โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ศูนย์ศัลยกรรม

    บริการ
    แพทย์
    โรคและการรักษา
    ความประทับใจของผู้ป่วย
    เทคโนโลยีของเรา
    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ข้อมูลทั่วไป

    มาตรการตรวจรักษาโรคทางช่องท้องช่วง COVID-19

    บริการเด่นของศูนย์ศัลยกรรม

    ความก้าวหน้าในการผ่าตัด

    โปรแกรมฟื้นตัวไวหลังผ่าตัด ERAS : Enhanced Recovery After Surgery

    การผ่าตัดปลูกถ่ายตับ

    ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี

    แชร์ประสบการณ์การรักษา

    ติดต่อเรา

    การผ่าตัดถุงน้ำดี


    ข้อมูลทั่วไป

    เหตุผลที่ผ่าตัด

    • นิ่วในถุงน้ำดี ที่พบอาจไม่มีอาการแสดง
    • นิ่วในถุงน้ำดีที่ไม่มีอาการใดๆ ไม่มีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด
    • ในผู้ป่วยที่มีนิ่วในถุงน้ำดี อาจมีอาการแสดง ดังนี้:
      • ปวดจุกแน่นท้องบริเวณลิ้นปี่ หรือใต้ชายโครงขวา มักสัมพันธ์กับมื้ออาหาร
      • ถุงน้ำดีอักเสบ
      • ท่อน้ำดีอักเสบ
      • ตับอ่อนอักเสบ
    • นิ่วในถุงน้ำดีอาจทำให้อาการแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ท่อน้ำดีอักเสบ, ตับอ่อนอักเสบ ทำให้การรักษา อาจมีความซับซ้อนมากขึ้น
    • ในบางราย อาจจำเป็นต้องทำหัตถการ เพื่อนำนิ่วในท่อทางเดินน้ำดีที่อุดตันออก ร่วมด้วย (ERCP)
    • ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยอาจมีอาการปวดซ้ำได้ ถ้าไม่ได้ผ่าตัดถุงน้ำดีออก
    • การผ่าตัดถุงน้ำดี เป็นการรักษามาตรฐานสำหรับโรคนิ่วในถุงน้ำดี
    • การทำงานของตับ และทางเดินน้ำดี ไม่มีผลกระทบภายหลังผ่าตัดถุงน้ำดี
    • ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังการผ่าตัดถุงน้ำดี

    กายวิภาคของถุงน้ำดี

    การผ่าตัดถุงน้ำดี

    • เป็นอวัยวะรูปร่างคล้ายลูกแพร์ ภายในช่องท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา
    • อยู่ติดกับส่วนล่างของตับ
    • ถุงน้ำดีไม่ได้มีหน้าที่สร้างน้ำดี
    • น้ำดีถูกสร้างมาจากตับ
    • ถุงน้ำดี เป็นอวัยวะที่ช่วยกักเก็บน้ำดีทำให้น้ำดีมีความเข้มข้นสูงขึ้น
    • ในขณะรับประทานอาหาร ถุงน้ำดีจะปล่อยน้ำดีลงไปในลำไส้ช่วยย่อยอาหาร โดยเฉพาะอาหารมัน

    การผ่าตัด

    เกี่ยวกับหัตถการ

    การผ่าตัดถุงน้ำดี

    ผ่าตัดถุงน้ำดี สามารถทำได้ 2 แบบ

    1. ผ่าตัดถุงน้ำดีผ่านกล้อง เป็นมาตรฐานในปัจจุบัน

    • ผู้ป่วยจะได้รับการดมยาสลบ เพื่อให้หลับลึกและไม่รู้สึกเจ็บปวดตลอดการผ่าตัด
    • จะมีแผลเล็กประมาณ 3–4 ตำแหน่ง เพื่อใส่กล้องและอุปกรณ์ผ่าตัด
    • มีการใส่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) เข้าไปในช่องท้อง เพื่อให้มีพื้นที่และมุมมองที่ชัดเจนในการผ่าตัด
    • ศัลยแพทย์จะ หนีบหรือผูกท่อน้ำดีจากถุงน้ำดี (cystic duct) เพื่อป้องกันการรั่วของน้ำดี
    • จากนั้นจึง แยกถุงน้ำดีออกจากตับอย่างระมัดระวัง
    • เมื่อถุงน้ำดีถูกตัดออก จะถูกใส่ใน ถุงพิเศษสำหรับนำออกจากร่างกาย ผ่านแผลเล็กบริเวณสะดือ
    • ในหลายกรณี ถุงน้ำดีจะถูก เปิดเพื่อนำก้อนนิ่วออกให้ผู้ป่วยเก็บไว้
    • ตัวอย่างถุงน้ำดีจะถูกส่งไปที่ แผนกพยาธิวิทยา เพื่อทำการตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติม
    • เมื่อผ่าตัดเสร็จ ศัลยแพทย์จะ ไล่ก๊าซ CO₂ ออกจากช่องท้อง
    • เนื่องจากใช้แผลเล็ก ผู้ป่วยจึงมักมี อาการเจ็บน้อยและฟื้นตัวเร็วกว่า การผ่าตัดแบบเปิด
    • ผู้ป่วยส่วนใหญ่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลประมาณ 1–2 คืน
    • หากระหว่างการผ่าตัดพบความยากลำบาก ศัลยแพทย์อาจจำเป็นต้อง เปลี่ยนเป็นการผ่าตัดแบบเปิด เพื่อความปลอดภัย

    ในกรณีที่มีความซับซ้อนของการเจ็บป่วย ศัลยแพทย์อาจพิจารณาเปลี่ยนผ่าตัดจากผ่านกล้องเป็นแบบเปิดหน้าท้อง

    ผ่าตัดผ่านกล้องทำได้ 2 อย่าง คือ

    1. แบบผ่าตัดผ่านกล้อง ตามมาตรฐาน (Laparoscopic Cholecystectomy )
    2. แบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Assisted Cholecystectomy) เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่หุ่นยนต์ไม่ได้เป็นผู้ผ่าตัดเองแต่จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยให้ศัลยแพทย์ผ่าตัดได้สะดวกยิ่งขึ้น
      • มี “แขนกล” ที่พัฒนาให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใกล้เคียง“ข้อมือมนุษย์” สามารถพลิกหรืองอได้อย่างอิสระตามการควบคุมของแพทย์เปรียบเสมือนมือของศัลยแพทย์ที่สามารถสอดเข้าไปทำการผ่าตัดรักษาได้ในบริเวณที่อยู่ลึกหรือที่แคบซึ่งยากต่อการเข้าถึงกว่าการผ่าตัดแบบปกติ
      • อีกทั้งใช้ระบบภาพ 3 มิติที่มีความละเอียดสูงและมีกำลังขยายภาพอย่างน้อย 10 เท่า (3D High Definition)
      • สามารถผ่าตัดร่วมกับการใช้สารที่ทำให้เห็นท่อน้ำดีได้ชัดเจนมากขึ้นในขณะผ่าตัด (Fluorescence cholangiography)

    ทำให้การผ่าตัดมีความปลอดภัย ช่วยลดโอกาสการเปลี่ยนมาเป็นผ่าตัดแบบเปิดในรายที่มีความซับซ้อนของโรค

    2. การผ่าตัดถุงน้ำดีแบบเปิดหน้าท้อง

    • จะมีรอยแผลผ่าตัดที่บริเวณใต้ชายโครงขวา
    • วิธีการนี้เหมาะสมในผู้ป่วยที่มีความซับซ้อน คาดว่าจะนำถุงน้ำดีออกได้ยาก เช่น ผู้ป่วยที่มีอาการปวดท้องจากนิ่วถุงน้ำดีหลายครั้ง, ผู้ป่วยที่มีอาการถุงน้ำดีอักเสบรุนแรง, มีประวัติผ่าตัดในช่องท้องมาก่อน
    • ในขณะผ่าตัด ศัลยแพทย์อาจต้องเปลี่ยนจากการผ่าตัดผ่านกล้อง เป็นผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง เพื่อให้ผู้ป่วยเกิดความปลอดภัย

    การผ่าตัดถุงน้ำดีแบบเปิดหน้าท้อง

    การพิจารณาเลือกวิธีผ่าตัดแบบผ่านกล้อง หรือผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง ขึ้นกับความเหมาะสมของสภาพผู้ป่วย และความชำนาญของศัลยแพทย์

    ในโรงพยาบาลกรุงเทพ การผ่าตัดถุงน้ำดีส่วนใหญ่ใช้วิธีผ่าตัดผ่านกล้องได้อย่างปลอดภัย


    วิธีการผ่าตัด

    • ศัลยแพทย์จะผูกท่อถุงน้ำดี (ท่อที่อยู่ปลายสุดของถุงน้ำดี) ด้วยไหม หรือคลิปที่เป็นวัสดุทางการแพทย์
    • ศัลยแพทย์จะเลาะถุงน้ำดีที่ติดอยู่กับตับ ด้วยความระมัดระวัง
    • ถุงน้ำดีที่ตัดออก จะถูกใส่ในถุงพลาสติกปราศจากเชื้อ แล้วนำออกจากร่างกาย ผ่านทางแผลที่ตำแหน่งสะดือเป็นส่วนใหญ่
    • หลังผ่าตัดจะตัดแล้วเปิดถุงน้ำดี และนำนิ่วในถุงน้ำดีออกให้แก่ผู้ป่วย
    • ถุงน้ำดี จะนำไปส่งตรวจทางพยาธิวิทยา อย่างละเอียด เพื่อการวินิจฉัย

    ความเสี่ยงของการผ่าตัด

    ความเสี่ยงเฉพาะ

    • การบาดเจ็บต่อท่อน้ำดีรวม ร้อยละ 0.3-1
    • ภาวะเลือดออก ร้อยละ 1-2
    • โอกาสของการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง ร้อยละ 2-10 
    • การบาดเจ็บต่ออวัยวะอื่นในช่องท้อง ร้อยละ 0.3-1
    • เกิดฝีในช่องท้อง ร้อยละ 1-2
    • ภาวะไส้เลื่อนบริเวณแผลผ่าตัด ร้อยละ 2-10

    ความเสี่ยงทั่วไป 

    • ปวดแผล
    • แผลติดเชื้อ
    • ปอดแฟบ
    • ภาวะเส้นเลือดดำที่ขาอุดตัน

    หลังผ่าตัด

    อาการทั่วไปหลังผ่าตัด

    ปวดแผล

    • อาจมีอาการปวดแผลได้ แม้ว่าแผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กก็ตาม
    • ความรุนแรง ของอาการปวดแผลขึ้นกับ ประสบการณ์ส่วนตัวของแต่ละบุคคล
    • โดยปกติแพทย์จะสั่งยาแก้ปวดแผลภายหลังการผ่าตัด
    • หากผู้ป่วยยังมีอาการปวดแผลอยู่ สามารถแจ้งพยาบาลได้เสมอ

    อาการปวดไหล่ขวา

    • เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้หลังผ่าตัดผ่านกล้อง เพราะเกิดจากแก๊สที่ใส่ในช่องท้องระหว่างการผ่าตัด
    • อาจมีอาการชั่วคราว โดยมักดีขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังผ่าตัด

    ท้องอืด

    • ในผู้ป่วยบางรายจะรู้สึกเหมือนมีลมในท้องหลังผ่าตัด
    • อาการเป็นเพียงชั่วคราวจะดีขึ้น ตามลำดับหลังผ่าตัด
    • ใช้เวลา 1-3 เดือน หลังผ่าตัดอาการจะเป็นปกติ

    การพักฟื้นหลังผ่าตัด เมื่ออยู่ในโรงพยาบาล

    อาหาร

    • แพทย์จะเริ่มให้รับประทานอาหารได้ เมื่อผู้ป่วยรู้สึกตัวดี หลังจากการดมยาสลบ
    • ในบางกรณี เช่นการผ่าตัดที่ซับซ้อน แพทย์อาจพิจารณาให้งดน้ำและอาหารหลังผ่าตัด ต่อไปอีก 1-2 วัน
    • หลังควรหลีกเลี่ยงอาหารมันในช่วง 2-3 เดือน ภายหลังการผ่าตัด
    • นักโภชนาการจะแนะนำอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยเฉพาะบุคคล ตามโปรแกรมการดูแลผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว Enhanced Recovery After Surgery program (ERAS)

    การทำกิจกรรม

    • กระตุ้นให้ผู้ป่วยทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ให้เร็วที่สุด
    • หากผู้ป่วยสามารถเริ่มทำกิจวัตรต่างๆ ได้เอง เช่น ลุกเดินในรอบเตียง จะทำให้มีการฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
    • นักกายภาพจะช่วยแนะนำกิจกรรมที่เหมาะสมกับผู้ป่วยเฉพาะบุคคล ตามโปรแกรมการดูแลผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว ERAS Program

    การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ

    • แพทย์จะพิจารณาให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำเท่าที่จำเป็น
    • หลังจากหยุดให้สารน้ำแล้ว แต่อาจจะยังมีเข็มสำหรับให้ยาอยู่ ซึ่งจะถอดเข็มออกก่อนกลับบ้าน

    การให้ยา

    • แพทย์จะพิจารณาสั่งยาต่างๆให้ตามแผนการรักษา เช่น ยาแก้ปวด หรือยาอื่นๆตามอาการของผู้ป่วย
    • พยาบาลจะเป็นผู้ดูแล และจัดยาให้ผู้ป่วยตามแผนการรักษาของแพทย์

    การบริหารความปวด

    • แพทย์จะสั่งยาแก้ปวดให้รับประทานตามเวลา เพื่อควบคุมอาการปวด
    • ผู้ป่วยสามารถขอยาแก้ปวดเพิ่มได้ หากยังคงรู้สึกปวดอยู่
    • หากอาการปวด ยังไม่ดีขึ้น หรือมีความรุนแรงมากขึ้น สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบทันที

    เมื่อกลับบ้าน

    การติดตามอาการ

    นัดติดตามอาการ

    • แพทย์จะนัดติดตามอาการหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์
    • แพทย์จะนัดมาเพื่อตรวจแผลผ่าตัด
    • แพทย์จะแจ้งผลการตรวจทางพยาธิของถุงน้ำดี

    ติดตามอาการทางโทรศัพท์

    • เจ้าหน้าที่จะโทรติดตามอาการหลังจำหน่ายจากโรงพยาบาล
    • เจ้าหน้าที่จะสอบถามอาการทั่วไป และการฟื้นตัวหลังผ่าตัด
    • เจ้าหน้าที่โทรศัพท์เพื่อแจ้งเตือนนัดในครั้งต่อไป

    หากมีอาการผิดปกติ

    • ถ้าผู้ป่วยรู้สึกว่ามีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้มากว่า 38 องศา, ปวดท้อง, ตัวตาเหลือง ขอให้ติดต่อกลับมาที่รพ.

    การติดตามในระยะยาว

    • การผ่าตัดนี้ไม่จำเป็นต้องมีการติดตามในระยะยาว

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์ศัลยกรรม

    ชั้น 1 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

    ทุกวัน เวลา 08.00 - 20.00 น.

    0 2310 3002

    0 2755 1002

    1719

    [email protected]

    @BHQSurgery

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจคลินิกศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนักแพ็กเกจคลินิกศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
    แพ็กเกจคลินิกศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

    88,000 - 1,300,000 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งแพ็กเกจผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่ง
    แพ็กเกจผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่ง

    42,000 - 253,000 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจผ่าตัดศูนย์ศัลยกรรมแพ็กเกจผ่าตัดศูนย์ศัลยกรรม
    แพ็กเกจผ่าตัดศูนย์ศัลยกรรม

    135,000 - 1,300,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    โรคและการรักษา

    ดูทั้งหมด

    ความประทับใจของผู้ป่วย

    ดูทั้งหมด

    เทคโนโลยีของเรา

    ดูทั้งหมด