โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    เด็กอนุบาลเรียนอย่างไรให้มีความสุข

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    พญ. มัณฑนา ชลานันต์

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 06 ม.ค. 2569
    Dr. Mantana Chalanun
    พญ. มัณฑนา ชลานันต์
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    โปรแกรมดูแลผิวในเดือนเกิด รับส่วนลด 30% Birthday Privilege
    เด็กอนุบาลเรียนอย่างไรให้มีความสุข
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 06 ม.ค. 2569

    เมื่อเจ้าตัวเล็กต้องเข้าเรียนอนุบาลแน่นอนว่าพ่อแม่ผู้ปกครองย่อมกังวลใจ เพราะอยากให้ลูกน้อยได้รับประสบการณ์ที่ดี ปรับตัวได้ และเรียนอย่างมีความสุข ดังนั้นการเข้าใจและการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เจ้าตัวเล็กเรียนอนุบาลได้อย่างสุขและสนุก

     

    เจ้าตัวเล็กกับการเรียนอนุบาล

    โดยทั่วไปเด็กเล็กสามารถเข้าอนุบาลได้ตั้งแต่อายุ 2 ขวบขึ้นไป โดยในวัย 2 – 3 ขวบจะเป็นวัยเตรียมอนุบาล วัย 3 – 5 ขวบเป็นวัยอนุบาล ข้อดีของการเรียนอนุบาลคือเกิดการเรียนรู้มากขึ้น เพราะในช่วงที่อยู่กับครอบครัว การเรียนรู้เกิดจากการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กและผู้ปกครองเพียงวงเดียว แต่การมาโรงเรียนเด็กจะมีปฏิสัมพันธ์กับครูและเพื่อนเพิ่มขึ้น ทำให้ได้รับประสบการณ์การในวงกว้าง รวมทั้งมีการเรียนรู้ที่หลากหลายมากขึ้น มีงานวิจัยระบุว่าเด็กที่สามารถปรับตัวและมีสุขภาพจิตที่ดีในการเข้าเรียนอนุบาลจะประสบความสำเร็จในการเรียนมากกว่าเด็กที่ไม่สามารถปรับตัวในวัยอนุบาลขณะอยู่ที่โรงเรียนได้


    รับมือเจ้าตัวเล็กกังวลเมื่อแยกกับพ่อแม่

    ส่วนใหญ่เด็กเล็กจะกังวลเมื่อต้องแยกจากพ่อแม่เป็นเรื่องปกติ หรือที่เรียกว่า ภาวะวิตกกังวลต่อการแยกจาก (Separation Anxiety) ซึ่งถือเป็นพัฒนาการปกติตามวัย เพราะเป็นความกดดันเล็กน้อยที่ทำให้เด็กเติบโต รู้จักจัดการกับความรู้สึกของตนเองมากขึ้น วิธีที่คุณพ่อคุณแม่จะช่วยให้เจ้าตัวเล็กไม่กังวลมากจนเกินไป ได้แก่

    1. ทำความรู้จักกับคุณครูก่อนเรียน เพราะการที่คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคุณครูจะช่วยทำให้เด็กลดทอนความรู้สึกกลัวจากการแยกจากลงได้ โดยเด็กจะเรียนรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่มีปฏิสัมพันธ์กับคุณครูอย่างไร รับรู้ถึงสายสัมพันธ์ที่ปลอดภัย และถ้ามีเพื่อนอยู่ชั้นเดียวกัน เข้าห้องเรียนด้วยกัน จะช่วยลดทอนความกังวลจากการแยกจากลงได้
    2. ยืดเวลามากขึ้น อย่างวันแรกที่ไปโรงเรียนอาจให้เด็กเรียนสักครึ่งชั่วโมง วันที่สองให้เด็กเรียนสัก 1 ชั่วโมง แล้วค่อย ๆ เพิ่มระยะเวลา เพื่อช่วยให้เจ้าตัวเล็กอยู่โดยไม่มีคุณพ่อคุณแม่แล้วรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น โดยค่อย ๆ เพิ่มระยะเวลาไปจนถึงวันที่เจ้าตัวเล็กอยู่ได้โดยไม่กังวลใจตลอดทั้งวัน
    3. ให้ของแทนใจ การให้สิ่งของที่เป็นสัญลักษณ์แทนใจเหมือนเครื่องอบอุ่นใจที่เป็นเพื่อนสนิทแสนรัก (Transitional Object) จะช่วยให้เจ้าตัวเล็กรู้สึกว่ามีเพื่อนที่เป็นตัวแทนของคุณพ่อคุณแม่อยู่ด้วยที่โรงเรียน ช่วยผ่อนคลาย ลดความเครียด รู้สึกสบายใจเสมอ อาทิ ผ้าห่ม ตุ๊กตา ของเล่น เป็นต้น
    4. โปรแกรมและหลักสูตรชัดเจน การให้เจ้าตัวเล็กเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีโครงสร้างหลักสูตรและตารางกิจกรรมชัดเจนช่วยให้เด็กปรับตัวได้ง่ายและหากเจ้าตัวเล็กมีปัญหาด้านพัฒนาการและพฤติกรรมสามารถเข้าโปรแกรม Hospital Kindergarten Group ที่ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางเพื่อให้เด็กใช้ชีวิตในสังคมได้ปกติและดึงศักยภาพที่มีออกมาต่อยอดได้อย่างสมบูรณ์


    เลือกโรงเรียนอนุบาลให้เหมาะกับลูก

    การเลือกโรงเรียนให้ลูกวัยอนุบาลขึ้นอยู่กับความคาดหวังของพ่อแม่และทำเลที่ตั้ง เพราะวัยอนุบาลควรเรียนโรงเรียนใกล้บ้านมากที่สุด ที่สำคัญการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมกับลูกที่สุดเสมอไป เพราะสิ่งที่เหมาะสมที่สุดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพ่อแม่เป็นสำคัญ โดยเกณฑ์ในการเลือกโรงเรียนที่มีคุณภาพ ได้แก่

    1. สัดส่วนของคุณครูกับเด็ก ในวัยอนุบาล ถ้าเด็กอายุ 2 – 3 ขวบ สัดส่วนเด็กคือ 5 คนต่อครู 1 คน และห้องเรียนควรมีขนาดไม่เกิน 2 เท่าของจำนวนครู เช่น ในห้องเรียน 1 ห้องมีครู 1 คนต่อเด็ก 5 คน จำนวนเด็กต่อห้องเรียนก็จะอยู่ที่ประมาณ 10 คน พอโตขึ้นในวัย 3 – 4 ขวบก็มีสัดส่วนที่มากขึ้นเป็นครู 1 คนต่อเด็ก 6 คน พอโตขึ้นในวัย 4 – 5 ขวบก็มีสัดส่วนที่มากขึ้นเป็นครู 1 คนต่อเด็ก 7 คน เป็นต้น โดยการเรียนอนุบาลไม่ควรเกิน 15 คนต่อ 1 ห้อง
    2. ระดับการศึกษาของคุณครู ผู้ที่เลี้ยงดูเด็กหากมีระดับการศึกษาสูงจะสัมพันธ์กับไอคิวหรือพฤติกรรมของเด็กที่ดีขึ้น เพราะฉะนั้นโรงเรียนที่รับคุณครูที่มีระดับการศึกษาสูง คุณครูจะมีคุณภาพ
    3. โครงสร้างหลักสูตรชัดเจน มีตารางการสอน แผนการสอนชัดเจน ซึ่งหลักสูตรสำหรับเด็กอนุบาลในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลาย

    ฝึกลูกก่อนไปโรงเรียน

    การเตรียมความพร้อมเจ้าตัวเล็กเข้าอนุบาลควรเตรียมให้พร้อม 4 ด้าน ได้แก่

    1. ภาษา ควรสื่อสารกับผู้อื่นได้ บอกความต้องการของตัวเอง โต้ตอบได้ เช่น หนูอยากได้อะไร เพราะอะไร เป็นต้น
    2. กล้ามเนื้อ เด็กอนุบาลควรเคลื่อนไหวกล้ามเนื้ออย่างคล่องแคล่ว มีการออกกำลังกายทุกวัน
    3. สังคม ถ้าอายุน้อยกว่า 3 ขวบอาจดูเพื่อนหรือทำตามเพื่อน แต่ยังไม่เล่นกับเพื่อน แต่ในวัย 3 – 5 ขวบเด็กควรเล่นกับเพื่อนวัยเดียวกันได้
    4. ฝึกช่วยเหลือตัวเอง ได้แก่ กินข้าว เข้าห้องน้ำ นอนหลับ ควรฝึกจากที่บ้านเพื่อให้ดูแลตัวเองที่โรงเรียนได้ง่ายขึ้น

    สิ่งที่ลูกควรได้เมื่อเรียนอนุบาล

    คุณพ่อคุณแม่สามารถคาดหวังผลลัพธ์ที่ได้จากการเรียนอนุบาลตามระดับพัฒนาการเด็ก โดยในวัย 2 – 3 ขวบ เจ้าตัวเล็กควรมีความเป็นตัวของตัวเอง สื่อสารบอกความต้องการของตัวเอง ควบคุมตัวเอง พูดขอบคุณและขอความช่วยเหลือ
    เล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ ส่วนในวัย 3 – 5 ขวบ เจ้าตัวเล็กควรมีความมั่นใจในตนเองและเข้าใจว่าตัวเองมีจุดเด่นอย่างไร ซึ่งการเรียนอนุบาลเด็กควรฝึกแยกจากคุณพ่อคุณแม่เพื่อให้รู้จักจัดการกับอารมณ์ของตนเองและปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้

    การพาเด็กเข้าอนุบาลอย่างมีความสุขเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับเด็กและนับเป็นจุดเริ่มต้นการศึกษาที่ประสบความสำเร็จในอนาคต เพราะเด็กที่มีความสุขที่โรงเรียนย่อมเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาที่ดี แต่หากเด็กไม่สามารถปรับตัวได้ ไม่อยากไปโรงเรียน มีพฤติกรรมถดถอย ไม่สื่อสาร ไม่สบตา ไม่โต้ตอบกับเพื่อน แนะนำให้ปรึกษากุมารแพทย์โดยเร็วที่สุด


     

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    พญ. มัณฑนา ชลานันต์

    กุมารเวชศาสตร์

    กุมารเวชศาสตร์พัฒนาการและพฤติกรรม

    พญ. มัณฑนา ชลานันต์

    กุมารเวชศาสตร์

    กุมารเวชศาสตร์พัฒนาการและพฤติกรรม
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกพัฒนาการเด็ก ศูนย์กุมารเวช

    ชั้น 4 โรงพยาบาลกรุงเทพ

    ทุกวัน เวลา 8.00 – 16.00 น.

    0 2755 1213

    0 2310 3006

    0 2755 1006

    0 2310 3000

    1719

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    โปรแกรมดูแลผิวในเดือนเกิด รับส่วนลด 30% Birthday Privilegeโปรแกรมดูแลผิวในเดือนเกิด รับส่วนลด 30% Birthday Privilege
    โปรแกรมดูแลผิวในเดือนเกิด รับส่วนลด 30% Birthday Privilege

    1,000 - 126,000 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจตรวจประเมินสุขภาพเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วนแพ็กเกจตรวจประเมินสุขภาพเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน
    แพ็กเกจตรวจประเมินสุขภาพเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน

    12,000 - 23,000 บาท

    รายละเอียด
    วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis vaccine)วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis vaccine)
    วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis vaccine)

    4,100 - 6,200 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    Hospital Kindergarten Group เตรียมความพร้อมก่อนเข้าอนุบาล  สำหรับเด็กที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ Image
    Hospital Kindergarten Group เตรียมความพร้อมก่อนเข้าอนุบาล สำหรับเด็กที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
    สร้างตัวตนตั้งแต่วัยอนุบาล ด้วยการเสริมจุดต่างและสร้างจุดเด่น Image
    สร้างตัวตนตั้งแต่วัยอนุบาล ด้วยการเสริมจุดต่างและสร้างจุดเด่น
    ตรวจค้นหาศักยภาพเด็ก พัฒนาอัจฉริยภาพสู่ความสำเร็จ Image
    ตรวจค้นหาศักยภาพเด็ก พัฒนาอัจฉริยภาพสู่ความสำเร็จ
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ