โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ศูนย์ศัลยกรรม

    บริการ
    แพทย์
    โรคและการรักษา
    ความประทับใจของผู้ป่วย
    เทคโนโลยีของเรา
    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ข้อมูลทั่วไป

    มาตรการตรวจรักษาโรคทางช่องท้องช่วง COVID-19

    บริการเด่นของศูนย์ศัลยกรรม

    ความก้าวหน้าในการผ่าตัด

    โปรแกรมฟื้นตัวไวหลังผ่าตัด ERAS : Enhanced Recovery After Surgery

    การผ่าตัดปลูกถ่ายตับ

    ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี

    แชร์ประสบการณ์การรักษา

    ติดต่อเรา

    การผ่าตัดปลูกถ่ายตับ

    การผ่าตัดปลูกถ่ายตับ

    ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพพร้อมดูแลผู้ป่วยที่มีโรคเกี่ยวกับตับหรือตับไม่สามารถทำงานได้ตามปกติจน ต้องเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับ ซึ่งเป็นการผ่าตัดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ด้วยทีมแพทย์ที่มากด้วยประสบการณ์ เครื่องมือทันสมัย และทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีความชำนาญ เพื่อให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

    การผ่าตัดปลูกถ่ายตับ หรือ การปลูกถ่ายตับ เป็นหัตถการที่ทำการตัดเอาอวัยวะตับทั้งหมดของผู้ป่วยออก และทำการปลูกถ่ายตับใหม่เข้าไปในช่องท้องของผู้ป่วย โดยปัจจุบันการผ่าตัดปลูกถ่ายตับถือเป็นหนึ่งในการรักษาที่เป็นมาตรฐานสำหรับภาวะตับที่ผิดปกติหลาย​ประเภท​ ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงทั้งในระหว่างผ่าตัดและหลังผ่าตัด จึงต้องมีการคัดเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสมและมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการปลูกถ่ายตับจริง ๆ เพื่อให้ผลการรักษาออกมาเป็นที่น่าพอใจและมีภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ น้อยที่สุด​ 


    ทำไมต้องผ่าตัดปลูกถ่ายตับ

    สิ่งที่ต้องรู้คือการปลูกถ่ายตับเป็นการรักษาที่เหมาะสมกับบางโรคหรือความผิดปกติทางตับเท่านั้นซึ่งในปัจจุบันข้อบ่งชี้ (Indications) ของการผ่าตัดปลูกถ่ายตับ ได้แก่

    1. ภาวะตับแข็ง (Cirrhosis) ระยะสุดท้าย เป็นภาวะตับแข็งที่ตับไม่ทำงานแล้วหรือไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายอย่างมาก ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของตับแข็งรุนแรง เช่น เส้นเลือดดำที่หลอดอาหารโป่งพองผิดปกติ ภาวะท้องมานที่ไม่สามารถควบคุมด้วยยาได้ดี และภาวะโรคทางสมองจากตับทำให้มีอาการสับสน เป็นต้น
    2. ภาวะตับวายเฉียบพลัน (Fulminant Hepatic Failure) เป็นภาวะที่ตับไม่ทำงานเฉียบพลัน ทำให้เกิดภาวะโรคทางสมองจากตับ ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะมีผลต่อไปถึงอวัยวะต่าง ๆ เช่น หัวใจ ไต และมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้มาก
    3. มะเร็งตับระยะแรก (Early Hepatocellular Carcinoma) จากการศึกษาพบว่า กรณีมะเร็งตับที่มีขนาดเล็กและจำนวนไม่มากเกินไปมีอัตราการรอดชีวิตดีและมีอัตราการเกิดซ้ำของมะเร็งตับน้อยในเกณฑ์ที่ยอมรับได้
    4. ภาวะการทำงานของตับผิดปกติโดยกำเนิดบางชนิด อาจมีผลทำให้ตับผิดปกติในลักษณะที่ทำให้มีผลต่ออัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วย

    ชนิดการผ่าตัดปลูกถ่ายตับ

    การผ่าตัดปลูกถ่ายตับสามารถแบ่งเป็น 2 ชนิดตามที่มาของอวัยวะ ได้แก่

    1. ตับจากผู้บริจาคที่มีภาวะสมองตาย (Cadaveric Liver Transplantation) เป็นการผ่าตัดปลูกถ่ายตับโดยนำตับมาจากผู้บริจาคที่สมองตายแล้ว ในปัจจุบันการผ่าตัดปลูกถ่ายตับในผู้ใหญ่ส่วนใหญ่เป็นการผ่าตัดแบบนี้
    2. ตับจากผู้บริจาคที่มีชีวิตอยู่ (Living – Related Liver Transplantation) เป็นการผ่าตัดปลูกถ่ายตับโดยแบ่งตับส่วนหนึ่งมาจากผู้บริจาคที่มีชีวิต เช่น การผ่าตัดแบ่งตับจากผู้ใหญ่ (บิดา มารดา) ไปปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยเด็ก หรือแบ่งตับผู้ใหญ่ไปปลูกถ่ายในผู้ใหญ่ด้วยกัน

    การผ่าตัดทั้งสองแบบนี้มีเทคนิคการผ่าตัดที่แตกต่างกันและมีข้อดีข้อเสียรวมถึงภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน จึงมีความเหมาะสมต่อโรคหรือภาวะตับแต่ละชนิดต่างกัน


    ประเมินผู้ป่วยก่อนผ่าตัดปลูกถ่ายตับ

    ขั้นตอนการประเมินผู้ป่วยก่อนพิจารณาผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะตับ ประกอบไปด้วย

    1. ตรวจสภาพการทำงานทั่วไปของร่างกาย การทำงานของหัวใจ การทำงานของปอด
    2. ตรวจประเมินสภาพการทำงานของตับ ลักษณะกายวิภาคและภาวะเนื้องอกหรือมะเร็งในตับ โดยตรวจเลือด อัลตราซาวนด์ตับ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ตับ หรือตรวจด้วยการถ่ายภาพโดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) 
    3. ตรวจประเมินคัดกรองหามะเร็งชนิดอื่นในร่างกาย ซึ่งอาจไม่เคยทราบหรือมีอาการมาก่อน โดยตรวจร่างกาย ตรวจค้นพิเศษตามแต่อวัยวะ เช่น การตรวจแมมโมแกรม เอกซเรย์ปอด ส่องกล้องตรวจลำไส้ (กรณีมีข้อบ่งชี้) เป็นต้น รวมถึงการเจาะเลือดคัดกรองหาความผิดปกติของค่ามะเร็งต่าง ๆ เพราะกรณีที่มีมะเร็งชนิดอื่นในร่างกายแล้วทำการปลูกถ่ายตับ หลังผ่าตัดเมื่อผู้ป่วยรับประทานยากดภูมิคุ้มกันจะทำให้มะเร็งดังกล่าวมีอาการหรือมีความรุนแรงมากขึ้นได้
    4. ตรวจประเมินหาภาวะการติดเชื้อต่าง ๆ ไวรัสตับอักเสบ ไวรัสเอชไอวี รวมถึงการติดเชื้อที่อาจเป็นเรื้อรังหรือไม่แสดงอาการ เพราะหลังปลูกถ่ายตับผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการกดภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีโอกาสทำให้มีอาการหรือเป็นรุนแรงมากขึ้นได้
    5. ตรวจคัดกรองสภาพฟันโดยทันตแพทย์ หากมีฟันผุต้องได้รับการรักษาให้ดีก่อน
    6. ตรวจประเมินสภาวะทางจิตใจโดยจิตแพทย์เพื่อประเมินความสามารถในการดูแลรักษาตนเองและติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่องได้
    7. ผู้ป่วยต้องหยุดดื่มสุราติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือนก่อนผ่าตัด ยกเว้นกรณีภาวะตับวายเฉียบพลันต้องงดดื่มสุราหลังผ่าตัด เพราะการทำงานของตับหลังปลูกถ่ายจะลดลงและเกิดภาวะตับแข็งได้ถ้ากลับมาดื่มสุรา

    เมื่อผู้ป่วยได้รับการประเมินต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แพทย์เฉพาะทางจะพิจารณาว่าผู้ป่วยสามารถทำการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะตับได้หรือไม่ หลังจากนั้นทางศูนย์ศัลยกรรม​ โรงพยาบาลกรุงเทพ​จะดำเนินการกับทางสภากาชาดไทยเพื่อรอการจัดสรรอวัยวะตับเมื่อมีผู้บริจาคอวัยวะ


    ก่อนผ่าตัดปลูกถ่ายตับ

    • เมื่อผู้ป่วยได้รับการจัดสรรอวัยวะตับในกรณีมีผู้บริจาคอวัยวะจะได้รับการติดต่อเพื่อทำการรักษาทันที เนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่ทนต่อการขาดเลือดได้ไม่นานมากนัก 
    • ผู้ป่วยต้องงดน้ำงดอาหารตามคำแนะนำและเดินทางมาที่โรงพยาบาลเพื่อเตรียมตัวผ่าตัด
    • การผ่าตัดอาจใช้เวลาประมาณ 4 – 12 ชั่วโมง ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และทีมพยาบาลผ่าตัด

    ดูแลหลังผ่าตัดปลูกถ่ายตับ

    • หลังผ่าตัดช่วงแรกผู้ป่วยจะได้รับการรักษาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีท่อช่วยหายใจ สายให้อาหารผ่านทางจมูก มีสายน้ำเกลือ และสายระบายน้ำเหลืองหรือเลือดเก่าในช่องท้อง
    • เมื่อผู้ป่วยอาการดีขึ้นจะได้รับการถอดสายต่าง ๆ ออกจนหมด พร้อมทั้งให้ความรู้และเตรียมตัวผู้ป่วยและญาติเรื่องการดูแลและปฏิบัติตัวหลังออกจากโรงพยาบาล

    ภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัดปลูกถ่ายตับ

    1. ภาวะแทรกซ้อนขณะและหลังผ่าตัดปลูกถ่ายตับ เนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่ใหญ่และมีเลือดมาเลี้ยงเป็นจำนวนมากจึงมีโอกาสเสียเลือดจำนวนมากระหว่างผ่าตัด อาจมีเลือดค้างในช่องท้อง แผลติดเชื้อหลังผ่าตัด เป็นต้น
    2. ภาวะการปฏิเสธหรือต่อต้านตับใหม่ (Graft Rejection) เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยจะมีการสร้างสารคัดหลั่งต่าง ๆ มาต่อต้านตับใหม่ที่ทำการปลูกถ่าย จึงมีความจำเป็นที่ผู้ป่วยจะต้องรับประทานยากดภูมิคุ้มกันตลอดชีวิตเพื่อลดอัตราการเกิดภาวะดังกล่าว
    3. ภาวะตับไม่ทำงานหลังปลูกถ่ายตับ (Graft Nonfunction / Dysfunction) อาจเกิดขึ้นได้โดยอัตราการเกิดแตกต่างกันไปตามคุณภาพของตับและปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ของการปลูกถ่ายตับ
    4. ภาวะเส้นเลือดตับอุดตัน เนื่องจากต้องมีการตัดและต่อเส้นเลือดของตับ จึงมีโอกาสที่จะเกิดภาวะเส้นเลือดตับอุดตันได้ทั้งในเส้นเลือดดำและเส้นเลือดแดงของตับ โดยอัตราการเกิดภาวะดังกล่าวจะแตกต่างกันตามชนิดของการผ่าตัดเปลี่ยนตับ
    5. ภาวะทางเดินน้ำดีตับอุดตันหรือรั่วซึม เนื่องจากต้องมีการตัดและต่อท่อน้ำดีจึงมีโอกาสเกิดภาวะอุดตันหรือรั่วซึมได้หลังผ่าตัดคล้ายในกรณีเส้นเลือดตับอุดตัน
    6. ความเสี่ยงในการเกิดโรคไวรัสตับอักเสบใหม่กรณีเป็นโรคไวรัสตับอักเสบก่อนผ่าตัด


    การผ่าตัดปลูกถ่ายตับแม้จะมีกระบวนการที่ยุ่งยากและซับซ้อน แต่หากผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดรักษาตามกระบวนการที่เหมาะสมจะได้รับผลการรักษาที่ดี กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีหลังผ่าตัดและมีอัตราการรอดชีวิตที่น่าพอใจ

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์ศัลยกรรม

    ชั้น 1 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

    ทุกวัน เวลา 08.00 - 20.00 น.

    0 2310 3002

    0 2755 1002

    1719

    [email protected]

    @BHQSurgery

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจคลินิกศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนักแพ็กเกจคลินิกศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
    แพ็กเกจคลินิกศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

    88,000 - 1,300,000 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งแพ็กเกจผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่ง
    แพ็กเกจผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่ง

    42,000 - 253,000 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจผ่าตัดศูนย์ศัลยกรรมแพ็กเกจผ่าตัดศูนย์ศัลยกรรม
    แพ็กเกจผ่าตัดศูนย์ศัลยกรรม

    135,000 - 1,300,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    โรคและการรักษา

    ดูทั้งหมด

    ความประทับใจของผู้ป่วย

    ดูทั้งหมด

    เทคโนโลยีของเรา

    ดูทั้งหมด