หลายท่านอาจมองว่าเนื้องอกสมองเป็นเรื่องไกลตัว ทั้งที่พบได้บ่อยในคนไทย สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงวัย โดยอาการที่เป็นสัญญาณเตือนชัดเจนคือ ปวดศีรษะเรื้อรังแบบไม่ทราบสาเหตุ หากไม่ได้รับการตรวจรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มแรก อาจทำให้โรครุนแรงมากขึ้นได้ ดังนั้นการรู้เท่าทันโรค จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย
โรคเนื้องอกในสมองคืออะไร
เนื้องอกสมอง (Brain Tumor) คือ ภาวะที่เซลล์ที่อยู่ในสมองแบ่งตัวผิดปกติและเพิ่มจำนวนขึ้นจนเกิดเป็นเนื้องอกสมอง มีทั้งเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงและเนื้องอกชนิดร้ายแรงหรือมะเร็ง เนื้องอกสมองมีมากกว่า 120 ชนิด แต่ที่พบมากที่สุดคือ เนื้องอกที่เกิดจากเซลล์สมอง เนื้องอกที่เกิดจากเยื่อหุ้มสมอง เนื้องอกที่เกิดจากเส้นประสาทหู เนื้องอกที่เกิดจากต่อมใต้สมอง และเนื้องอกชนิดมะเร็งของอวัยวะอื่นที่กระจายมาที่สมอง
เนื้องอกในสมองมีกี่ประเภท
สิ่งที่ผู้ป่วยและญาติมักจะกังวลคือ เนื้องอกในสมองอันตรายไหม คำตอบคือความรุนแรงและอันตรายจะขึ้นอยู่กับประเภทของเซลล์เนื้องอก ซึ่งในทางการแพทย์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
เนื้องอกชนิดธรรมดา (Benign Brain Tumor)
เป็นเนื้องอกที่ไม่ใช่มะเร็ง มักมีขอบเขตของก้อนค่อนข้างชัดเจน เซลล์เจริญเติบโตช้า และไม่ลุกลามไปยังอวัยวะส่วนอื่น แม้จะไม่ใช่มะเร็ง แต่หากก้อนเนื้องอกชนิดนี้หากมีขนาดใหญ่ขึ้นจนไปกดทับเนื้อสมองส่วนที่ดี หรือเบียดเส้นเลือดและเส้นประสาท ก็อาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้เช่นกัน
เนื้องอกชนิดเนื้อร้าย (Malignant Brain Tumor)
กลุ่มนี้คือมะเร็งสมอง มีลักษณะการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว ขอบเขตไม่ชัดเจน เซลล์เนื้อร้ายสามารถลุกลามไปทำลายเนื้อสมองส่วนที่ดีบริเวณรอบข้างได้ง่าย อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
เนื้องอกในสมองเกิดจากปัจจัยเสี่ยงใดบ้าง
แม้ว่าส่วนใหญ่เนื้องอกสมองจะพบมากในวัยผู้ใหญ่ แต่วัยเด็กกับผู้สูงอายุก็สามารถพบได้เช่นกัน ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเนื้อสมองข้างเคียง ยิ่งรักษาเร็วตั้งแต่ระยะแรก ยิ่งได้ผลดีและมีโอกาสหายขาด
ซึ่งข้อมูลทางการแพทย์ในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ว่า เนื้องอกในสมองเกิดจากอะไร แต่พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงบางประการที่อาจทำให้บุคคลนั้นมีโอกาสเกิดโรคได้สูงขึ้น เช่น
- ปัจจัยทางพันธุกรรม ผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางพันธุกรรมบางชนิด อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
- การได้รับรังสี ผู้ที่เคยประวัติการฉายรังสีรักษาบริเวณศีรษะเป็นเวลานาน
- อายุที่เพิ่มขึ้น จากข้อมูลทางสถิติพบว่าผู้ใหญ่และผู้สูงอายุมีโอกาสพบเนื้องอกที่เป็นมะเร็งจากเซลล์สมอง และมะเร็งที่กระจายจากที่อื่นสูงกว่าวัยอื่น
อาการของเนื้องอกในสมองเป็นอย่างไร?
ความผิดปกติและอาการของโรคนี้จะแสดงออกแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ขนาดของเนื้องอก และอัตราการเจริญเติบโต (ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของเนื้องอก) โดยมีข้อสังเกต ดังนี้
- เนื้องอกในสมองระยะเริ่มแรก: ในระยะที่ก้อนเนื้องอกยังมีขนาดเล็ก ผู้ป่วยอาจมีอาการที่สังเกตได้ยาก แต่สัญญาณเตือนที่พบบ่อยคือ การมีอาการชักทั้งที่ไม่เคยมีประวัติเป็นโรคลมชักมาก่อน มีปัญหาเรื่องความจำ หลงลืมง่าย หรือมีพฤติกรรมและอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
- อาการเมื่อเนื้องอกกดทับเส้นประสาท: เมื่อก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้นและไปเบียดทับเส้นประสาท จะทำให้เกิดอาการแขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก เดินเซ สูญเสียการทรงตัว การมองเห็นผิดปกติ (มองเห็นภาพซ้อน หรือลานสายตาแคบลง) มีปัญหาด้านการได้ยิน พูดติดขัด หรือมีอาการชาบริเวณใบหน้า
- อาการเนื้องอกในสมองระยะสุดท้าย: เมื่อก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่มากจนทำให้เกิดภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูง ผู้ป่วยจะมีการทำงานของระบบประสาทที่ถดถอยลง ระดับความรู้สึกตัวลดลง มีอาการซึม สับสน ถามตอบไม่รู้เรื่อง และอาจเข้าสู่ภาวะหมดสติได้ในที่สุด
เนื้องอกในสมองปวดศีรษะแบบไหน และต่างจากไมเกรนอย่างไร
ลักษณะเฉพาะของการปวดจากโรคนี้คือ มีอาการปวดศีรษะมากกว่า 15 วันต่อเดือน อย่างน้อย 3 เดือนติดต่อกัน มักจะปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปวดมากในตอนเช้าตรู่หลังตื่นนอน เพราะขณะที่นอนราบ ความดันในกะโหลกศีรษะจะเพิ่มสูงขึ้น หรือปวดรุนแรงจนตื่นกลางดึก มักมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย และที่สำคัญคือทานยาแก้ปวดแล้วอาการมักจะไม่ดีขึ้น
หากเปรียบเทียบอาการปวดไมเกรนกับอาการปวดศีรษะที่มีสาเหตุมาจากเนื้องอกในสมอง จะมีความแตกกัน โดยโรคไมเกรนมักจะปวดตุบ ๆ บริเวณข้างใดข้างหนึ่งของศีรษะ มักมีสิ่งเร้ากระตุ้นชัดเจน ร่วมกับมีอาการนำก่อนปวดศีรษะ และอาการปวดจะทุเลาลงเมื่อได้พักผ่อนหรือทานยา ซึ่งแตกต่างจากอาการปวดจากเนื้องอก ที่อาการปวดจะคงอยู่ตลอดเวลาและมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้ง การไอจามหรือเบ่งอาจกระตุ้นให้ปวดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื้องอกที่มีขนาดเล็ก ผู้ป่วยจะยังไม่มีอาการใดๆ
ตรวจวินิจฉัยเนื้องอกสมองอย่างไร
แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยเนื้องอกสมองโดยซักประวัติและตรวจร่างกายผู้ป่วยอย่างละเอียด อาจมีตรวจเพิ่มเติมโดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือใช้เครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อให้ทราบถึงขนาดและตำแหน่งเนื้องอก อีกทั้งอาจมีการตรวจด้วยเครื่องเพทซีที สแกน (PET/CT Scan) เพื่อดูการแพร่กระจายหรือที่มาของเนื้องอก หรือการตัดชิ้นเนื้อมาตรวจ (Biposy) เพื่อช่วยในการวินิจฉัยได้อย่างถูกต้องและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป
ระดับความรุนแรงของโรคเนื้องอกในสมอง
ระดับความรุนแรงของเนื้องอกสมองแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่
- ระดับที่ 1 ก้อนเนื้อธรรมดา เป็นเนื้อชนิดไม่ร้ายแรง ไม่แพร่กระจาย สามารถรักษาให้หายขาดได้
- ระดับที่ 2 ก้อนเนื้อธรรมดา รุนแรงปานกลาง โตช้า ไม่แพร่กระจาย รักษาได้แต่มีโอกาสเป็นซ้ำ
- ระดับที่ 3 ก้อนเนื้อพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็ง หรือลุกลากจากเซลล์อวัยวะอื่น มีโอกาสเป็นซ้ำสูง จำเป็นต้องได้รับการรักษาหลายวิธีร่วมกันได้แก่ ผ่าตัด ฉายแสงและเคมีบำบัด
- ระดับที่ 4 ก้อนเนื้อพัฒนาเป็นมะเร็งสมองชนิดร้ายแรง แพร่กระจายเร็ว ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตได้ภายในเวลาไม่นาน

แนวทางการรักษาเนื้องอกสมอง
หากตรวจพบว่าเป็นโรคเนื้องอกในสมอง แพทย์จะประเมินวิธีการรักษาที่เหมาะสมจากชนิด ขนาด ตำแหน่งของก้อนเนื้อ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย โดยมีวิธีการรักษาหลัก ดังนี้
- การผ่าตัด (Surgery) เป็นวิธีหลักในการรักษา โดยศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดนำก้อนเนื้องอกออกให้ได้มากที่สุด โดยระมัดระวังไม่ให้กระทบกระเทือนต่อเนื้อสมองส่วนที่ปกติ แต่หากการผ่าตัดมีความเสี่ยงสูงและอาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดเนื้องอกออกเพียงบางส่วน
- การผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery) ในปัจจุบันมีการผ่าตัดแบบแผลเล็ก โดยใช้เครื่องมือช่วยนำทาง (Navigator) ทำให้การผ่าตัดมีความเที่ยงตรง ปลอดภัย แผลเล็ก ลดอาการเจ็บแผลผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวไว
- การฉายรังสี (Radiation Therapy) ใช้คลื่นพลังงานสูงเพื่อทำลายเซลล์เนื้องอก มักใช้ในกรณีที่ไม่สามารถผ่าตัดออกได้หมด หรือก้อนเนื้ออยู่ในตำแหน่งที่ผ่าตัดได้ยาก หรือเป็นเนื้องอกที่มีความรุนแรงตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป
- การให้ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) และยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) มักใช้ร่วมกับการผ่าตัดและการฉายรังสี เพื่อช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้อร้าย
เนื้องอกสมองปล่อยทิ้งไว้จะเป็นอย่างไร
ถึงแม้เนื้องอกสมองอาจไม่ได้เป็นเนื้อร้ายเสมอไป แต่หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาเนื้องอกอาจโตขึ้นเรื่อย ๆ จนไปกดสมองส่วนที่ดี จนทำให้เกิดความเสียหายแก่เนื้อสมองบริเวณข้างเคียง โดยจะทำให้การทำงานของสมองส่วนนั้นๆเสียไป ทำให้เกิดความผิดปกติกับร่างกาย เช่น แขนขาอ่อนแรง หน้าชา ตาเหล่ ปากเบี้ยว ทรงตัวลำบาก มีปัญหาการมองเห็น การพูด ฟัง รวมถึงระดับสติปัญญาหรือการรับรู้เปลี่ยนไปจากเดิม
และหากก้อนโตขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้ความดันในช่องกะโหลกสมองสูงขึ้น มีอาการปวดศีรษะ ซึม หรือระดับความรู้สึกตัวลดลง ซึ่งอาจรุนแรงจนถึงขั้นเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
ป้องกันเนื้องอกสมองได้อย่างไร
เนื้องอกสมองไม่มีวิธีป้องกัน เพราะยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน แต่การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงมะเร็ง งดสูบบุหรี่ เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำ จัดการความเครียด ย่อมช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเนื้องอกสมองได้
แพทย์ที่ชำนาญการรักษาเนื้องอกสมอง
ผศ. นพ. สุรเชษฐ์ ศรีแก้ว ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านสมองและกระดูกสันหลัง รักษาเนื้องอกสมอง
ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล
โรงพยาบาลที่ชำนาญด้านการรักษาเนื้องอกสมอง
โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนลพร้อมดูแลรักษาทุกปัญหาเกี่ยวกับสมอง โดยมีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านสมอง รวมถึงแพทย์สหสาขาวิชาด้านอื่น ๆ ที่พร้อมให้การดูแล มีเครื่องมือ เทคโนโลยี และวิธีการรักษาที่ทันสมัย มุ่งเน้นการรักษาที่ต้นเหตุ ป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ มีสุขภาพสมองที่แข็งแรง
สรุปบทความ
ความผิดปกติทางระบบประสาทและอาการปวดศีรษะเรื้อรังเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรละเลย การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตนเองและคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญ หากพบอาการที่เข้าข่าย ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย เพราะการพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการรักษา และช่วยประคับประคองคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้นได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับเนื้องอกในสมอง
1. เนื้องอกในสมองห้ามกินอะไร?
ในทางการแพทย์ไม่มีข้อห้ามเรื่องอาหารสำหรับโรคนี้ อย่างไรก็ตาม แนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง อาหารสุกๆ ดิบๆ และอาหารที่มีโซเดียมสูงเพื่อลดโอกาสการบวมของเนื้อเยื่อ ผู้ป่วยควรเน้นการรับประทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาด ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมสำหรับการรักษา
2. เนื้องอกในสมองรักษาหายไหม?
หากเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงและอยู่ในตำแหน่งที่สามารถผ่าตัดนำก้อนเนื้อออกได้ทั้งหมด มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้สูง แต่หากเป็นเนื้องอกชนิดเนื้อร้าย เป้าหมายของการรักษาคือการยับยั้งการลุกลามและประคับประคองคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีที่สุด
3. เนื้องอกในสมองสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้หรือไม่?
โดยส่วนใหญ่ไม่ได้ถ่ายทอดโดยตรงทางพันธุกรรม แต่มีบางกรณีที่ความผิดปกติทางพันธุกรรมเฉพาะโรค อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดเนื้องอกในระบบประสาทบางชนิดได้มากกว่าคนทั่วไป
4. การใช้โทรศัพท์มือถือเพิ่มความเสี่ยงเนื้องอกในสมองจริงหรือไม่?
ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์หรืองานวิจัยที่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากโทรศัพท์มือถือเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดเนื้องอกในเนื้อสมอง









