หากกระดูกสันหลังส่วนเอวเกิดปัญหา ไม่ว่าจะเกิดจากการเคลื่อนหรือเส้นประสาทถูกกดทับจากการที่อายุเพิ่มมากขึ้นหรือการใช้งานมาอย่างหนัก ถ้าอาการไม่รุนแรงอาจใช้การสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อควบคู่กับการใช้ยา แต่หากอาการรุนแรงถึงขั้นที่ปวดร้าวชาจากหลังและสะโพกลงมาที่ขาร่วมกับอาการอ่อนแรงที่ขา การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังส่วนเอวผ่านผิวหนังแบบแผลเล็ก หรือ MIS TLIF (Minimally Invasive Transforaminal Lumbar Interbody Fusion) คืออีกทางเลือกการรักษาที่ช่วยคืนคุณภาพชีวิตให้กลับมาอีกครั้ง
การผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอวคืออะไร
การผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอว เป็นวิธีการรักษาสำหรับผู้ที่มีปัญหาเส้นประสาทถูกกดทับ ซึ่งมักเกิดจากภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อม กระดูกสันหลังตีบแคบ หรือหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท ส่งผลให้มีอาการปวดหลังร้าวลงสะโพกและขา มีอาการชา ขาอ่อนแรงจนยืนหรือเดินไกลไม่ได้
โดยทั่วไปหากอาการไม่ซับซ้อน แพทย์อาจใช้วิธีผ่าตัดขยายโพรงกระดูกสันหลังเพื่อนำส่วนที่กดทับออก แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะกระดูกสันหลังเสื่อมรุนแรง กระดูกหลวม เคลื่อนคลอน หรือกระดูกผิดรูปร่วมด้วย แพทย์จะพิจารณาทำการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง เพื่อสร้างความมั่นคงแข็งแรงให้กับแนวกระดูก ลดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ซึ่งจะช่วยให้อาการปวดหลังทุเลาลง

เทคนิคการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังมีการพัฒนาอย่างไร
การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังมีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการบาดเจ็บและเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา โดยสามารถแบ่งเทคนิคการผ่าตัดได้ดังนี้
การผ่าตัดแบบเปิดแผลกว้าง (Open Laminectomy)
ในอดีตแพทย์จะเปิดแผลเป็นแนวยาวบริเวณกลางหลัง ทำการเลาะกล้ามเนื้อและตัดกระดูกออกบางส่วน จากนั้นจึงใส่โลหะดามกระดูกจากทางด้านหลังเพื่อยึดให้กระดูกติดกัน วิธีนี้มักทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บ แผลหายช้า และใช้เวลาพักฟื้นค่อนข้างนาน
การผ่าตัดเชื่อมข้อผ่านหมอนรองกระดูก (Open TLIF)
การศึกษาทางการแพทย์พบว่า น้ำหนักของร่างกายกว่า 70 – 80% จะถ่ายเทลงที่หมอนรองกระดูกสันหลังด้านหน้า ดังนั้นเพื่อให้การเชื่อมกระดูกมีประสิทธิภาพ แพทย์จึงพัฒนาเทคนิคโดยการตัดข้อต่อกระดูกด้านหลังและนำหมอนรองกระดูกที่เสื่อมออกให้มากที่สุด จากนั้นจึงใส่อุปกรณ์ค้ำยัน (Spacer) ร่วมกับกระดูกของผู้ป่วย (Bone Graft) และกระดูกเทียม (Bone Substitute) เข้าไปแทนที่ แล้วจึงยึดด้วยสกรูจากด้านหลัง เทคนิคนี้ช่วยเพิ่มอัตราการเชื่อมติดของกระดูกได้ดี แต่อาจยังมีข้อจำกัดเรื่องขนาดของแผลผ่าตัด
การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังส่วนเอวแบบแผลเล็ก MIS TLIF คืออะไร
การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังส่วนเอวแบบแผลเล็ก หรือ MIS TLIF (Minimally Invasive Surgery Transforaminal Lumbar Interbody Fusion) คือ นวัตกรรมการผ่าตัดรักษาโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมสภาพ ทรุด หรือเคลื่อนทับเส้นประสาท โดยใช้เทคนิคการเปิดแผลขนาดเล็ก สอดอุปกรณ์ลักษณะคล้ายท่อเข้าไปยังจุดที่เกิดปัญหา เพื่อนำหมอนรองกระดูกที่เสื่อมออก แล้วใส่หมอนรองกระดูกเทียมพร้อมปลูกกระดูกทดแทน จากนั้นจึงยึดกระดูกสันหลังด้วยสกรูและโลหะดามกระดูกผ่านผิวหนัง
วิธีนี้ช่วยรักษาสภาวะความไม่มั่นคงของกระดูกสันหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยลดการทำลายเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อโดยรอบ ช่วยให้อาการปวดหลังส่วนล่างรุนแรงหรืออาการปวดร้าวลงขาลดลง

ขั้นตอนการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังส่วนเอวแบบแผลเล็ก MIS TLIF
การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังส่วนเอวแบบแผลเล็ก MIS TLIF จะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง โดยมีขั้นตอนการผ่าตัดหลัก ๆ ดังนี้
ก่อนผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังส่วนเอว
- ศัลยแพทย์จะเปิดแผลผ่าตัดด้านหลังขนาดเล็กประมาณ 1 นิ้ว เพื่อสอดอุปกรณ์คล้ายท่อเข้าไปยังกระดูกสันหลัง
- หลังจากนั้นจะทำการผ่าตัดผ่านท่อโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ (Microscope) ที่ช่วยเพิ่มกำลังขยายภาพให้ใหญ่ขึ้นมาก ทำให้เห็นตำแหน่งที่จะผ่าตัด ได้แก่ กระดูก หมอนรองกระดูก รวมถึงเส้นประสาทบริเวณใกล้เคียงได้อย่างชัดเจน
หลังผ่าตัดเอาหมอนรองกระดูกและกระดูกงอกที่กดทับเส้นประสาทออก
- จากนั้นแพทย์จะทำการเชื่อมกระดูกสันหลัง (Interbody Fusion) โดยใส่อุปกรณ์แทนหมอนรองกระดูก (Spacer) ร่วมกับกระดูกของผู้ป่วย (Bone Graft) เข้าไปในช่องหมอนรองกระดูกสันหลัง
- ใส่โลหะดามกระดูกผ่านแผลเจาะขนาดเล็กผ่านผิวหนัง โดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สร้างภาพ 3 มิติ (O-arm) ร่วมกับเครื่องระบบนำวิถี (Navigator) มาช่วยบอกตำแหน่งของสกรูและโลหะดามกระดูก เพื่อให้เกิดความถูกต้อง ตรงตามตำแหน่ง ไม่กระทบกระเทือนเส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียง
เตรียมตัวก่อนผ่าตัด MIS TLIF อย่างไร
- งดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด 8 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงการสำลักอาหารระหว่างดมยาสลบเพื่อผ่าตัด
- งดยาบางชนิดตามที่แพทย์สั่ง เช่น ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อาทิ Aspirin, Ibuprofen, Naproxen, Plavix, Warfarin และยาสมุนไพรทุกชนิด
- งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้สบาย
ดูแลหลังผ่าตัด MIS TLIF อย่างไร
- เลี่ยงกิจกรรมใช้แรง ยกของหนัก หรือออกกำลังกายหนัก 1 – 3 เดือนหลังผ่าตัด เพื่อให้มวลกระดูกเชื่อมติดกับหมอนรองกระดูกเทียมอย่างมั่นคงแข็งแรง
- ใส่อุปกรณ์พยุงสันหลัง (Lumbar support) ตามคำแนะนำของแพทย์
- งดไอ จาม ก้มตัว เบ่งหรือบิดหมุนตัว 4 สัปดาห์หลังการผ่าตัด
- อย่านั่งหรือยืนนานติดต่อกันเกิน 2 ชั่วโมง 6 สัปดาห์หลังการผ่าตัด
- หลังผ่าตัด 1 เดือนสามารถกลับไปขับรถได้ตามปกติ
- มาพบแพทย์ตามนัดและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ข้อดีของ MIS TLIF
การผ่าตัดด้วยเทคนิค MIS TLIF ได้รับการพัฒนามาเพื่อช่วยแก้ปัญหาข้อจำกัดของการผ่าตัดแบบดั้งเดิม โดยมีข้อดีที่สำคัญต่อผู้ป่วยดังนี้
1. ผ่าตัดเข้าทางด้านหลังเพียงท่าเดียว ช่วยลดระยะเวลาผ่าตัด
การเชื่อมข้อกระดูกสันหลังแบบแผลเล็กสามารถทำได้หลายเส้นทาง ทั้งจากด้านหน้าหรือด้านข้าง ซึ่งบางครั้งอาจต้องพลิกจัดท่าผู้ป่วยใหม่เพื่อใส่โลหะดามจากทางด้านหลังในภายหลัง แต่สำหรับการทำ MIS TLIF จะเป็นการผ่าตัดเข้าทางด้านหลังเพียงท่าเดียวตลอดกระบวนการ ทำให้ไม่ต้องพลิกตัวผู้ป่วยไปมา จึงช่วยลดระยะเวลาที่ใช้ในการผ่าตัดลงได้
2. แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ลดโอกาสติดเชื้อ
ด้วยเทคนิคการสอดอุปกรณ์ผ่านผิวหนัง ทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ไม่ต้องตัดหรือเลาะกล้ามเนื้อหลังเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้ผู้ป่วยเสียเลือดน้อย ปวดแผลน้อยลง และลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ นอกจากนี้ระยะเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลยังสั้นลง ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถลุกยืนและเดินได้ในวันถัดไปหลังผ่าตัด ทำให้สามารถกลับไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ไวขึ้น
3. มั่นใจในประสิทธิภาพการผ่าตัด
เทคนิค MIS TLIF ผสานการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เช่น กล้องจุลทรรศน์ขยายภาพ (Microscope) เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ 3 มิติ (O-arm) ระบบนำวิถี (Navigator) และอุปกรณ์ถ่างขยายแผลขนาดเล็ก ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างกระดูกและเส้นประสาทได้อย่างชัดเจน ทำให้การวางตำแหน่งหมอนรองกระดูกเทียมและสกรูมีความรัดกุมและช่วยลดความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ดีของการรักษาต้องอาศัยการประเมินและการทำหัตถการโดยแพทย์ผู้ชำนาญการในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน
ข้อควรพิจารณาของ MIS TLIF
แม้การผ่าตัดแบบ MIS TLIF จะมีข้อดีหลายประการ แต่มีข้อควรพิจารณาคือ เป็นการผ่าตัดที่ต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์สูงของศัลยแพทย์ เนื่องจากพื้นที่ในการผ่าตัดผ่านท่อมีขนาดเล็กและจำกัดอย่างมาก นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายที่มีภาวะกระดูกสันหลังผิดรูปอย่างรุนแรง กระดูกสันหลังเคลื่อนมาก หรือเคยรับการผ่าตัดหลังแบบเปิดมาก่อนหลายครั้ง อาจต้องให้แพทย์ประเมินสภาพกระดูกและกล้ามเนื้ออย่างละเอียดก่อนตัดสินใจว่าเหมาะสมกับเทคนิคแผลเล็กหรือไม่
โรงพยาบาลที่ชำนาญการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังส่วนเอวแบบแผลเล็ก (MIS TLIF)
ศูนย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล (ในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ) พร้อมดูแลทุกปัญหากระดูกสันหลังและภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและทีมสหสาขาวิชาชีพ ที่ทำงานร่วมกันเพื่อวางแผนการรักษาแบบองค์รวมเฉพาะบุคคล เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เช่น เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ 3 มิติ (O-arm) และระบบนำวิถี (Navigator) ที่นำมาใช้ร่วมกับการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังส่วนเอวแบบแผลเล็ก (MIS TLIF) เพื่อช่วยลดความเสี่ยง ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ พร้อมระบบดูแลต่อเนื่องแบบ Compassionate Care ไปจนถึงกระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาเคลื่อนไหวและใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพอีกครั้ง
แพทย์ที่ชำนาญการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังส่วนเอวแบบแผลเล็ก (MIS TLIF)
นพ.คณิต จำรูญธเนศกุล ศัลยแพทย์กระดูกสันหลัง โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล โรงพยาบาลเพื่อกระดูกและสมอง
สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง
สรุปบทความ
อาการปวดหลังเรื้อรัง ปวดร้าวลงขา หรือขาอ่อนแรง เป็นสัญญาณเตือนของภาวะกระดูกสันหลังเสื่อมที่ไม่ควรมองข้าม หากรักษาด้วยวิธีเบื้องต้นแล้วอาการไม่ทุเลา การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังส่วนเอวแบบแผลเล็ก (MIS TLIF) ถือเป็นทางเลือกการรักษาที่ช่วยแก้ปัญหาความไม่มั่นคงของแนวกระดูก ด้วยเทคโนโลยีแผลเล็กที่ช่วยลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ทำให้ผู้ป่วยเจ็บปวดน้อยลงและฟื้นตัวได้ไว ทั้งนี้ การเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- ค้นหาแพทย์: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/doctor
- ทำนัด: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/appointment/step1
- ติดต่อเรา: https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/contact
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังส่วนเอวแบบแผลเล็ก (MIS TLIF)
1. ใครบ้างที่เหมาะกับการผ่าตัดแบบ MIS TLIF?
การผ่าตัดวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวเสื่อมสภาพ กระดูกสันหลังเคลื่อน หรือโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบจนกดทับเส้นประสาท ที่ทำให้มีอาการปวดหลังเรื้อรัง ปวดร้าวลงขา หรือขาอ่อนแรง และได้รับการรักษาด้วยวิธีเบื้องต้น เช่น การรับประทานยาหรือทำกายภาพบำบัดแล้วอาการยังไม่ทุเลา
2. การผ่าตัด MIS TLIF ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลกี่วัน?
โดยทั่วไปผู้ป่วยจะใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลประมาณ 3 – 4 วัน ซึ่งแผลที่มีขนาดเล็กจะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ไวและมักสามารถลุกยืนเดินได้ในวันถัดไปหลังการผ่าตัด ทั้งนี้ระยะเวลาการพักฟื้นและการกลับไปทำกิจวัตรประจำวันอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการประเมินของแพทย์ผู้ชำนาญการ
3. แผลผ่าตัด MIS TLIF มีขนาดใหญ่หรือไม่?
การผ่าตัดด้วยเทคนิคนี้เป็นการสอดอุปกรณ์ลักษณะคล้ายท่อผ่านผิวหนัง ทำให้มีแผลเจาะขนาดเล็กบริเวณหลังเพียงประมาณ 1 นิ้ว (ขึ้นอยู่กับจำนวนข้อกระดูกที่ต้องเชื่อม) ซึ่งช่วยลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อโดยรอบ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บแผลน้อยกว่าการผ่าตัดเปิดแบบดั้งเดิม
4. หลังผ่าตัดจำเป็นต้องใส่อุปกรณ์พยุงหลังตลอดเวลาหรือไม่?
ในช่วง 4 – 6 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด แพทย์จะแนะนำให้ใส่อุปกรณ์พยุงหลังเสมอเมื่อต้องลุกนั่ง ยืน หรือเดิน เพื่อช่วยพยุงโครงสร้างกระดูกสันหลังและจำกัดการเคลื่อนไหวในระหว่างที่รอมวลกระดูกเชื่อมติดกันอย่างแข็งแรง ส่วนในเวลานอนหลับสามารถถอดออกได้ตามคำแนะนำของแพทย์
5. หลังผ่าตัดสามารถกลับไปออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาได้เมื่อไหร่?
ในช่วง 1 – 2 เดือนแรก ควรเลี่ยงการยกของหนัก การก้มเงย และการออกกำลังกายที่ใช้แรงมาก หลังจากนั้นหากแพทย์ประเมินว่ากระดูกเริ่มเชื่อมติดกันดีแล้ว สามารถเริ่มทำกิจกรรมเบา ๆ ที่ไม่มีการกระแทก เช่น เดิน ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำได้ ส่วนกีฬาที่มีการปะทะหรือมีการกระแทก ควรเว้นระยะไว้อย่างน้อย 6 เดือน และต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนเริ่มกิจกรรมเสมอ
.jpeg)







