกหรือไม่
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 10 ธ.ค. 2568

    ปัจจุบันพบว่าเด็กวัยเตรียมอนุบาลและวัยอนุบาลเสี่ยงต่อการมีพฤติกรรมที่คล้ายออทิสติกมากขึ้น ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ มาจากวิธีการเลี้ยงดู แต่พฤติกรรมที่คล้ายหรือเหมือนจะเป็นออทิสติกนี้สามารถป้องกันและแก้ไขได้หากคุณพ่อคุณแม่รู้เท่าทันและใส่ใจดูแลลูกแบบใกล้ชิด


    พฤติกรรมคล้ายออทิสติกคืออะไร

    พฤติกรรมคล้ายออทิสติกหรือในสื่อสังคมมักเรียกว่า “ออทิสติกเทียม” เป็นภาวะที่เด็กขาด “การกระตุ้น” ในการสื่อสารสองทาง จึงส่งผลให้เกิดความผิดปกติทางการสื่อสารกับผู้อื่น เนื่องจากพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูขาดการมีปฏิสัมพันธ์กับลูก เช่น ไม่พูดคุย ไม่เล่นกับลูก เป็นต้น แต่ให้ลูกเล่นอุปกรณ์สื่อสารอย่างแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นการสื่อสารแบบ One – Way Communication หรือการรับสารเพียงทางเดียว จึงส่งผลให้เด็กเกิดความผิดปกติด้านพัฒนาการทางสังคม



    ออทิสติก 
    VS ออทิสติกเทียม

    โรคออทิสติกเกิดจากความผิดปกติของสมองเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ในขณะที่อาการออทิสติกเทียมจะเกิดจาก “ขาดการกระตุ้น” เป็นหลัก และถึงแม้ว่าทั้งสองอย่างจะมีลักษณะอาการคล้ายกัน แต่เด็กที่เป็นออทิสติกเทียมหากได้รับ “การกระตุ้น” ที่เหมาะสมถูกทางในระยะเวลาสั้น ๆ ก็จะสามารถกลับมาเป็นเด็กปกติได้ ในขณะที่เด็กออทิสติกยังคงมีพฤติกรรมที่ต่างจากเด็กปกติ ถึงแม้จะได้รับการฝึกกระตุ้นพัฒนาการแล้ว อย่างไรก็ตามเด็กที่เป็นออทิสติกหากได้รับการกระตุ้นพัฒนาการอย่างเหมาะสมก็สามารถมีพัฒนาการและพฤติกรรมที่ดีขึ้นได้อย่างมาก

     

    img​


    เช็กลูกให้ชัวร์ระวังอาการออทิสติก

    อายุ

    อาการ

    6 เดือน  ไม่ยิ้มหรือไม่แสดงอารมณ์สนุกสนาน
    9 เดือน  ไม่มีการส่งเสียง ยิ้ม แสดงสีหน้า โต้ตอบกลับไปมา
    12 เดือน  ไม่หันหาเสียงเรียกชื่อ ไม่เล่นน้ำลาย
    18 เดือน  ไม่มีการเล่นสมมติง่าย ๆ ไม่มีการใช้ภาษาพูดร่วมกับภาษาท่าทาง


    ***เด็กที่มีลักษณะอาการเหล่านี้เข้าข่ายเสี่ยงเป็นออทิสติก ซึ่งการจะรู้แน่ชัดว่าเด็กเป็นออทิสติกหรือแค่มีพฤติกรรมคล้ายออทิสติกควรเข้ารับการตรวจกับแพทย์ผู้ชำนาญการด้านพัฒนาการเด็ก 

     

    img​

    เลี้ยงลูกให้ห่างไกลพฤติกรรมคล้ายออทิสติก

    วิธีการเลี้ยงลูกให้ห่างไกลพฤติกรรมที่คล้ายออทิสติก คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ ดังนี้

    • พูดคุยกับลูกบ่อย ๆ 
      สำหรับเด็กเล็กต้องพูดช้า ๆ ชัด ๆ เพื่อให้ลูกเรียนรู้การออกเสียงและเลียนแบบพฤติกรรมของผู้เลี้ยงดู อย่างน้อยควรคุยกับเด็กวันละ 30 นาที – 1 ชั่วโมง เพื่อให้เกิดการสื่อสารแบบ Two – Way Communication คือ โต้ตอบระหว่างกัน และให้เด็กได้เรียนรู้คำศัพท์ที่ช่วยในการสื่อสาร ตลอดจนเรียนรู้การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่ – เด็ก, ครู – นักเรียน, เพื่อน – เพื่อน และควรเปิดโอกาสให้เด็กได้เล่นกับเด็กด้วยกันเองบ้าง

    • ให้ลูกอยู่ห่างสมาร์ทโฟน
      ในการเลี้ยงลูกช่วง 1.5 ขวบปีแรก ไม่ควรนำสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตมาให้เด็กเล่น ในเด็กหลัง 1.5 ขวบ หากให้เล่นต้องไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน โดยหลีกเลี่ยงการให้เด็กเล่นเพียงลำพัง ขณะเดียวกันต้องมอบความรักความอบอุ่น รวมถึงเสริมสร้างทักษะด้วยการเล่นเพื่อเสริมพัฒนาการสมองและร่างกาย เช่น การต่อบล็อก ร้อยเชือก ระบายสี ปั่นแป้ง เตะบอล ขี่จักรยาน เป็นต้น



    พฤติกรรมคล้ายออทิสติก รู้ไว หายเร็ว

    หากเด็กมีพฤติกรรมที่คล้ายออทิสติกคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลใจ เพราะสามารถหายขาดและหายไวได้ถ้ารู้โดยเร็ว ซึ่งส่วนใหญ่เด็กที่พบว่ามีพฤติกรรมคล้ายออทิสติกถ้าทำการรักษาอย่างถูกต้อง อาการจะดีขึ้นภายในระยะเวลา 6 เดือน และกลับมาเป็นเด็กปกติได้

     

    สำหรับคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองที่กำลังสงสัยหรือไม่แน่ใจว่าลูกเป็นออทิสติกหรือมีพฤติกรรมที่คล้ายออทิสติกหรือไม่ ควรนำเด็กเข้ารับการตรวจเช็กพัฒนาการกับแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัยอาการที่ถูกต้องและไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะวัย 5 ขวบแรกเป็นช่วงวัยที่สมองของเด็กมีพัฒนาการอย่างเต็มที่ต้องป้องกันและรีบรักษาให้ถูกวิธี

    img​


    ทุกปัญหาของเด็กมีทางออกที่
    “คลินิกพัฒนาการเด็ก ศูนย์กุมารเวช”

    คุณสามารถพาลูกเข้ารับโปรแกรมการตรวจเช็กพัฒนาการเด็ก โดยแพทย์ผู้ชำนาญการของคลินิกพัฒนาการเด็ก ศูนย์กุมารเวช อาทิ

    • โปรแกรมตรวจคัดกรองพัฒนาการเด็กเบื้องต้น
    • โปรแกรมตรวจวัดระดับพัฒนาการเด็กในแต่ละวัย
    • โปรแกรมตรวจวัดระดับพัฒนาการเด็กในแต่ละวัย ทักษะในการบริหารจัดการ ทักษะก่อนเข้าเรียน และทักษะในการเรียนของเด็ก (Pre – Academic Skills)



    เครื่องมือการตรวจวัดพัฒนาการ

    • เครื่องมือ ASQ
    • เครื่องมือ Denver II เครื่องมือมาตรฐาน Mullen Scale of Early Learning
    • เครื่องมือ BRIEF-P ที่สามารถบอกออกมาเป็นคะแนนในแต่ละระดับ โดยเปรียบเทียบกับคะแนนมาตรฐานสากล ซึ่งเป็น Standard Test ที่ให้ผลถูกต้องชัดเจนกว่าที่อื่นในรูปแบบ Screening Test


    พร้อมด้วยทีมบุคลากรสหสาขาวิชาชีพ ได้แก่

    • จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
    • กุมารแพทย์เฉพาะทางสาขาพัฒนาการและพฤติกรรม
    • นักกิจกรรมบำบัด
    • นักแก้ไขการพูดหรือครูการศึกษาพิเศษที่ช่วยด้านการปรับพฤติกรรมและกระตุ้นพัฒนาการของเด็กที่เกิดปัญหาให้กลับมาเป็นปกติและเติบโตสมวัย

    จะดีแค่ไหน? ถ้าคุณเสริมสร้างศักยภาพลูกน้อยให้เรียนรู้และพัฒนาการได้เต็มวัย 

     

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    พญ. มัณฑนา ชลานันต์

    กุมารเวชศาสตร์

    กุมารเวชศาสตร์พัฒนาการและพฤติกรรม

    พญ. มัณฑนา ชลานันต์

    กุมารเวชศาสตร์

    กุมารเวชศาสตร์พัฒนาการและพฤติกรรม
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกพัฒนาการเด็ก ศูนย์กุมารเวช

    ชั้น 4 โรงพยาบาลกรุงเทพ

    ทุกวัน เวลา 8.00 – 16.00 น.

    0 2755 1213

    0 2310 3006

    0 2755 1006

    0 2310 3000

    1719

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    โปรแกรมดูแลผิวในเดือนเกิด รับส่วนลด 30% Birthday Privilegeโปรแกรมดูแลผิวในเดือนเกิด รับส่วนลด 30% Birthday Privilege
    โปรแกรมดูแลผิวในเดือนเกิด รับส่วนลด 30% Birthday Privilege

    1,000 - 126,000 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจตรวจประเมินสุขภาพเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วนแพ็กเกจตรวจประเมินสุขภาพเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน
    แพ็กเกจตรวจประเมินสุขภาพเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน

    12,000 - 23,000 บาท

    รายละเอียด
    วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis vaccine)วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis vaccine)
    วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis vaccine)

    4,100 - 6,200 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    เด็กอนุบาลเรียนอย่างไรให้มีความสุข Image
    เด็กอนุบาลเรียนอย่างไรให้มีความสุข
    Hospital Kindergarten Group เตรียมความพร้อมก่อนเข้าอนุบาล  สำหรับเด็กที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ Image
    Hospital Kindergarten Group เตรียมความพร้อมก่อนเข้าอนุบาล สำหรับเด็กที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
    สร้างตัวตนตั้งแต่วัยอนุบาล ด้วยการเสริมจุดต่างและสร้างจุดเด่น Image
    สร้างตัวตนตั้งแต่วัยอนุบาล ด้วยการเสริมจุดต่างและสร้างจุดเด่น
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ