โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    ปวดหัวไมเกรนอาการเป็นอย่างไร พร้อมแนะนำวิธีแก้ และป้องกันไมเกรน

    9 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    นพ. ชาคร จันทร์สกุล
    นพ. ชาคร จันทร์สกุล

    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก

    อัปเดตเมื่อ: 04 ส.ค. 2569
    Dr. Chakorn Chansakul
    นพ. ชาคร จันทร์สกุล
    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก
    แพ็กเกจแนะนำ
    การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังด้วยกล้องเอ็นโดสโคป
    การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังด้วยกล้องเอ็นโดสโคป
    ปวดหัวไมเกรนอาการเป็นอย่างไร พร้อมแนะนำวิธีแก้ และป้องกันไมเกรน
    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก
    อัปเดตเมื่อ: 04 ส.ค. 2569

    อาการปวดหัวที่รุนแรงและเรื้อรังมักสร้างความทรมานและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยคือโรคปวดหัวไมเกรน ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยกับชื่อโรคนี้เป็นอย่างดี แต่อาจยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริง สัญญาณเตือน รวมถึงวิธีการรับมือที่ถูกต้อง 

    บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับโรคปวดหัวไมเกรนอย่างละเอียด ตั้งแต่การสังเกตว่าปวดหัวไมเกรนอาการเป็นอย่างไร ปัจจัยใดบ้างที่กระตุ้นให้เกิดอาการ พร้อมแนะนำแนวทางการรักษาและวิธีป้องกันไมเกรนอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้สามารถควบคุมอาการและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นอีกครั้ง

     

    ปวดหัวไมเกรนคืออะไร

    ปวดหัวไมเกรน

    ปวดหัวไมเกรน (Migraine Headache) เป็นอาการปวดหัวที่พบได้บ่อย เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของระบบประสาทในสมองที่ไวต่อการกระตุ้นมากกว่าปกติ ส่งผลให้มีการหลั่งสารสื่อประสาทบางชนิด เช่น CGRP ซึ่งเกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณความเจ็บปวดและการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดในสมอง จนนำไปสู่อาการปวดหัวในที่สุด อาการปวดมักมีลักษณะเฉพาะและอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ซึ่งความรุนแรงและความถี่ในการกำเริบของแต่ละบุคคลจะมีความแตกต่างกันออกไป

    ประเภทของปวดหัวไมเกรน

    ปวดหัวไมเกรนสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่

    1. ไมเกรนที่ไม่มีอาการเตือนนำมาก่อน (Migraine without aura) เป็นกลุ่มที่พบมากที่สุดในผู้ที่ปวดหัวไมเกรน
    2. ไมเกรนที่มีอาการเตือน (Migraine with aura) อาทิ การมองเห็นผิดปกติ เห็นแสงเป็นเส้นซิกแซก เห็นแสงระยิบระยับ อาจมีหรือไม่มีสี เห็นภาพมืดบางส่วน หรือมองเห็นภาพไม่ชัด ภาพบิดเบี้ยว ภาพเบลอ หลับตาแล้วยังเห็นอยู่ ส่วนอาการเตือนอื่น ๆ เช่น ชาที่มือ ชาที่แขน ชารอบปาก อาจมีอาการอ่อนแรงของแขนและขาซีกหนึ่งของร่างกาย เป็นต้น

    ปัจจัยกระตุ้นปวดหัวไมเกรน

    อาการไมเกรนมักถูกกระตุ้นจากปัจจัยแวดล้อมและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การสังเกตและหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการได้ โดยปัจจัยกระตุ้นที่พบได้บ่อย ได้แก่ 

    • สภาพแวดล้อม เช่น แสงจ้า แสงแฟลช เสียงดัง กลิ่นหรือควัน อากาศเปลี่ยนฉับพลัน
    • นอนไม่พอหรือนอนมากเกินไป
    • อดอาหารหรือรับประทานอาหารไม่เพียงพอ
    • อาหารบางชนิด เช่น ไวน์แดง เนื้อแปรรูป ผลิตภัณฑ์นม ข้าวสาลี ช็อกโกแลต ผงชูรส น้ำตาลเทียม ฯลฯ
    • ออกกำลังกายหักโหมหรือทำกิจกรรมที่เคลื่อนไหวร่างกายมากเกินไป
    • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศในผู้หญิงช่วงมีประจำเดือน
    • แสงจากหน้าจอโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์
    • ผลกระทบจากการตั้งครรภ์ ทำให้ระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงในช่วงไตรมาสแรก ส่งผลให้เกิดภาวะปวดหัวไมเกรน
    • ความเครียด
    • การใช้ยาบางชนิด
    • การสูบบุหรี่
    • พันธุกรรม

    อาการปวดหัวไมเกรน

    อาการปวดหัวไมเกรน

    การสังเกตลักษณะอาการปวดหัวอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้สามารถแยกแยะโรคได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยปวดหัวไมเกรนอาการที่พบได้บ่อยมักมีลักษณะดังต่อไปนี้

    • ปวดหัวข้างเดียว อาจสลับข้างซ้ายหรือข้างขวาได้ แต่มักเป็นทีละข้าง
    • ปวดแบบตุ้บ ๆ บริเวณขมับ
    • ปวดหัวจี๊ด ๆ
    • ปวดร้าวกระบอกตา
    • ปวดหัวท้ายทอย
    • คลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว
    • อาจมีอาการเตือน (Aura) ก่อนปวดศีรษะประมาณ  5 – 60 นาที เช่น เห็นแสงวูบวาบ ไฟระยิบระยับ เห็นภาพเบลอ เป็นต้น

    ระยะการปวดหัวไมเกรน

    หากแบ่งอาการปวดหัวไมเกรนจะแบ่งได้เป็น 4 ระยะ ได้แก่

    1. ระยะก่อนปวด (Prodrome) อาการล่วงหน้าก่อนปวดหัวไมเกรนประมาณ 1 – 2 วัน เช่น ปวดตึงตามต้นคอ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด อยากอาหาร ปัสสาวะบ่อย เป็นต้น
    2. ระยะเตือนนำ (Aura) มักเกิดก่อนปวดหัวไมเกรนประมาณ 5 – 60 นาที ตัวอย่างอาการที่พบได้บ่อย เช่น เห็นภาพผิดปกติไป เห็นเป็นแสงแฟลช เห็นเส้นซิกแซก ภาพเบลอ ภาพบิดเบี้ยว ชา ไม่มีแรง เป็นต้น
    3. ระยะปวดหัวไมเกรน (Headache) มีอาการปวดหัวไมเกรนเฉลี่ยตั้งแต่ 4 – 72 ชั่วโมง ปวดหัวตุบ ๆ ปวดหัวข้างเดียว อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย รวมถึงแพ้ต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ ที่มากระตุ้น
    4. ระยะหลังปวด (Postdrome) เมื่อเริ่มหายปวดหัวไมเกรนอาจมีอาการอ่อนเพลีย หมดแรง เวียนหัว สับสน ไม่มีสมาธิ อาจไวต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ อารมณ์เปลี่ยนแปลง แต่จะหายได้เองใน 48 ชั่วโมง

    ระดับความรุนแรงของอาการปวดหัวไมเกรน 

    อาการปวดหัวไมเกรนของแต่ละบุคคลมีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันแตกต่างกันออกไป โดยทั่วไปสามารถประเมินระดับความรุนแรงเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาแนวทางการรักษาได้ดังนี้

    • ระดับเล็กน้อย (Mild): อาการปวดหัวยังอยู่ในระดับที่ทนได้ สามารถทำงานหรือทำกิจวัตรประจำวันต่อไปได้ มักตอบสนองต่อการพักผ่อนหรือการใช้ยาแก้ปวดทั่วไปได้ดี
    • ระดับปานกลาง (Moderate): อาการปวดเริ่มรบกวนสมาธิและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานหรือการเรียนลดลง อาจจำเป็นต้องหยุดพักชั่วคราว หรือต้องรับประทานยาเฉพาะทางสำหรับไมเกรนเพื่อบรรเทาอาการ
    • ระดับรุนแรง (Severe): เป็นระดับที่มีอาการไมเกรนรุนแรงจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันใด ๆ ได้ ต้องนอนพักอยู่นิ่ง ๆ ในห้องที่มืดและเงียบสงบ มักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือไวต่อแสงและเสียงอย่างมากร่วมด้วย และอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นนานขึ้นกว่าจะกลับมาเป็นปกติ

    ข้อสังเกตอาการไมเกรนเพิ่มเติม

    นอกเหนือจากอาการปวดหัวและระยะของการเกิดโรคแล้ว ยังมีข้อสังเกตเพิ่มเติมที่ช่วยบ่งชี้ถึงลักษณะเฉพาะของโรคไมเกรนได้ ดังนี้

    • การทำกิจวัตรทั่วไป เช่น การเดินหรือขึ้นบันไดจะทำให้อาการปวดหัวเป็นมากขึ้น
    • อาการจะดีขึ้นถ้าได้พักผ่อนอยู่นิ่ง ๆ ในห้องที่มืดและเย็น
    • อาการร่วมอื่นที่พบร่วมกับอาการปวดหัว คือ คลื่นไส้ อาเจียน ไวต่อแสง ไม่อยากเห็นแสงจ้า ไม่อยากได้ยินเสียงดัง 
    • การจะรู้ว่าอาการปวดหัวเกิดจากไมเกรนต้องได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางเพื่อความถูกต้อง

    วิธีสังเกตและแยกความแตกต่างของการปวดหัวไมเกรน และการปวดหัวรูปแบบอื่น 

    เนื่องจากอาการปวดหัวสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ การรู้เบื้องต้นว่าปวดหัวไมเกรนอาการต่างจากโรคปวดหัวชนิดอื่นอย่างไร จะช่วยให้สามารถรับมือเบื้องต้นและให้ข้อมูลกับแพทย์ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น โดยสามารถสังเกตความแตกต่างได้ดังนี้

    • ปวดหัวจากความเครียดหรือกล้ามเนื้อตึงตัว (Tension-type Headache): มักมีลักษณะปวดตึงคล้ายมีสายรัดหรือถูกบีบรัดที่บริเวณหน้าผาก ขมับ หรือท้ายทอย มักปวดทั้งสองข้างพร้อมกัน อาการปวดค่อนข้างคงที่ ไม่ปวดแบบตุบ ๆ ไม่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และมักไม่ไวต่อแสงหรือเสียง
    • ปวดหัวแบบคลัสเตอร์ (Cluster Headache): เป็นอาการปวดที่รุนแรงเฉียบพลัน มักปวดร้าวลึกบริเวณรอบกระบอกตาข้างใดข้างหนึ่ง อาการปวดมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมักเป็นเวลาเดิมซ้ำ ๆ อาจมีอาการตาแดง น้ำตาไหล เปลือกตาบวม และมีน้ำมูกไหลในฝั่งที่ปวดร่วมด้วย
    • ปวดหัวไมเกรน (Migraine): จะมีลักษณะเด่นคือ ปวดตุบ ๆ ตามจังหวะการเต้นของชีพจร มักปวดข้างเดียวแต่อาจสลับข้างได้ อาการปวดมักรุนแรงขึ้นเมื่อมีการขยับตัวหรือเคลื่อนไหวร่างกาย และมักมีอาการแพ้แสงจ้า แพ้เสียงดัง หรือมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วยอย่างชัดเจน

    เมื่อมีอาการปวดหัวไมเกรน มีวิธีแก้เบื้องต้นอย่างไรบ้าง

    เมื่อเริ่มรู้สึกถึงสัญญาณเตือนหรือมีอาการปวดหัวไมเกรนกำเริบ การรับมืออย่างทันท่วงทีจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวด ลดความรุนแรงของอาการ และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น โดยสามารถปฏิบัติตามแนวทางการดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ดังนี้

    • หยุดพักกิจกรรมที่ทำอยู่: ทันทีที่เริ่มมีอาการ ควรหยุดกิจกรรมที่ต้องใช้สายตาอย่างหนัก โดยเฉพาะการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ รวมถึงงดการทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงหรือเคลื่อนไหวร่างกายมากเกินไป
    • พักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม: หาสถานที่เงียบสงบ แสงสว่างน้อย และมีอุณหภูมิเย็นสบาย เพื่อเอนหลังหรือนอนหลับพักผ่อน เนื่องจากแสงสว่างจ้าและเสียงดังมักเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้ปวดหัวไมเกรนอาการแย่ลง
    • ประคบเย็นบรรเทาปวด: ใช้แผ่นเจลประคบเย็นหรือผ้าสะอาดชุบน้ำเย็น ประคบเบา ๆ บริเวณหน้าผาก ขมับ หรือท้ายทอย ประมาณ 15-20 นาที ความเย็นอาจช่วยบรรเทาความรู้สึกเจ็บปวดและทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
    • ดื่มน้ำให้เพียงพอ: การจิบน้ำเปล่าอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะขาดน้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้อาการปวดหัวรุนแรงขึ้น
    • รับประทานยาบรรเทาอาการเบื้องต้น: หากอาการปวดเพิ่งเริ่มต้น สามารถรับประทานยาแก้ปวดทั่วไป เช่น พาราเซตามอล เพื่อช่วยควบคุมอาการได้

    วิธีรักษาปวดหัวไมเกรน

    วิธีรักษาอาการปวดหัวไมเกรน

    ปวดหัวไมเกรนเป็นโรคเรื้อรังที่สามารถควบคุมได้ด้วยการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องและการใช้ยาอย่างเหมาะสม เมื่ออายุมากขึ้นมักจะมีอาการปวดหัวลดลง การรักษาปวดหัวไมเกรน แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ

    1) แบบยากิน

    แบบที่มีอาการปวดหัวไมเกรนเฉียบพลัน แพทย์จะให้รับประทานยาเฉพาะเวลาที่มีอาการปวดหัวเท่านั้นและให้รับประทานยาหลังจากเริ่มมีอาการทันทีเพื่อให้ได้ผลการรักษาอาการปวดหัวที่ดี ประกอบด้วย

    • ยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล
    • ยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)
    • ยาเฉพาะเจาะจงกับไมเกรน เช่น ยากลุ่มทริปแทน (Triptan) หรือ ยาที่มีส่วนผสมของเออร์โกทามีน (Ergotamine) ซึ่งออกฤทธิ์ที่เส้นเลือดสมองโดยตรง
    • ยาสำหรับลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน
    • ยาลดการอักเสบกรณีปวดหัวไมเกรนช่วงมีประจำเดือน (ยา Triptan หรือกลุ่ม NSAIDs) รับประทานก่อนมีประจำเดือนประมาณ 2 – 3 วัน และรับประทานยาต่อจนหมดประจำเดือน 4 – 5 วัน
    • ยาแก้ปวดกรณีตั้งครรภ์ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
    • ยาต้านอาการซึมเศร้า
      หมายเหตุ: ยาทุกชนิดต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้นเพื่อป้องกันผลข้างเคียงต่อร่างกาย

    ยาป้องกันอาการปวดหัวไมเกรน แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหัวไมเกรนค่อนข้างบ่อยหรือรุนแรงให้รับประทานยาป้องกันอาการปวดหัวไมเกรน โดยต้องรับประทานยาติดต่อกันทุกวัน ตัวอย่างยาที่นิยมใช้ ประกอบด้วย 

    • กลุ่มยากันชัก
    • กลุ่มยาปิดกั้นตัวรับแคลเซียม 
    • กลุ่มยาปิดกั้นตัวรับเบต้า เช่น กลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ลดความดันโลหิตผ่านหลายกลไก

    2) แบบยาฉีด

    สำหรับผู้ที่มีอาการปวดหัวไมเกรนกำเริบบ่อยครั้ง มีลักษณะอาการไมเกรนรุนแรง รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาแบบรับประทานได้ไม่ดีนัก การรักษาด้วยยาฉีดถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยป้องกันและลดความถี่ของการเกิดอาการได้ ซึ่งในปัจจุบันมีแนวทางการรักษาด้วยยาฉีดที่นิยมใช้ ดังนี้

    รักษาไมเกรนด้วยยาต้านสาร CGRP

    CGRP (Calcitonin Gene – Related Peptide) คือ โปรตีนชนิดหนึ่งในร่างกายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณความเจ็บปวด หากระดับ CGRP เพิ่มขึ้นจะกระตุ้นให้เกิดไมเกรนได้ ปัจจุบันมีการพัฒนายาฉีดเพื่อยับยั้งสาร CGRP ทั้งแบบฉีดเข้าใต้ผิวหนัง (มีฤทธิ์ป้องกันอาการประมาณ 1 เดือนต่อ 1 เข็ม) และแบบฉีดเข้าเส้นเลือดดำ (มีฤทธิ์ป้องกันอาการประมาณ 3 เดือน) ซึ่งช่วยลดความถี่ ความรุนแรง และลดปริมาณการใช้ยาแก้ปวดลงได้ โดยต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

    หมายเหตุ: การใช้ยาต้านสาร CGRP ทุกชนิดต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

    รักษาไมเกรนด้วยการฉีดโบทูลินัมท็อกซิน (Botulinum Toxin)

    ในกลุ่มผู้ป่วยที่ปวดศีรษะไมเกรนเรื้อรัง (Chronic Migraine) ซึ่งหมายถึงมีอาการปวดศีรษะตั้งแต่ 15 วันต่อเดือนขึ้นไป ติดต่อกันนานกว่า 3 เดือน แพทย์อาจพิจารณาการฉีดโบทูลินัมท็อกซิน (Botulinum Toxin) ซึ่งเป็นการรักษาเพื่อป้องกัน (preventive treatment) โดยออกฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณความเจ็บปวดบริเวณปลายประสาท ช่วยลดความถี่และความรุนแรงของการกำเริบในระยะยาว และลดความจำเป็นในการใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ

    3) แบบกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็ก (TMS)

    การรักษาด้วยวิธี Transcranial Magnetic Stimulation (TMS) เป็นการใช้เครื่องสร้างสนามแม่เหล็กกำลังสูงและนำสนามแม่เหล็กไปกระตุ้นสมอง บริเวณที่ทำให้เกิดโรค ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงไมเกรน ช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดหัวไมเกรนได้

     วิธีป้องกันอาการปวดหัวไมเกรน

    หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาการปวดหัวอาจลากยาวตั้งแต่ 4 ไปจนถึง 72 ชั่วโมง ดังนั้นการเรียนรู้วิธีป้องกันไมเกรนจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยสามารถปฏิบัติตัวได้ดังนี้

    • หลีกเลี่ยงและออกจากสภาพแวดล้อมที่ทำให้ปวดหัวไมเกรน เช่น มีแสงจ้า เสียงดัง มีกลิ่นเหม็น หรือ ฝุ่น PM2.5
    • สังเกตและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการปวดหัว 
    • นอนพักผ่อนให้เพียงพอและตรงตามเวลาทุกวัน
    • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่หักโหมจนเกินไป
    • งดสูบบุหรี่ เนื่องจากการสูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยงจากโรคหลอดเลือดสมองตีบ (Ischemic stroke)
    • งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ, ชา, น้ำอัดลม, เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น
    • ในผู้ที่มีความจำเป็นต้องรับประทานยาคุมกำเนิดต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
    • ถ้าอาการปวดหัวรุนแรงมากขึ้นหรือมีลักษณะเปลี่ยนแปลงไป ควรปรึกษาแพทย์ทันที

    แพทย์ผู้ชำนาญการรักษาปวดหัวไมเกรน

    นพ.ชาคร จันทร์สกุล อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลเพื่อสมองและกระดูก

    สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง

    โรงพยาบาลที่ชำนาญด้านการรักษาปวดหัวไมเกรน

    โรงพยาบาลเพื่อสมองและกระดูก พร้อมค้นหาสาเหตุ ดูแลรักษา และป้องกันโรคปวดหัวไมเกรน ด้วยทีมแพทย์เฉพาะด้านสมอง ทีมพยาบาล ทีมสหสาขาวิชาชีพ และเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย เพื่อลดความรุนแรงและช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติอีกครั้ง 

    สรุปบทความ

    ไมเกรนเป็นอาการปวดหัวชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อย เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของระบบประสาทในสมองที่ไวต่อการกระตุ้นมากกว่าปกติ ร่วมกับการหลั่งสารสื่อประสาทและการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือด ส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวรุนแรง อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดตุบ ๆ ปวดศีรษะข้างเดียว ตลอดจนคลื่นไส้ อาเจียน ปัจจัยกระตุ้นอาการที่พบได้บ่อย เช่น ความเครียด อาหารบางชนิด และการพักผ่อนไม่เพียงพอ การรักษาไมเกรนมีทั้งการใช้ยาแก้ปวด ยาป้องกัน และการปรับพฤติกรรม เช่น หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น นอนหลับให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม


    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับอาการปวดหัวไมเกรน

    1. ปวดหัวไมเกรนรุนแรงแค่ไหน ถึงควรรีบไปพบแพทย์?

    หากมีอาการปวดหัวรุนแรงเฉียบพลัน ปวดแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาทร่วมด้วย เช่น แขนขาอ่อนแรง ชาตามร่างกาย พูดไม่ชัด ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

    2. ปวดหัวไมเกรน สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

    ปัจจุบันไมเกรนยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมความรุนแรงและลดความถี่ในการเกิดอาการได้ด้วยการใช้ยาอย่างเหมาะสมร่วมกับการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น

    3. อาหารประเภทใดบ้างที่กระตุ้นให้เกิดอาการไมเกรน?

    อาหารที่มักกระตุ้นให้เกิดไมเกรน ได้แก่ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ (เช่น ไวน์แดง) ชีส เนื้อสัตว์แปรรูป และอาหารที่มีส่วนประกอบของผงชูรสหรือสารให้ความหวานแทนน้ำตาล

    4. ผู้หญิงตั้งครรภ์ สามารถรับประทานยาแก้ปวดหัวไมเกรนได้หรือไม่?

    หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรซื้อยามารับประทานเองอย่างเด็ดขาด หากมีอาการปวดหัวควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและสั่งจ่ายยาที่ปลอดภัย ไม่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. ชาคร จันทร์สกุล

    นพ. ชาคร จันทร์สกุล

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ชั้น 1 และชั้น 2 โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล

    ทุกวัน

    จันทร์ - ศุกร์ 07:00 - 18:00 น.

    เสาร์ - อาทิตย์ 07:00 - 17.00 น.

    0 2310 3011

    1719

    [email protected]

    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังด้วยกล้องเอ็นโดสโคปการผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังด้วยกล้องเอ็นโดสโคป
    การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังด้วยกล้องเอ็นโดสโคป

    342,000 บาท

    360,000 บาท

    รายละเอียด
    การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังผ่านกล้องขนาดเล็กการผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังผ่านกล้องขนาดเล็ก
    การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังผ่านกล้องขนาดเล็ก

    309,000 บาท

    325,000 บาท

    รายละเอียด
    การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า 2 ข้าง โดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า 2 ข้าง โดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด
    การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า 2 ข้าง โดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

    639,000 บาท

    675,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    "ไมเกรนกับผู้หญิง" เรื่องปวดหัวที่อาจป้องกันได้ Image
    "ไมเกรนกับผู้หญิง" เรื่องปวดหัวที่อาจป้องกันได้
    อาหารกับไมเกรน Image
    อาหารกับไมเกรน
    ปัจจัยกระตุ้นอาการปวดหัวไมเกรน Image
    ปัจจัยกระตุ้นอาการปวดหัวไมเกรน
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ