โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    ภาวะสมองเสื่อมคืออะไร มีสาเหตุ อาการ วิธีป้องกันและรักษาอย่างไร

    8 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    นพ. ชัยศักดิ์ ดำริการเลิศ
    นพ. ชัยศักดิ์ ดำริการเลิศ

    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก

    อัปเดตเมื่อ: 19 พ.ค. 2569
    Dr. Chaisak Dumrikarnlert
    นพ. ชัยศักดิ์ ดำริการเลิศ
    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก
    แพ็กเกจแนะนำ
    แพ็กเกจตรวจคัดกรองความจำ
    แพ็กเกจตรวจคัดกรองความจำ
    ภาวะสมองเสื่อมคืออะไร มีสาเหตุ อาการ วิธีป้องกันและรักษาอย่างไร
    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก
    อัปเดตเมื่อ: 19 พ.ค. 2569

    อาการหลงลืมในผู้สูงอายุอาจเป็นสัญญาณเตือนภาวะสมองเสื่อม! ร่วมเจาะลึกสาเหตุ อาการ วิธีสังเกตความผิดปกติ พร้อมแนวทางการรักษาและการป้องกัน เพื่อการดูแลคนที่คุณรักได้อย่างทันท่วงที

     

    ภาวะสมองเสื่อมคืออะไร

    ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) คือ ภาวะที่การทำงานของสมองและระบบประสาทถดถอยเสื่อมลง เกิดจากจำนวนเซลล์สมองทำงานลดลงและการสูญเสียเซลล์สมองในหลายส่วน ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการทำงานของสมอง เช่น ความจำหรือการใช้ภาษา

    โดยส่วนใหญ่มักเริ่มจากความจำระยะสั้น ตามมาด้วยความบกพร่องทางความจำระยะยาว ความคิด การตัดสินใจ การวางแผน การเรียนรู้ การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ การเข้าสังคม ซึ่งไม่ใช่แค่หลงลืมตามวัย แต่นำไปสู่การสูญเสียความจำรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต 

    ภาวะสมองเสื่อมพบได้บ่อยในผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป แต่ในผู้ที่มีโรคพันธุกรรมบางอย่าง เช่น ดาวน์ซินโดรม (Down’s Syndrome) หรือมีโรคทางสมองที่ทำให้เสียการทำงาน เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคติดเชื้อในระบบประสาท ภาวะบาดเจ็บทางสมองจากอุบัติเหตุ อาจทำให้มีภาวะสมองเสื่อมตั้งแต่อายุยังน้อยได้เช่นกัน

    โรคสมองเสื่อมเกิดจากอะไร

    ทางการแพทย์พบว่า สาเหตุของภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ และบุคคลทั่วไป สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้

    • การเสื่อมของระบบประสาท (Neurodegeneration) พบมากในคนอายุมากกว่า 65 ปี โดยโรคที่พบบ่อยในกลุ่มนี้คือ โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) โรคอื่น ๆ ที่พบได้ในกลุ่มนี้ เช่น สมองเสื่อมในกลุ่มอาการพาร์กินสัน โรคสมองส่วนหน้าเสื่อม (Frontotemporal Dementia)
    • โรคหลอดเลือดสมอง พบในผู้สูงวัยที่มีโรคประจำตัวที่ทำให้หลอดเลือดมีปัญหา เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง ฯลฯ
    • โรคทางศัลยกรรมระบบประสาท เช่น ภาวะเลือดคั่งในสมองหรือเยื่อหุ้มสมอง โรคมะเร็งหรือเนื้องอกในสมอง ภาวะน้ำเกินในโพรงสมอง (Normal Pressure Hydrocephalus) 
    • การติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรียในระบบประสาทส่วนกลาง เช่น โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคสมองอักเสบ
    • ภาวะขาดวิตามินบี 12 โดยพบในผู้ที่การดูดซึมบกพร่อง เช่น โรคหรือยาบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถดูดซึมวิตามินได้ เคยมีการผ่าตัดกระเพาะอาหารมาก่อน หรือพบในผู้ที่ได้รับวิตามินจากอาหารไม่เพียงพอ เช่น การรับประทานมังสวิรัติ
    • ภาวะที่มีการทำงานผิดปกติของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ภาวะตับวาย โรคไตเรื้อรัง
    • การได้รับสารพิษ เช่น ยาบางชนิด หรือสารเสพติด
    • โรคทางจิตเวชบางอย่าง เช่น ภาวะซึมเศร้า (Depression) โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar Disorder)
    • การบาดเจ็บของสมองอย่างรุนแรง เช่น ภาวะขาดออกซิเจน ภาวะชักต่อเนื่อง ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเป็นระยะเวลานาน ภาวะบาดเจ็บทางสมองจากอุบัติเหตุ

    อาการหลงลืมทั่วไป VS อาการสมองเสื่อม ต่างกันอย่างไร

    หลายครอบครัวมักสับสนว่าอาการที่เกิดขึ้นคือความเสื่อมตามวัยหรือเป็นโรคกันแน่ ความแตกต่างที่สังเกตได้ชัดเจนคือ

    • อาการหลงลืมทั่วไปตามวัย: มักจะลืมเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น นึกชื่อคนไม่ออกชั่วคราว ลืมว่าวางแว่นตาไว้ไหน แต่เมื่อเวลาผ่านไปหรือมีคนใบ้ให้ก็สามารถ “นึกออกได้เอง” และยังสามารถใช้ชีวิต ทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
    • อาการสมองเสื่อม: ผู้ป่วยมักจะลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นแบบลบเลือนไปเลย จำไม่ได้แม้จะมีคนคอยเตือน ลืมวิธีทำกิจวัตรประจำวันที่เคยทำได้ และที่สำคัญคือ “ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังหลงลืม”

    สมองเสื่อม อย่ารอให้สูญเสียความจำ

    8 อาการเตือนโรคสมองเสื่อม ที่ลูกหลานควรสังเกต

    จากประสบการณ์ที่แพทย์มักได้รับฟังจากญาติผู้ป่วย อาการสมองเสื่อมมักไม่ได้เริ่มจากการจำลูกหลานไม่ได้ แต่เริ่มจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนไป เช่น “คุณพ่อเคยทำกับข้าวอร่อยมาก แต่จู่ ๆ ก็ลืมลำดับวิธีทำ ใส่เครื่องปรุงผิดแปลกไป” หรือ “คุณแม่เดินออกไปซื้อของหน้าปากซอยที่ไปทุกวัน แต่กลับบ้านไม่ถูก” หากลูกหลานพบ 8 สัญญาณเตือนนี้ ควรรีบพาผู้สูงวัยมาพบแพทย์

    1. สูญเสียความจำระยะสั้นอย่างชัดเจน มักถามซ้ำ ๆ เล่าเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมาในเวลาไล่เลี่ยกัน
    2. สับสนเวลาและสถานที่ หลงวันเวลา หลงทิศทางแม้ในสถานที่ที่คุ้นเคย
    3. มีปัญหาในการใช้ภาษาและการสื่อสาร นึกคำพูดไม่ออก เรียกชื่อสิ่งของเครื่องใช้ในบ้านไม่ถูก พูดตะกุกตะกัก
    4. วางของผิดที่ผิดทางในที่แปลกประหลาด เช่น เอารีโมตทีวีไปไว้ในตู้เย็น เอาเตารีดไปไว้ในตู้กับข้าว
    5. บกพร่องในการตัดสินใจ ตัดสินใจผิดพลาดบ่อยครั้ง หรือถูกหลอกลวงได้ง่ายขึ้น
    6. อารมณ์และบุคลิกภาพเปลี่ยนแปลง จากคนใจเย็นกลายเป็นคนหงุดหงิด โมโหง่าย ก้าวร้าว หรือหวาดระแวงว่าจะมีคนมาขโมยของ
    7. ซึม ไม่กระตือรือร้น นิ่งเฉย ขาดแรงจูงใจในการทำกิจกรรมที่เคยชอบทำ ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ สมาธิไม่ดี ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นาน
    8. สูญเสียการช่วยเหลือตัวเองในด้านต่าง ๆ เช่น การอาบน้ำ การรับประทานอาหาร การขับถ่าย หรือ ไม่สามารถทำงานหรือกิจกรรมที่ตนเองเคยทำได้มาก่อน เช่น การขับรถ การวางแผนงาน การจัดยาทานเอง การตัดสินใจสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง

    ภาวะสมองเสื่อมมีกี่ระยะ

    ภาวะสมองเสื่อมแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ตามการทำงานสมองและอาการคนไข้ ได้แก่

    • ระยะที่ 1 ภาวะสมองเสื่อมระยะเริ่มต้น สูญเสียความสามารถในการทำสิ่งที่ซับซ้อน แต่ระยะนี้ผู้ป่วยยังสามารถดูแลตนเองขั้นพื้นฐานได้ เช่น การอาบน้ำ แต่งตัว ทานข้าว เข้าห้องน้ำ อาจมีปัญหาด้านอารมณ์ เช่น ภาวะซึมเศร้า หงุดหงิดง่ายร่วมด้วยได้
    • ระยะที่ 2 ภาวะสมองเสื่อมระยะกลาง เริ่มมีการสูญเสียการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐานบ้างเล็กน้อย มีปัญหาด้านความเข้าใจ บกพร่องทางการเรียนรู้ เริ่มสูญเสียความสามารถในการตัดสินใจบางอย่าง อาจมีอาการทางจิตได้ในบางครั้ง เช่น การหลงผิด ภาวะหูแว่วหรือเห็นภาพหลอน ฯลฯ
    • ระยะที่ 3 ภาวะสมองเสื่อมระยะรุนแรง สูญเสียความสามารถทางสมองเกือบทั้งหมด ทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ขั้นพื้นฐานด้วยตัวเองไม่ได้ กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ จำเป็นต้องมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด 
    • ระยะที่ 4 ภาวะสมองเสื่อมระยะติดเตียงหรือระยะสุดท้าย ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทั้งการเคลื่อนไหว การรับประทานอาหาร การสื่อสาร อาจมีภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ภาวะขาดสารอาหาร ภาวะติดเชื้อในระบบต่าง ๆ มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ

    สมองเสื่อม อย่ารอให้สูญเสียความจำ

    ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคสมองเสื่อม

    • อายุที่มากขึ้น
    • พันธุกรรมบางอย่าง 
    • ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เพิ่มความเสี่ยงด้านหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคตับหรือไตเรื้อรัง
    • รับประทานยาบางอย่างที่มีผลต่อการทำงานของสมอง เช่น ยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอจิก (Anticholinergic Drugs) ยาเสพติด
    • การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก (มากกว่า 21 ยูนิตต่อสัปดาห์; 1 unit = 8 กรัม แอลกอฮอล์) 
    • การสูบบุหรี่
    • ภาวะบาดเจ็บทางสมองรุนแรง
    • การได้รับมลภาวะทางอากาศ โดยเฉพาะ PM 2.5
    • ภาวะหูตึงหรือการมองเห็นที่ไม่ดี 
    • ภาวะซึมเศร้า 
    • การไม่มีกิจกรรมทางกาย (Physical Inactivity) เช่น การไม่ค่อยขยับ ไม่ออกกำลังกาย ฯลฯ
    • การเก็บตัวหรือไม่มีการพบปะผู้คนหรือเข้าสังคม เช่น สถานการณ์โควิด-19 ที่ต้องกักตัว ฯลฯ

    ตรวจวินิจฉัยสมองเสื่อมได้อย่างไร

    แพทย์จะทำการประเมินอย่างละเอียดผ่านกระบวนการต่าง ๆ ได้แก่

    • การซักประวัติ ตรวจร่างกาย โดยมีผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยร่วมให้ประวัติด้วย
    • การตรวจการทำงานของระบบประสาท เช่น ความจำ สมาธิ การมองมิติสัมพันธ์ การคิด การใช้ภาษา รวมถึงตรวจภาวะทางด้านอารมณ์ เช่น ซึมเศร้า ด้วยแบบทดสอบต่าง ๆ
    • การตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุของภาวะสมองเสื่อม เช่น การทำงานของต่อมไทรอยด์ ระดับเกลือแร่ ค่าตับ ค่าไต ระดับวิตามินในเลือด ฯลฯ
    • สแกนภาพสมองด้วยเครื่องมือพื้นฐาน เช่น คอมพิวเตอร์สแกนสมอง (CT Scan) หรือสแกนสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI Scan) 
    • ในบางครั้งอาจจำเป็นต้องมีการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (Electroencephalogram – EEG) การตรวจน้ำไขสันหลัง การตรวจสแกนสมองด้วยเครื่องถ่ายภาพรังสีโพสิตรอน (PET Scan) 
    • การตรวจเลือดเพื่อหาสารเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ เพิ่งมีการใช้ในประเทศไทยเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา โดยจะทำเพียงบางกรณีเท่านั้น 

    โรคสมองเสื่อม วิธีรักษามีอะไรบ้าง

    ในทางการแพทย์ ต้องอธิบายตามความเป็นจริงว่า ภาวะสมองเสื่อมที่เกิดจากความเสื่อมของระบบประสาท ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การพาผู้ป่วยมาพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยชะลออาการ ลดปัญหาพฤติกรรม และประคับประคองคุณภาพชีวิตได้ โดยวิธึรักษาโรคสมองเสื่อมจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ อาการ และความรุนแรงเป็นสำคัญ สามารถแบ่งการรักษาออกเป็น

    1. รักษาผู้ป่วยสมองเสื่อมโดยไม่ใช้ยา เน้นการฝึกกระตุ้นบริหารสมอง เช่น เล่นเกม ปรับพฤติกรรม ออกกำลังกาย ปรับที่สภาพแวดล้อม โดยมีการให้ความรู้กับผู้ดูแลหรือครอบครัวผู้ป่วยเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เตรียมพร้อมสำหรับการรับมืออาการต่าง ๆ ของผู้ป่วย  
    2. รักษาผู้ป่วยสมองเสื่อมโดยการใช้ยา ขึ้นอยู่กับแพทย์เป็นสำคัญ โดยยาส่วนใหญ่ให้เพื่อรักษาตามอาการและเป็นการชะลอการเสื่อมของสมอง โดยใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
    3. รักษาผู้ป่วยสมองเสื่อมโดยการผ่าตัด ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาผ่าตัด หากพบว่ามีสาเหตุของสมองเสื่อมจากโรคทางศัลยกรรมระบบประสาทดังที่กล่าวมา

    สมองเสื่อม อย่ารอให้สูญเสียความจำ

    การดูแลผู้สูงอายุสมองเสื่อม อย่างเข้าใจและปลอดภัย

    การดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมต้องอาศัยความเข้าใจและความอดทนสูงมาก แนวทางการดูแลผู้สูงอายุสมองเสื่อมในเบื้องต้น ที่ช่วยลดความเครียดทั้งผู้ดูแลและผู้ป่วย มีดังนี้

    • สื่อสารด้วยความใจเย็น: พูดช้า ๆ ชัดเจน สบตาผู้ป่วย และไม่ควรโต้เถียงหรือพยายามเอาชนะเมื่อผู้ป่วยมีความเชื่อที่ผิดเพี้ยนไป (หลีกเลี่ยงคำพูดว่า “บอกแล้วไงว่าอย่าทำ” หรือ “จำไม่ได้เหรอ”)
    • จัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย: เก็บของมีคมให้มิดชิด ทำบ้านให้สว่าง พื้นไม่ลื่น ป้องกันการพลัดตกหกล้ม
    • สร้างกิจวัตรประจำวันที่สม่ำเสมอ: ให้ผู้ป่วยตื่นนอน ทานอาหาร และทำกิจกรรมในเวลาเดิมทุกวัน เพื่อลดความสับสน
    • ดูแลเรื่องโภชนาการและการขับถ่าย: สังเกตการทานอาหาร และพาไปเข้าห้องน้ำเป็นเวลาเพื่อป้องกันการกลั้นไม่อยู่

    ป้องกันสมองเสื่อมได้อย่างไร

    การป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุสามารถทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อดูแลสมองให้แข็งแรง ดังนี้

    • ควบคุมเบาหวาน ความดัน ไขมันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ 
    • แก้ไขภาวะหูตึงหรือการมองเห็นที่ผิดปกติ
    • หลีกเลี่ยงยาหรือสารต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายต่อสมอง ซึ่งรวมถึงฝุ่น PM 2.5 ด้วย
    • ฝึกบริหารสมอง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พบปะผู้คน เข้าสังคมไม่เก็บตัวอยู่กับบ้าน
    • จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
    • ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงสารเสพติด หลีกเลี่ยงการบาดเจ็บทางสมอง

    แพทย์ผู้ชำนาญการรักษาสมองเสื่อม

    นพ.ชัยศักดิ์ ดำริการเลิศ แพทย์อายุรกรรมระบบประสาทและแพทย์ผู้ชำนาญการด้านพฤติกรรมประสาทวิทยาและโรคสมองเสื่อม โรงพยาบาลเพื่อสมองและกระดูก

    สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง

    โรงพยาบาลที่ชำนาญด้านการรักษาสมองเสื่อม

    โรงพยาบาลเพื่อสมองและกระดูก พร้อมค้นหาสาเหตุ ดูแลรักษา ฟื้นฟูและป้องกันโรคสมองเสื่อม ด้วยทีมแพทย์เฉพาะด้านสมอง ทีมพยาบาล ทีมสหสาขาวิชาชีพ และเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย เพื่อลดความรุนแรงและช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ

    สรุปบทความ

    ภาวะสมองเสื่อมไม่ใช่เพียงแค่อาการหลงลืมตามวัย แต่เป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมหาศาล แม้หลายสาเหตุจะยังรักษาไม่หายขาด แต่การสังเกตความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ การรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง รวมถึงการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยด้วยความเข้าใจ จะช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถรับมือและใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีคุณภาพที่สุด


    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อม

    1. สมองเสื่อม กับ อัลไซเมอร์ ต่างกันอย่างไร

    ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) เป็นคำกว้าง ๆ ที่ใช้เรียกกลุ่มอาการที่มีทำงานของสมองที่ถดถอยลง ส่วนโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) เป็นโรคหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมนั่นเอง

    2. จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นภาวะสมองเสื่อม หรือแค่หลงลืมตามวัย

    การหลงลืมตามวัยมักจะลืมรายละเอียดเล็กน้อยและสามารถนึกออกได้ในภายหลัง ไม่กระทบการใช้ชีวิต แต่ภาวะสมองเสื่อม ผู้ป่วยมักจะลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ทำกิจวัตรประจำวันที่เคยทำไม่ได้ และมักไม่รู้ตัวว่าตนเองมีอาการหลงลืม

    3. โรคสมองเสื่อม สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่

    หากเกิดจากความเสื่อมของเซลล์สมอง (เช่น อัลไซเมอร์) จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำได้เพียงให้ยาชะลออาการ แต่หากเกิดจากสาเหตุที่แก้ไขได้ เช่น ขาดวิตามินบี 12 หรือภาวะน้ำเกินในโพรงสมอง เมื่อรักษาที่ต้นเหตุ อาการก็สามารถกลับมาเป็นปกติได้

    4. คนอายุน้อยมีโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อมหรือไม่

    มีโอกาสครับ แม้จะพบได้น้อย แต่การเกิดอุบัติเหตุทางสมองรุนแรง การติดเชื้อในระบบประสาท โรคหลอดเลือดสมอง หรือปัจจัยทางพันธุกรรมบางชนิด ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดภาวะสมองเสื่อมก่อนวัยอันควรได้

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. ชัยศักดิ์ ดำริการเลิศ

    ประสาทวิทยา, อายุรศาสตร์

    นพ. ชัยศักดิ์ ดำริการเลิศ

    ประสาทวิทยา, อายุรศาสตร์

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ชั้น 1 และชั้น 2 โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล

    ทุกวัน
    จันทร์ - ศุกร์ 07:00 - 19:00 น.
    เสาร์ - อาทิตย์ 07:00 - 16.00 น.

    0 2310 3011

    1719

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจตรวจคัดกรองความจำแพ็กเกจตรวจคัดกรองความจำ
    แพ็กเกจตรวจคัดกรองความจำ

    23,600 บาท

    28,570 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ปวดศีรษะคลัสเตอร์ (Cluster Headache) คืออะไร สาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา Image
    ปวดศีรษะคลัสเตอร์ (Cluster Headache) คืออะไร สาเหตุ อาการ และวิธีการรักษา
    เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) อาการเตือน สาเหตุ แนวทางการรักษา Image
    เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) อาการเตือน สาเหตุ แนวทางการรักษา
    ยารักษาอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้น ช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อม Image
    ยารักษาอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้น ช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อม
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ