โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    อาการนอนกรน (Snoring) คืออะไร สาเหตุเกิดจากอะไร พร้อมวิธีรักษา

    5 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก
    อัปเดตเมื่อ: 16 ก.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังด้วยกล้องเอ็นโดสโคป
    การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังด้วยกล้องเอ็นโดสโคป
    การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังผ่านกล้องขนาดเล็ก
    การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังผ่านกล้องขนาดเล็ก
    การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า 2 ข้าง โดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด
    การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า 2 ข้าง โดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด
    อาการนอนกรน (Snoring) คืออะไร สาเหตุเกิดจากอะไร พร้อมวิธีรักษา
    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก
    อัปเดตเมื่อ: 16 ก.ค. 2569

    อาการนอนกรนเกิดในขณะนอนหลับ กล้ามเนื้อคอจะผ่อนคลายและหย่อนตัว ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง อากาศที่เคลื่อนผ่านทางเดินหายใจที่แคบลง จะทำให้เกิดการสั่นของเนื้อเยื่อคอ เช่น ทอนซิล เพดานอ่อน ลิ้นไก่ การสั่นดังกล่าวทำให้เกิดเสียงกรนขึ้น นอกจากการหย่อนของกล้ามเนื้อคอ ยังมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดการแคบลงหรืออุดตันของทางเดินหายใจ เช่น ต่อมทอนซิลโต ผู้ป่วยที่อ้วนมากอาจมีเนื้อเยื่อผนังคอที่มาก ผู้ป่วยมีลิ้นโต การมีเนื้องอกหรือถุงน้ำของระบบทางเดินหายใจส่วนบน อาการนอนกรนจึงเป็นสัญญาณว่าผู้ป่วยอาจมีความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ

     

    ทำไมถึงนอนกรน การนอนกรนเกิดจากอะไร

    อาการนอนกรนเกิดในขณะนอนหลับ กล้ามเนื้อคอจะผ่อนคลายและหย่อนตัว ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง อากาศที่เคลื่อนผ่านทางเดินหายใจที่แคบลง จะทำให้เกิดการสั่นของเนื้อเยื่อคอ เช่น ทอนซิล เพดานอ่อน ลิ้นไก่ การสั่นดังกล่าวทำให้เกิดเป็นเสียงกรนขึ้น ยิ่งทางเดินหายใจตีบแคบมากเท่าใด เสียงกรนก็จะยิ่งดังมากขึ้นเท่านั้น

    สาเหตุการนอนกรน และปัจจัยเสี่ยงที่ควรระวัง

    นอกจากการหย่อนของกล้ามเนื้อคอแล้ว สาเหตุการนอนกรนยังเกิดจากการแคบลงหรืออุดตันของทางเดินหายใจจากปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย ได้แก่

    • ภาวะน้ำหนักตัวเกินหรือโรคอ้วน: ผู้ป่วยที่อ้วนมากอาจมีเนื้อเยื่อผนังคอที่หนา ส่งผลให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง
    • โครงสร้างทางเดินหายใจผิดปกติ: เช่น ผู้ป่วยมีต่อมทอนซิลโต หรือมีลิ้นโต ภาวะโพรงจมูกบวมหรือคด 
    • ความผิดปกติอื่น ๆ: เช่น การมีเนื้องอกหรือถุงน้ำในโพรงจมูกหรือระบบทางเดินหายใจส่วนบน
    • พฤติกรรมการใช้ชีวิต: เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ การใช้ยานอนหลับหรือยาคลายกล้ามเนื้อ

    ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (obstructive sleep apnea : OSA) คืออะไร

    ในขณะหลับนอกจากเกิดอาการกรนแล้วยังพบว่าอาจมีการหยุดหายใจร่วมด้วย เมื่อเนื้อเยื่อคอหรือลิ้นหย่อนลงไปปิดทางเดินหายใจส่วนต้น ร่างกายจะพยายามหายใจเข้ามากขึ้นเพื่อให้อากาศผ่านเข้าทางเดินหายใจที่ตีบลง ยิ่งทำให้ทางเดินหายใจแคบลงจนกระทั่งปิดสนิท

    เมื่ออากาศไม่สามารถผ่านทางเดินอากาศที่ปิดสนิทหรือผ่านเข้าออกไม่เพียงพอจากการตีบแคบ ร่างกายจึงไม่สามารถนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้ เมื่อสมองขาดออกซิเจน จะทำให้ผู้ป่วยตื่นขึ้นในรูปแบบการหายใจแรงหรือไอแรง เพื่อปรับตำแหน่งของลิ้นใหม่ ในวงรอบของการนอน อาจมีการกรนและภาวะหยุดหายใจหลายครั้ง เป็นผลทำให้ผู้ป่วยนอนหลับไม่เพียงพอและสมองได้รับออกซิเจนไม่เต็มที่

    สัญญาณเตือนและผลกระทบจากอาการนอนกรน

    เสียงกรนนอกจากก่อความรำคาญแก่ผู้ที่นอนด้วยแล้ว ยังทำให้เกิดความผิดปกติกับร่างกายผู้ป่วยมากมาย หากมีภาวะหยุดหายใจร่วมด้วย อาจส่งผลกระทบดังนี้

    • มีอาการอ่อนเพลียตอนกลางวัน ง่วงนอนผิดปกติทั้งที่นอนหลับเป็นเวลานาน
    • รู้สึกนอนหลับไม่สนิท ไม่ต่อเนื่อง หรือตื่นบ่อยตอนกลางคืนโดยไม่ทราบสาเหตุ
    • ประสิทธิภาพในการคิด จดจำ และการทำงานด้อยลง
    • มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด
    • อาจเกิดปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

    นอนกรนแก้ยังไง รวมวิธีแก้การนอนกรนด้วยตัวเองเบื้องต้น

    ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะนอนกรนโดยไม่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย  การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและรูปแบบการดำเนินชีวิตถือเป็น วิธีการเบื้องต้นที่อาจช่วยให้อาการดีขึ้นได้ เช่น

    • การลดน้ำหนัก: ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อลดเนื้อเยื่อไขมันบริเวณช่องคอ เพดานอ่อน และโคนลิ้น
    • การออกกำลังกาย: อย่างสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มความกระชับของกล้ามเนื้อ
    • งดดื่มสุราและแอลกอฮอล์: โดยเฉพาะในช่วงก่อนเข้านอน
    • งดรับประทานอาหารก่อนนอน 3 ชั่วโมง: เพื่อลดความเสี่ยงของกรดไหลย้อนและช่วยให้การนอนหลับมีคุณภาพขึ้น
    • ปรับท่านอน: พยายามนอนตะแคง และหนุนศีรษะให้สูงขึ้นเล็กน้อย

    การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ 

    ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะหยุดหายใจขณะหลัในบ โดยเฉพาะในระดับปานกลางถึงรุนแรง การปรับพฤติกรรมอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยวิธีอื่นเพิ่มเติมเพื่อแก้อาการนอนกรนอย่างตรงจุด โดยการเลือกจะเลือกใช้การรักษาแบบใดนั้น แพทย์จะพิจารณาจากทั้งความรุนแรงของโรค ความเหมาะสม และความร่วมมือของผู้ป่วย ผู้ป่วยควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจการนอนหลับ (Polysomnography) เพื่อประเมินระดับความรุนแรงของโรคและพิจารณาแนวทางการรักษาซึ่งมีดังต่อไปนี้

    • การใช้เครื่องเป่าลม (CPAP Titration): เป็นการเป่าลมเข้าสู่ทางเดินหายใจเพื่อเปิดขยายช่องคอขณะหลับ ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการรักษาที่เป็นมาตรฐานและมีประสิทธิภาพสูงในปัจจุบัน
    • การผ่าตัดหรือทำหัตถการ: เช่น การผ่าตัดเนื้อเยื่อคอ ขากรรไกร ลิ้น หรือลิ้นไก่ การทำเลเซอร์โพรงจมูกหรือเพดานอ่อน เพื่อช่วยเปิดทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น
    • การใช้เครื่องมือในช่องปาก (Oral Appliance): เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาที่ช่วยปรับโครงสร้างช่องปากขณะหลับ

    เครื่องมือในช่องปากคืออะไร

    เครื่องมือในช่องปากที่ใช้สำหรับการรักษาอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับนั้นทำจากอะคริลิกสำหรับใช้ในช่องปาก มีลักษณะคล้ายกับรีเทนเนอร์สำหรับผู้ป่วยจัดฟันหรือเฝือกสบฟันสำหรับผู้ป่วยนอนกัดฟัน เครื่องมือในช่องปากจะช่วยป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อคอหย่อนลงในขณะหลับ จึงช่วยป้องกันการอุดกั้นทางเดินหายใจ โดยมีหลักการทำงาน 3 วิธี ได้แก่

    1. จัดตำแหน่งขากรรไกรล่างให้ยื่นมาด้านหน้า
    2. จัดตำแหน่งของลิ้นมาด้านหน้า
    3. ช่วยยกเพดานอ่อน และลิ้นไก่ให้สูงขึ้น

    ข้อดีของเครื่องมือในช่องปาก

    • เครื่องมือในช่องปากมีขนาดเล็กกว่าเครื่อง CPAP 
    • ลดความเสี่ยงจากการผ่าตัด 
    • เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า 

    อย่างไรก็ตามเครื่องมือในช่องปากจะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อผู้ป่วยมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับในระดับความรุนแรงน้อยถึงปานกลางเท่านั้น

    ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมดูแลทุกปัญหาการนอน

    หากมีอาการนอนกรนหรือสงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ควรรีบทำการวินิจฉัย ประเมินระดับความรุนแรงและพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล มีความพร้อมในการให้บริการตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การนอนหลับที่พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

    สรุปบทความ

    อาการนอนกรนเป็นปัญหาการนอนหลับที่พบได้บ่อย เสียงกรนนอกจากก่อความรำคาญแก่ผู้ที่นอนด้วยแล้วยังทำให้เกิดความผิดปกติกับร่างกายผู้ป่วยมากมาย เช่น อ่อนเพลียตอนกลางวัน ประสิทธิภาพในการคิด จดจำ ทำงานด้อยลง มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หากมีอาการนอนกรนหรือสงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ควรรีบทำการวินิจฉัย ประเมินระดับความรุนแรงและพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ และทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับอาการนอนกรน

    1. คนที่มีรูปร่างผอมสามารถนอนกรนได้หรือไม่

    สามารถนอนกรนได้เช่นกัน แม้ความอ้วนจะเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก แต่คนผอมอาจมีโครงสร้างทางเดินหายใจที่แคบแต่กำเนิด เช่น มีต่อมทอนซิลโต ลิ้นโต หรือมีเพดานอ่อนหย่อน ซึ่งทำให้เกิดเสียงกรนได้

    2. การปรับท่านอนช่วยลดเสียงกรนได้จริงหรือไม่

    สามารถช่วยได้ในกรณีที่อาการนอนกรนอยู่ในระดับน้อย การนอนหงายจะทำให้เนื้อเยื่อในลำคอหย่อนตกลงมาปิดกั้นทางเดินหายใจตามแรงโน้มถ่วง การเปลี่ยนมานอนตะแคงจึงช่วยเปิดทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น

    3. การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) จำเป็นหรือไม่

    จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีอาการนอนกรนเสียงดังและมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย เพราะการตรวจ Sleep Test (Polysomnography) จะช่วยประเมินคุณภาพการนอนหลับและดูระดับความรุนแรงของโรค เพื่อให้แพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ชั้น 1 และชั้น 2 โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล

    ทุกวัน

    จันทร์ - ศุกร์ 07:00 - 18:00 น.

    เสาร์ - อาทิตย์ 07:00 - 17.00 น.

    0 2310 3011

    1719

    [email protected]

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังด้วยกล้องเอ็นโดสโคปการผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังด้วยกล้องเอ็นโดสโคป
    การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังด้วยกล้องเอ็นโดสโคป

    342,000 บาท

    360,000 บาท

    รายละเอียด
    การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังผ่านกล้องขนาดเล็กการผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังผ่านกล้องขนาดเล็ก
    การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังผ่านกล้องขนาดเล็ก

    309,000 บาท

    325,000 บาท

    รายละเอียด
    การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า 2 ข้าง โดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า 2 ข้าง โดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด
    การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า 2 ข้าง โดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

    639,000 บาท

    675,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ระวัง!! นอนหลับผิดปกติ ชีวิตเปลี่ยน Image
    ระวัง!! นอนหลับผิดปกติ ชีวิตเปลี่ยน
    ผลของการอดนอน Image
    ผลของการอดนอน
    วินิจฉัยภาวะนอนไม่หลับ Image
    วินิจฉัยภาวะนอนไม่หลับ
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ