โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    ภาวะคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจคืออะไร รู้สาเหตุ อาการ พร้อมวิธีตรวจ และรักษา

    8 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    นพ. เกรียงไกร เฮงรัศมี
    นพ. เกรียงไกร เฮงรัศมี

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    อัปเดตเมื่อ: 02 ก.ค. 2569
    Dr. Kriengkrai Hengrussamee
    นพ. เกรียงไกร เฮงรัศมี
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    แพ็กเกจแนะนำ
    แพ็กเกจฉีดสี และสวนหัวใจขยายหลอดเลือด แผลเล็ก ไม่ต้องผ่าตัด
    แพ็กเกจฉีดสี และสวนหัวใจขยายหลอดเลือด แผลเล็ก ไม่ต้องผ่าตัด
    ภาวะคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจคืออะไร รู้สาเหตุ อาการ พร้อมวิธีตรวจ และรักษา
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    อัปเดตเมื่อ: 02 ก.ค. 2569

    โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเป็นหนึ่งในภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพของผู้คนในปัจจุบัน หนึ่งในหลักฐานที่ช่วยบ่งบอกความเสี่ยงของโรคนี้คือการพบคราบหินปูนหรือแคลเซียมสะสมในหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งสัมพันธ์กับภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่าภาวะคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจเกิดจากอะไร สัญญาณเตือนที่ควรระวัง พร้อมแนวทางการตรวจวินิจฉัยและการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในอนาคต

    ภาวะคราบหินปูนหรือแคลเซียมสะสมในเส้นเลือดหัวใจ คืออะไร

    ภาวะคราบหินปูนเในเส้นเลือดหัวใจ เป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกถึงภาวะหลอดเลือดแดงของหัวใจแข็งตัว (Atherosclerosis of Coronary Artery) ซึ่งเป็นผลมาจากการอักเสบเรื้อรังร่วมกับภาวะหลอดเลือดแดงเสื่อมจากการสะสมของคราบไขมัน แคลเซียม และสารต่าง ๆ บริเวณผนังหลอดเลือดเป็นเวลาหลายปี ทำให้หลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่น แข็งตัว และตีบแคบลง ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ลดลง

    หินปูนหรือแคลเซียมสะสมในเส้นเลือดหัวใจเกิดจากอะไร?

    กลไกการเกิดคราบหินปูนในเส้นเลือดหัวใจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) ซึ่งเกิดจากการอักเสบเรื้อรังและการสะสมของคราบไขมัน เซลล์อักเสบ และแคลเซียมบริเวณผนังหลอดเลือด โดยเป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นเป็นระยะเวลาหลายปี ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ได้แก่

    • โรคเบาหวาน
    • โรคความดันโลหิตสูง
    • โรคไขมันในเลือดสูง
    • โรคอ้วน หรือภาวะอ้วนลงพุง
    • การสูบบุหรี่
    • ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ (ประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ)

    ปัจจัยเหล่านี้ทำให้หลอดเลือดเกิดการอักเสบเรื้อรัง และการสะสมของคราบไขมันในผนังหลอดเลือด จนนำไปสู่การสะสมของแคลเซียมหรือหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ ทำให้หลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่นและอาจตีบแคบลง ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจลดลง การบ่งบอกได้ว่าผู้ป่วยมีภาวะหลอดเลือดแข็งนั้นสามารถประเมินและวินิจฉัยได้โดยการส่งตรวจ Computerized Coronary Calcium Scan ซึ่งจะสามารถบอกได้ในผู้ป่วยที่เป็นเรื้อรังเท่านั้น ในคนที่เป็นแบบเฉียบพลันอาจจะไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากเป็นรอยโรคใหม่

    คราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ อาการเป็นอย่างไร สังเกตได้อย่างไร

    ในระยะแรกของการสะสมคราบหินปูนหรือแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการใด ๆ  ทำให้หลายคนไม่ทราบว่าตนเองกำลังมีความเสี่ยง แต่เมื่อคราบหินปูนหนาตัวขึ้นจนทำให้หลอดเลือดตีบแคบลง เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก รู้สึกอึดอัดบริเวณกลางอก หายใจไม่อิ่ม หรือเหนื่อยง่ายผิดปกติเมื่อต้องออกแรง มีอาการเจ็บร้าวไปบริเวณคอ กราม ไหล่ หลัง หรือแขน ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยทันที

    ใครบ้างที่ควรตรวจหาหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ

    การตรวจหาปริมาณหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ มีประโยชน์อย่างมากในการประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจในอนาคต โดยข้อบ่งชี้ของผู้ที่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วย Coronary Calcium Scan (CAC) ได้แก่

    • เพศชายที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
    • เพศหญิงที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน
    • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ
    • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง
    • ผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุง หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ

    การตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Calcium Scan หรือ CAC) คืออะไร

    การตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Calcium Scan หรือ CAC) เป็นวิธีการตรวจเบื้องต้นที่สะดวกและไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี โดยใช้เทคโนโลยีเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (Multidetector Row หรือ Multislice CT Scan) เพื่อประเมินปริมาณและระดับการสะสมของคราบหินปูน (ไขมัน คอเลสเตอรอล แคลเซียม และสารอื่น ๆ) ในผนังหลอดเลือดหัวใจ

    ซึ่งการทดสอบการถ่ายภาพนี้ จะช่วยให้แพทย์มองเห็นคราบหินปูน ที่ค่อย ๆ พัฒนาเกาะตัวหนาขึ้นบริเวณผนังหลอดเลือดได้อย่างชัดเจน นำไปสู่การประเมินความเสี่ยงได้อย่างทันท่วงที

    จุดสังเกตแคลเซียมหรือหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ

    สำหรับการตรวจประเมิน พยาธิสภาพของหลอดเลือดหัวใจที่มีแคลเซียมหรือหินปูนเกาะ จะมีจุดสังเกตตามระยะการก่อตัวดังนี้

    1. ลักษณะของแคลเซียมที่หลอดเลือดหัวใจเริ่มตั้งแต่เป็นจุด (Fine Speckles) กลุ่มของจุดที่กระจาย (Fragmented) เล็ก ๆ (0.5 – 15.0 µm) เป็นรอยโรคที่เกิดใหม่มีความเสี่ยงต่อ Heart Attack หรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหรือโรคหลอดเลือดหัวใจตีบรุนแรงหรือตัน
    2. เมื่อแคลเซียมเพิ่มมากขึ้น จะเริ่มก่อตัวเป็นเส้นตามแนวหลอดเลือด (Diffuse Calcification)
    3. เมื่อแคลเซียมเพิ่มมากขึ้นเป็นปื้นหรือแผ่นของแคลเซียม (Sheet of Calcification) ที่ขนาดมากกว่า 3 มิลลิเมตร ซึ่งหมายถึงการเป็นเรื้อรังมานาน 

    โดยสรุป ลักษณะของคราบหินปูนที่เกิดขึ้นอาจพอบอกได้ว่าเป็นรอยโรคที่เพิ่งเกิดใหม่ หรือเป็นของเก่าที่สะสมมานาน จากการประเมินลักษณะที่เริ่มเป็นจุด เป็นเส้น และกลายเป็นแผ่นหนาขึ้น

    ความเสี่ยงจากการตรวจ Coronary Calcium Scan

    หลายคนอาจมีความกังวลเรื่องรังสี แต่ในความเป็นจริงการตรวจคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจด้วยวิธีนี้ใช้เทคโนโลยีเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงที่มีปริมาณรังสีค่อนข้างต่ำ (ประมาณ 1 Millisievert) และใช้เวลาในการตรวจเพียง 10-15 นาที โดยไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี และไม่ต้องเตรียมตัวซับซ้อน

    ตรวจหาคราบหินปูนหลอดเลือดหัวใจ

    การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจ

    • ไม่ต้องงดน้ำหรืออาหารก่อนรับการตรวจ
    • หลีกเลี่ยงยาหรือสารที่กระตุ้นหัวใจให้ชีพจรเร็วขึ้น ได้แก่ งดชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนประกอบ
    • งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนตรวจ
    • เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดคลุมของโรงพยาบาล
    • ถอดเครื่องประดับรอบคอหรือแผ่นต่าง ๆ ที่ติดบริเวณหน้าอก

    ขั้นตอนระหว่างทำ Coronary Calcium Scan

    • แพทย์จะตรวจ / บันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG หรือ EKG) ซึ่งจะบันทึกการเต้นของหัวใจในระหว่างการทำ Coronary Calcium Scan
    • ท่านอนจะต้องนอนหงายและต้องกลั้นหายใจนิ่งเพื่อให้ภาพมีความชัดเจน โดยผู้ป่วยอาจจะต้องกลั้นหายใจประมาณ 2 – 10 วินาที ในช่วงที่ถ่ายภาพ
    • กรณีที่อัตราการเต้นของหัวใจผู้ป่วยเต้นเร็วมาก แพทย์อาจพิจารณาให้ยาควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจเพื่อให้หัวใจเต้นในเกณฑ์ปกติ
    • ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาที

    การปฏิบัติตัวหลังทำ Coronary Calcium Scan

    ไม่มีข้อควรระวังเป็นพิเศษหลังทำ Coronary Calcium Scan สามารถขับรถกลับบ้านได้และทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ได้ตามปกติ

    การแปลผล Coronary Calcium Scan

    การแปลผลปริมาณหินปูนมีความสัมพันธ์กับโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดแดงหัวใจตีบหรืออุดตัน โดยใช้การแปลผลจากคะแนน Agatston Score ดังนี้

    • คะแนน 0 ไม่มีความเสี่ยง: หมายความว่า ไม่มีแคลเซียมที่หลอดเลือดแดงหัวใจ แสดงว่าโอกาสต่ำในการเกิด Heart Attack หรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหรือโรคหลอดเลือดหัวใจตีบรุนแรงหรือตันในอนาคตน้อย ควรดูแลสุขภาพ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และรักษาวิถีชีวิตที่ดีต่อไป
    • คะแนน 1 – 100 ความเสี่ยงน้อย: หมายความว่า มีแคลเซียมที่หลอดเลือดแดงหัวใจน้อย มีความเสี่ยงน้อยที่จะเกิด Heart Attack หรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือโรคหลอดเลือดหัวใจตีบรุนแรงหรือตัน ควรเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลเรื่องอาหารการกินและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
    • คะแนน 101 ถึง 400 ความเสี่ยงปานกลางถึงสูง: หมายความว่า มีแคลเซียมที่หลอดเลือดแดงหัวใจระดับปานกลาง มีความเสี่ยงปานกลางถึงสูงที่จะเป็นในการเกิด Heart Attack หรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือโรคหลอดเลือดหัวใจตีบรุนแรงหรือตัน ต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์เพื่อพิจารณาในการตรวจรักษา
    • คะแนนตั้งแต่ 400 ขึ้นไป ความเสี่ยงสูงมาก มีภาวะตีบแอบแฝง: หลอดเลือดแดงหัวใจอาจมีภาวะหลอดเลือดตีบแอบแฝงอยู่ มีความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบสูงมาก รวมทั้ง Heart Attack หรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือโรคหลอดเลือดหัวใจตีบรุนแรงหรือตัน แม้ว่าจะมีอาการหรือไม่ก็ตาม ซึ่งต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์เพื่อพิจารณาในการตรวจรักษาเพิ่มเติม
    CAC Score 10 – Year Mortality Risk Guidance Reassure
    0 ต่ำมาก (<1%) ให้ความมั่นใจแก่ผู้ป่วย เน้นดูแลเรื่องอาหารที่เหมาะสมและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
    1 – 100 ต่ำ (<10%) เน้นควบคุมปัจจัยเสี่ยง ดูแลเรื่องอาหาร และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
    101 – 400 ปานกลาง (10–20%) อาจพิจารณาการใช้ยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน และพิจารณาการใช้ยากลุ่ม Statin ตามความเหมาะสมและการประเมินของแพทย์
    101 – 400
    (>75th centile)
    ค่อนข้างสูง (15-20%) จัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง
    อาจพิจารณาการรักษาด้วยยา เช่น แอสไพรินในบางราย หลังประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออก และพิจารณาใช้ยาลดไขมันสแตติน ตามดุลยพินิจของแพทย์
    มากกว่า 400 สูง (>20%) พิจารณาการรักษาเพื่อลดระดับไขมันเลว LDL-Cholesterol เช่น การให้ยาลดไขมันสแตตินเพื่อให้ระดับ LDL ต่ำกว่า 2.0 mmol/L (ประมาณ 77 mg/dL) หรือ
    ในผู้ป่วยความเสี ่ยงสูงมาก ควรลด < 55 mg/dL (1.4 mmol/L) และอาจพิจารณาการตรวจประเมินการทำงานของหัวใจเพิ่มเติม ตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
    *แนวทางการดูแลรักษาที่แนะนำตามผลตรวจ CAC สำหรับผู้ป่วยที่ยังไม่มีอาการ

    Source: 2017 CSANZ  Calcium Score Position Statement

    วิธีลดความเสี่ยงและชะลอการสะสมหินปูนหรือแคลเซียมในเส้นเลือดหัวใจ

    แม้การเกิดคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจจะเกี่ยวข้องกับอายุและพันธุกรรม แต่สามารถลดความเสี่ยงและชะลอการดำเนินของภาวะหลอดเลือดแดงแข็งได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น คุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เลือกรับประทานอาหารที่มีกากใย หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงและรสจัด ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ งดการสูบบุหรี่ จัดการกับความเครียด นอนพักผ่อนให้เพียงพอ และที่สำคัญคือการเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี ร่วมกับควบคุมปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ คุมระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ตามคำแนะนำของแพทย์

    คลินิกรักษาหัวใจผ่านสายสวน โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ พร้อมดูแลสุขภาพหัวใจด้วยเทคโนโลยีและทีมแพทย์เฉพาะทาง

    โรคหลอดเลือดหัวใจสามารถรับมือและวางแผนป้องกันได้หากรู้เท่าทัน คลินิกรักษาหัวใจผ่านสายสวน โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ มีความพร้อมในการให้บริการตรวจประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจด้วยเทคโนโลยี Coronary Calcium Scan ที่ได้มาตรฐาน พร้อมให้การดูแลผู้ป่วยอย่างครอบคลุมตั้งแต่การประเมิน วินิจฉัย รักษา และติดตามผล โดยทีมอายุรแพทย์โรคหัวใจ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอกที่มีประสบการณ์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์สหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้คำปรึกษาและออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมแก่ผู้่ป่วยแต่ละบุคคล ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย เพื่อมุ่งหวังให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นสำคัญ

    สรุปบทความ

    การสะสมของคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาหลายปีและมักไม่แสดงอาการในระยะแรก การตรวจ Coronary Calcium Scan จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยประเมินความเสี่ยงและค้นหาความผิดปกติก่อนเกิดโรคร้ายแรง การรู้ตัวเร็วและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมภายใต้การดูแลของแพทย์ คือกุญแจสำคัญในการรักษาสุขภาพหลอดเลือดหัวใจให้แข็งแรงในระยะยาว


    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ

    1. หินปูนในหลอดเลือดหัวใจเกิดจากอะไร สามารถสลายเองได้หรือไม่

    คราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจเกิดจากกระบวนการสะสมของคราบไขมัน การอักเสบเรื้อรัง และแคลเซียมภายในผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) ที่ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นเป็นระยะเวลาหลายปี โดยทั่วไป คราบหินปูนที่เกิดขึ้นแล้วมักไม่หายไปเอง การดูแลรักษาจึงมุ่งเน้นที่การควบคุมปัจจัยเสี่ยงไม่ให้หินปูนเกาะเพิ่มขึ้นและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนจากโรคหลอดเลือดหัวใจในอนาคต

    2. ตรวจ Coronary Calcium Scan ต้องฉีดสีหรือไม่

    การตรวจด้วยวิธีนี้ไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี ไม่ต้องดมยา และไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืออาหารก่อนรับการตรวจ ใช้เวลาเพียง 10-15 นาที

    3. หากพบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไปหรือไม่

    ไม่จำเป็นเสมอไป การพบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจไม่ได้หมายความว่าต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือทำหัตถการทุกราย แนวทางการดูแลขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยง อาการของผู้ป่วย ผลการตรวจเพิ่มเติม และการประเมินของแพทย์ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต การควบคุมโรคประจำตัว และการใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ อาจเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ

    4. ผู้ที่ไม่มีอาการ ควรตรวจหาแคลเซียมเกาะเส้นเลือดหัวใจหรือไม่

    ผู้ที่ไม่มีอาการแต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ  เช่น อายุที่เพิ่มขึ้น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ ภาวะอ้วนลงพุง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ อาจเหมาะสมที่จะเข้ารับการประเมินความเสี่ยงด้วย Coronary Calcium Scan เนื่องจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในระยะแรกมักจะไม่มีอาการแสดงใด ๆ ให้เห็น

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. เกรียงไกร เฮงรัศมี

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ

    นพ. เกรียงไกร เฮงรัศมี

    อายุรศาสตร์

    อายุรศาสตร์โรคหัวใจ
    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกรักษาหัวใจผ่านสายสวน

    ชั้น 1 โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    เปิดให้บริการ ทุกวัน เวลา 07.00 – 16.00 น.

    0 2310 3000

    0 2310 3370

    0 2755 1371

    0 2755 1375

    1719

    [email protected]

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจฉีดสี และสวนหัวใจขยายหลอดเลือด แผลเล็ก ไม่ต้องผ่าตัดแพ็กเกจฉีดสี และสวนหัวใจขยายหลอดเลือด แผลเล็ก ไม่ต้องผ่าตัด
    แพ็กเกจฉีดสี และสวนหัวใจขยายหลอดเลือด แผลเล็ก ไม่ต้องผ่าตัด

    54,000 - 280,000 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจรักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะ และกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจแพ็กเกจรักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะ และกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ
    แพ็กเกจรักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะ และกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ

    249,000 - 956,000 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจรักษาผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว ASD/PFO ด้วยสายสวนแพ็กเกจรักษาผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว ASD/PFO ด้วยสายสวน
    แพ็กเกจรักษาผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว ASD/PFO ด้วยสายสวน

    450,000 - 480,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    จี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยเทคโนโลยี PFA  ทางเลือกใหม่รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ AF Image
    จี้ไฟฟ้าหัวใจด้วยเทคโนโลยี PFA ทางเลือกใหม่รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ AF
    IVL (IntraVascular Lithotripsy) คลื่นกระแทกหินปูนในหลอดเลือดหัวใจผ่านสายสวน Image
    IVL (IntraVascular Lithotripsy) คลื่นกระแทกหินปูนในหลอดเลือดหัวใจผ่านสายสวน
    Heart Attack รู้ทันป้องกันหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน Image
    Heart Attack รู้ทันป้องกันหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ