โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    รักษาอาการปวดศีรษะด้วยการใช้ยา

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก
    อัปเดตเมื่อ: 08 ม.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    การตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง Carotid Doppler Ultrasound
    Package Image
    แพ็กเกจตรวจความเสี่ยงอัลไซเมอร์
    Package Image
    ชุดตรวจสุขภาพระดับ DNA Integrated GenomeXplorer
    รักษาอาการปวดศีรษะด้วยการใช้ยา
    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก
    อัปเดตเมื่อ: 08 ม.ค. 2569

    การใช้ยารักษาอาการปวดศีรษะมีหลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับลักษณะอาการและความรุนแรงของอาการปวด ได้แก่

    1) Migraine Cocktail

    ประกอบด้วยยาฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ 3 ชนิด ได้แก่ ยาแก้อักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ยากันชัก และยาฉีดสเตียรอยด์ ใช้ระงับอาการปวดศีรษะชนิดรุนแรง ก่อนได้รับยาผู้ป่วยหรือญาติควรแจ้งประวัติโรคประจำตัวและประวัติแพ้ยากับแพทย์ และหลังได้รับยาผู้ป่วยอาจมีอาการง่วงซึม ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะหรือทำงานกับเครื่องจักรกล

    2) Occipital Nerve Block

    การใช้ยาเฉพาะที่และยาฉีดสเตียรอยด์ชนิดแขวนตะกอน เพื่อยับยั้งอาการปวด ผู้เข้ารับการทำหัตถการควรแจ้งประวัติโรคประจำตัวและประวัติแพ้ยากับแพทย์ อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่อาจจะเกิดขึ้นหลังทำหัตถการ ได้แก่ อาการปวดแสบบริเวณที่ฉีดยา คลื่นไส้ อาเจียน การติดเชื้อ เป็นต้น

    3) ยาระงับอาการปวดศีรษะชนิดรับประทาน

    1. ยา Paracetamol เหมาะสำหรับอาการปวดศีรษะเล็กน้อย ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ที่มีปัญหาการทำงานของตับผิดปกติและไม่ควรรับประทานยานี้มากกว่า 3 กรัมต่อวัน (เทียบเท่าขนาดยา 500 มิลลิกรัม จำนวน 6 เม็ด) และใช้ติดต่อกันไม่เกิน 5 – 7 วัน
    2. ยาแก้อักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เหมาะสำหรับลดอาการปวดศีรษะเล็กน้อยถึงปานกลาง ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด การทำงานของไตผิดปกติ มีประวัติเป็นแผลหรือมีเลือดออกในทางเดินอาหาร ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ เช่น Ibuprofen, Mefenamic acid, Naproxen เป็นต้น
    3. ยาแก้ปวดในกลุ่มอนุพันธ์ของฝิ่น ใช้สำหรับระงับอาการปวดศีรษะปานกลางถึงรุนแรง การใช้ยาในกลุ่มนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด และระวังการใช้ยากลุ่มนี้ในผู้ป่วยมีประวัติลมชัก มีการทำงานของตับหรือไตผิดปกติ มีประวัติเป็นโรคในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้บ่อยจากยากลุ่มนี้ เช่น คลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก ง่วงซึม มึนศีรษะ กดการหายใจ เป็นต้น
    4. ยาแก้ปวดสูตรผสมของ Ergotamine และ Caffeine ใช้สำหรับระงับอาการปวดศีรษะไมเกรนเฉียบพลัน ไม่ควรรับประทานยามากกว่า 6 เม็ดต่อวันหรือ 10 เม็ดต่อสัปดาห์ ห้ามใช้ยานี้ในหญิงตั้งครรภ์ ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด มีการทำงานของตับหรือไตผิดปกติ ผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับ และควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และเภสัชกรอย่างใกล้ชิด หากเกิดอาการชา ร้อน ไร้ความรู้สึกที่มือหรือเท้าควรรีบกลับมาพบแพทย์ในทันที
    5. ยาแก้ปวดกลุ่ม Triptan ใช้สำหรับระงับอาการปวดศีรษะไมเกรน ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง มีการทำงานของตับผิดปกติ

    ยาป้องกันอาการปวดศีรษะ

    1. OnabotulinumtoxinA เป็นการฉีดสาร botulinum toxin type A ที่สกัดจากเชื้อ Clostridium botulinum เพื่อระงับการส่งสัญญาณประสาทที่ทำให้ปวดศีรษะ โดยฉีดให้กับผู้ป่วยครั้งละ 31 จุด ทุก 3 เดือน อาการไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อยจากการใช้ยา ได้แก่ ปวดอักเสบบริเวณที่ฉีด กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง การติดเชื้อ เป็นต้น จึงต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
    2. ยากันชัก ยากันชักบางตัวสามารถลดความถี่ในการเกิดอาการปวดศีรษะ ได้แก่ Valproate, Topiramate, Gabapentin ยาในกลุ่มนี้อาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ง่วงซึม มึนงง คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น และควรระวังการใช้ยาในผู้ที่มีปัญหาการทำงานของตับหรือไตผิดปกติ
    3. กลุ่มยาลดความดันโลหิต กลุ่มยาที่มีการศึกษาชัดเจน ได้แก่ ยากลุ่มปิดกั้นตัวรับเบต้า (Beta blockers) ยากลุ่มปิดกั้นตัวรับแคลเซียม (Calcium channel blockers) และยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์ ACE (Angiotensin Converting Enzyme Inhibitors) หรือยาในกลุ่มปิดกั้นตัวรับแองจิโอเทนซิน II (Angiotensin II Receptor Blockers) ซึ่งการเลือกใช้ยาตัวใดนั้นแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เนื่องจากยาในกลุ่มนี้อาจทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำหรืออาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ที่จำเพาะได้
    4. ยาต้านซึมเศร้า ยาต้านภาวะซึมเศร้าบางชนิดสามารถป้องกันการปวดศีรษะไมเกรนได้ อาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นจากยากลุ่มนี้ ได้แก่ ง่วงซึม ปากแห้งคอแห้ง ท้องผูก เป็นต้น ผู้สูงอายุที่ได้รับยากลุ่มนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
    5. สารสกัดจากธรรมชาติเพื่อลดอาการปวดศีรษะ เช่น Butterbur Feverfew CoenzymeQ10 Magnesium VitaminB2 เป็นต้น อาจต้องพิจารณาขนาดยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยในแต่ละราย จึงควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้ทำการรักษาและมีการติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ชั้น 1 และชั้น 2 โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล

    ทุกวัน

    จันทร์ - ศุกร์ 07:00 - 18:00 น.

    เสาร์ - อาทิตย์ 07:00 - 17.00 น.

    0 2310 3011

    1719

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    การตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง Carotid Doppler Ultrasoundการตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง Carotid Doppler Ultrasound
    การตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง Carotid Doppler Ultrasound

    4,500 บาท

    5,290 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจตรวจความเสี่ยงอัลไซเมอร์แพ็กเกจตรวจความเสี่ยงอัลไซเมอร์
    แพ็กเกจตรวจความเสี่ยงอัลไซเมอร์

    29,800 บาท

    35,070 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพระดับ DNA Integrated GenomeXplorerชุดตรวจสุขภาพระดับ DNA Integrated GenomeXplorer
    ชุดตรวจสุขภาพระดับ DNA Integrated GenomeXplorer

    28,000 - 30,800 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    "ไมเกรนกับผู้หญิง" เรื่องปวดหัวที่อาจป้องกันได้ Image
    "ไมเกรนกับผู้หญิง" เรื่องปวดหัวที่อาจป้องกันได้
    อาหารกับไมเกรน Image
    อาหารกับไมเกรน
    ปัจจัยกระตุ้นอาการปวดหัวไมเกรน Image
    ปัจจัยกระตุ้นอาการปวดหัวไมเกรน
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ