โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    หวาน มัน เค็มมากไป หัวใจอ่อนแอ

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    นพ. อนุสิทธิ์ ทัฬหสิริเวทย์
    นพ. อนุสิทธิ์ ทัฬหสิริเวทย์

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    อัปเดตเมื่อ: 11 ธ.ค. 2568
    Dr. Anusith Tunhasiriwet
    นพ. อนุสิทธิ์ ทัฬหสิริเวทย์
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    แพ็กเกจแนะนำ
    ผ่าตัดซ่อม หรือ เปลี่ยนลิ้นหัวใจแผลเล็กผ่านกล้อง 3 มิติ (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)
    ผ่าตัดซ่อม หรือ เปลี่ยนลิ้นหัวใจแผลเล็กผ่านกล้อง 3 มิติ (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)
    หวาน มัน เค็มมากไป หัวใจอ่อนแอ
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    อัปเดตเมื่อ: 11 ธ.ค. 2568

    ด้วยพฤติกรรมการทานอาหารของคนยุคใหม่ที่มักเน้นรสชาติถูกปากเมนูที่ถูกใจ โดยเฉพาะรสหวาน มัน เค็มเรียกได้ว่าเป็นรสชาติยอดนิยมของคนไทยที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ หากขาดการควบคุมและบริโภคเกินพอดี

    นพ.อนุสิทธิ์ ทัฬหสิริเวทย์ อายุรแพทย์หัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า “อย่างที่ทราบกันดีว่าเมืองไทยมีอาหารให้เลือกทานมากมาย ที่สำคัญอาหารไทยมีครบทุกรส ทั้งหวาน มัน เค็ม เผ็ด เปรี้ยว จึงนำไปสู่ความเสี่ยงในการบริโภคเกินพอดี ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดโรคหัวใจ ถ้าไม่รีบควบคุมปริมาณให้พอเหมาะ”
     
    หวาน มัน เค็มมากไป หัวใจอ่อนแอ

    หวานเกินไปไม่ดี

    น้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานที่ไม่มีสารอาหารอื่น ๆ เมื่อบริโภคมากเกินไปร่างกายจึงได้รับแต่พลังงานเพียงอย่างเดียว ที่น่าสนใจคือแม้น้ำตาลจะมีหลายชนิด แต่ให้พลังงานไม่ต่างกันคือประมาณ 4 กิโลแคลอรี่ต่อกรัม และแม้ร่างกายจะมีกระบวนการป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดสูงเกินไป แต่หากบริโภคน้ำตาลมากเกินไปจะทำให้น้ำตาลในเลือดสูง ส่งผลให้ร่างกายหลั่งอินซูลินจากตับอ่อนเพื่อนำน้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลล์แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงาน แต่ละคนจะตอบสนองต่ออินซูลินไม่เท่ากัน อย่างเช่นคนที่เป็นโรคอ้วนลงพุง ร่างกายจะดื้อต่ออินซูลิน ไม่สามารถนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์จะส่งผลให้น้ำตาลในเลือดสูง มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้นได้ในที่สุด

    ป้องกันน้ำตาลไม่ให้เกินได้โดย

    • ควรกินน้ำตาลให้น้อยไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา (24 กรัม)
    • เลี่ยงเครื่องดื่มทุกชนิดที่มีน้ำตาลมากกว่าร้อยละ 5 สังเกตได้จากฉลากข้างขวด
    • เลือกทานผลไม้น้ำตาลน้อย เช่น ฝรั่ง มะละกอ แอปเปิลเขียว
    • ของหวานหลังอาหารทานได้ แต่ควรเน้นรสหวานน้อยและสลับกับการทานผลไม้หลังอาหาร

    หวาน มัน เค็มมากไป หัวใจอ่อนแอ

    มันมากโรคถามหา

    ไขมันเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เรียกได้ว่าเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ ไขมัน 1 กรัมให้พลังงานสูงถึง 9 กิโลแคลอรี่ มากกว่าคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน อย่างที่รู้กันว่าหากทานไขมันมากเกินไปนอกจากจะทำให้อ้วนยังนำไปสู่โรคเรื้อรังได้ โดยเฉพาะไขมันทรานส์ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิตไขมันเทียม ซึ่งพบในเนยขาว เนยเทียม เบเกอรี่ โดนัท คุ้กกี้ ครีมเทียมบางชนิด ฯลฯ หากทานมากเกินไปจะสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือด ส่งผลให้เส้นเลือดตีบ เพิ่มไขมันชนิดไม่ดี (LDL) และลดไขมันชนิดดี (HDL) ทำให้มีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้การทานอาหารที่มีกรดไขมันอิ่มตัวมาก ซึ่งมักพบในน้ำมันจากสัตว์ เนื้อสัตว์ที่มีไขมันขาว ๆ ขนมและแกงที่ใส่กะทิ ส่งผลให้คอเลสเตอรอลสูง เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้นเช่นกัน

    ป้องกันไขมันไม่ให้เกินได้โดย

    • ควรกินไขมันให้น้อยไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา (30 กรัม)
    • ทานเนื้อสัตว์ไม่มีหนัง ไม่ติดมัน ปริมาณ 2 – 4 ช้อนโต๊ะต่อมื้อ (ตามอายุและเพศ)
    • เลี่ยงอาหารทอดเพราะน้ำมันที่ใช้ทอดอาหาร เช่น น้ำมันหมู น้ำมันปาล์ม ฯลฯ มักมีกรดไขมันอิ่มตัวมาก
    • งดอาหารที่มีไขมันทรานส์ เช่น เค้ก ครีมเทียม ป๊อปคอร์น แฮมเบอร์เกอร์ ฯลฯ
    • ไม่ควรทานอาหารที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำ เช่น ลูกชิ้นทอด ปาท่องโก๋ ไก่ทอด กล้วยทอด ฯลฯ

    หวาน มัน เค็มมากไป หัวใจอ่อนแอ

    เค็มมาก ร่างอาจพัง

    ความเค็มเป็นรสชาติที่ติดปากคนไทย ซึ่งมาจากสารประกอบโซเดียมคลอไรด์หรือเกลือที่นำมาใช้ในการทำอาหาร ซึ่งโซเดียมนั้นมีประโยชน์กับร่างกายคือ ช่วยให้ระบบไหลเวียนของร่างกายเป็นปกติ ความดันและปริมาตรของเลือดเป็นปกติ แต่หากได้รับโซเดียมมากเกินไปจะนำมาซึ่งผลเสียต่อสุขภาพ คือ เมื่อทานเกลือก็จะอยากทานน้ำ ซึ่งทำให้เพิ่มปริมาณเกลือแร่ในเลือด ส่งผลให้หัวใจต้องสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ หนักขึ้น เปรียบเหมือนหัวใจเล่นเวท ทำให้แรงดันหลอดเลือดสูง อาจเกิดภาวะหัวใจโต นำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้ และการกินเค็มมากไป ทำให้เป็นความดันโลหิตสูง นำไปสู่ภาวะเส้นเลือดในสมองแตกหรืออัมพาตได้ ที่น่ากลัวคือ เมื่อโซเดียมมากเกินไป ร่างกายอาจไม่แสดงอาการ แต่จะทำลายอวัยวะต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ ดังนั้นการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีคือสิ่งสำคัญ

    ป้องกันโซเดียมไม่ให้เกินได้โดย

    • ควรกินโซเดียมให้น้อยไม่เกินวันละ 1 ช้อนชา (2,000 มิลลิกรัม)
    • ไม่ใส่น้ำปลาพริกในอาหาร ไม่จิ้มพริกเกลือเมื่อกินผลไม้
    • เลี่ยงการทานอาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป อาหารหมักดอง อาหารอบแห้ง ขนมกรุบกรอบ
    • ลดความถี่และปริมาณการทานน้ำจิ้มต่าง ๆ
    • ปรุงรสเผ็ดหรือเปรี้ยวเพิ่มรสชาติอาหารแทนการใช้น้ำปลา

     
    การปรับพฤติกรรมการกินโดยลดหวาน มัน เค็ม ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ นอกจากนี้การตรวจเช็กสุขภาพหัวใจก็มีความสำคัญ ซึ่ง นพ.อนุสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “หากรู้ว่าตนเองมีปัจจัยเสี่ยง ติดทานอาหารหวาน มัน เค็มในปริมาณมาก ไม่ควรชะล่าใจ ควรตรวจคัดกรองโรคหัวใจกับแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจ เพื่อเช็กความแข็งแรงของหลอดเลือดหัวใจ ยิ่งถ้ามีปัจจัยเสี่ยงด้านพันธุกรรมควรใส่ใจตรวจเช็กหัวใจเป็นประจำทุกปี” 

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. อนุสิทธิ์ ทัฬหสิริเวทย์

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ

    นพ. อนุสิทธิ์ ทัฬหสิริเวทย์

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกป้องกันโรคหัวใจและลดไขมัน

    ชั้น 2 อาคาร H โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    เปิดบริการทุกวัน 07:00 – 16:00 น.

    0 2755 1487

    0 2755 1488

    1719

    [email protected]

    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ผ่าตัดซ่อม หรือ เปลี่ยนลิ้นหัวใจแผลเล็กผ่านกล้อง 3 มิติ (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)ผ่าตัดซ่อม หรือ เปลี่ยนลิ้นหัวใจแผลเล็กผ่านกล้อง 3 มิติ (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)
    ผ่าตัดซ่อม หรือ เปลี่ยนลิ้นหัวใจแผลเล็กผ่านกล้อง 3 มิติ (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)

    1,400,000 บาท

    1,420,000 บาท

    รายละเอียด
    ผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจแผลเล็ก MICS CABG (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)ผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจแผลเล็ก MICS CABG (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)
    ผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจแผลเล็ก MICS CABG (ไม่ตัดกระดูกหน้าอก)

    1,500,000 บาท

    1,650,000 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKGชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG

    7,500 บาท

    8,120 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    FUEL YOUR HEART เรียนรู้เรื่องหัวใจและอาหารเพิ่มพลังหัวใจ Image
    FUEL YOUR HEART เรียนรู้เรื่องหัวใจและอาหารเพิ่มพลังหัวใจ
    หัวใจแฮปปี้แค่กินแบบพอดี Image
    หัวใจแฮปปี้แค่กินแบบพอดี
    6 ผักผลไม้เพื่อหัวใจที่ดี Image
    6 ผักผลไม้เพื่อหัวใจที่ดี
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ