โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ภาวะสมองเสื่อม - สาเหตุ อาการ การรักษา

    5 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    นพ. ชัยศักดิ์ ดำริการเลิศ

    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก

    อัปเดตเมื่อ: 10 ธ.ค. 2568
    Dr. Chaisak Dumrikarnlert
    นพ. ชัยศักดิ์ ดำริการเลิศ
    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    แพ็กเกจตรวจคัดกรองความจำ
    ภาวะสมองเสื่อม - สาเหตุ อาการ การรักษา
    โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์ฯ เพื่อสมองและกระดูก
    อัปเดตเมื่อ: 10 ธ.ค. 2568

    สมองเสื่อมในผู้สูงวัยไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะหากหลงลืมบ่อย สับสนเป็นประจำ จนสูญเสียความทรงจำที่เคยมี อาจส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมและการใช้ชีวิต ร้ายแรงถึงขั้นช่วยตัวเองไม่ได้ คนใกล้ชิดจึงต้องคอยดูแลและสังเกตอาการอยู่เสมอเพื่อให้สามารถดูแลรักษาอย่างทันท่วงที

     

    สมองเสื่อมคืออะไร

    ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) คือ ภาวะที่การทำงานของสมองและระบบประสาทถดถอยเสื่อมลง เกิดจากจำนวนเซลล์สมองทำงานลดลงและการสูญเสียเซลล์สมองในหลายส่วน ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความทรงจำ โดยส่วนใหญ่มักเริ่มจากความจำระยะสั้น ตามมาด้วยความบกพร่องทางความจำระยะยาว ความคิด การตัดสินใจ การวางแผน การเรียนรู้ การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ การเข้าสังคม ซึ่งไม่ใช่แค่หลงลืมตามวัย แต่นำไปสู่การสูญเสียความจำรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต พบได้บ่อยในผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป แต่ในผู้ที่มีโรคพันธุกรรมบางอย่าง เช่น ดาวน์ซินโดรม (Down’s Syndrome) หรือมีโรคทางสมองที่ทำให้เสียการทำงาน เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคติดเชื้อในระบบประสาท ภาวะบาดเจ็บทางสมองจากอุบัติเหตุ อาจทำให้มีภาวะสมองเสื่อมตั้งแต่อายุยังน้อยได้เช่นกัน 

    สมองเสื่อมเกิดจากอะไร

    • การเสื่อมของระบบประสาท (Neurodegeneration) พบมากในคนอายุมากกว่า 65 ปี โดยโรคที่พบบ่อยในกลุ่มนี้คือ โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) โรคอื่น ๆ ที่พบได้ในกลุ่มนี้ เช่น สมองเสื่อมในกลุ่มอาการพาร์กินสัน โรคสมองส่วนหน้าเสื่อม (Frontotemporal Dementia)
    • โรคหลอดเลือดสมอง พบในผู้สูงวัยที่มีโรคประจำตัวที่ทำให้หลอดเลือดมีปัญหา เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง ฯลฯ
    • โรคทางศัลยกรรมระบบประสาท เช่น ภาวะเลือดคั่งในสมองหรือเยื่อหุ้มสมอง โรคมะเร็งหรือเนื้องอกในสมอง ภาวะน้ำเกินในโพรงสมอง (Normal Pressure Hydrocephalus) 
    • การติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรียในระบบประสาทส่วนกลาง เช่น โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคสมองอักเสบ
    • ภาวะขาดวิตามินบี 12 โดยพบในผู้ที่การดูดซึมบกพร่อง เช่น โรคหรือยาบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถดูดซึมวิตามินได้ เคยมีการผ่าตัดกระเพาะอาหารมาก่อน หรือพบในผู้ที่ได้รับวิตามินจากอาหารไม่เพียงพอ เช่น การรับประทานมังสวิรัติ
    • ภาวะที่มีการทำงานผิดปกติของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ภาวะตับวาย โรคไตเรื้อรัง
    • การได้รับสารพิษ ยาบางชนิด หรือสารเสพติด
    • โรคทางจิตเวชบางอย่าง เช่น ภาวะซึมเศร้า (Depression) โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar Disorder)
    • การบาดเจ็บของสมองอย่างรุนแรง เช่น ภาวะขาดออกซิเจน ภาวะชักต่อเนื่อง ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเป็นระยะเวลานาน ภาวะบาดเจ็บทางสมองจากอุบัติเหตุ

    สมองเสื่อม อย่ารอให้สูญเสียความจำ

    สังเกตอาการสมองเสื่อมได้อย่างไร

    • สูญเสียความจำระยะสั้น
    • สับสนเวลาและสถานที่
    • ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ สมาธิไม่ดี ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นาน
    • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด โมโหง่าย ก้าวร้าว 
    • มีปัญหามากขึ้นในการสื่อสาร เช่น ไม่สามารถสื่อสารได้อย่างที่เคยเป็น เรียกสิ่งของไม่ถูก พูดตะกุกตะกักหรือติดอ่าง
    • ซึม ไม่กระตือรือร้น นิ่งเฉย
    • สูญเสียการช่วยเหลือตัวเองในด้านต่าง ๆ เช่น การอาบน้ำ การรับประทานอาหาร การขับถ่าย หรือ ไม่สามารถทำงานหรือกิจกรรมที่ตนเองเคยทำได้มาก่อน เช่น การขับรถ การวางแผนงาน การจัดยาทานเอง การตัดสินใจสิ่งต่าง ๆด้วยตัวเอง

    สมองเสื่อมมีกี่ระยะ

    ภาวะสมองเสื่อมแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ตามการทำงานสมองและอาการคนไข้ ได้แก่

    • ระยะที่ 1 ภาวะสมองเสื่อมระยะเริ่มต้น สูญเสียความสามารถในการทำสิ่งที่ซับซ้อน แต่ระยะนี้ผู้ป่วยยังสามารถดูแลตนเองขั้นพื้นฐานได้ เช่น การอาบน้ำ แต่งตัว ทานข้าว เข้าห้องน้ำ อาจมีปัญหาด้านอารมณ์ เช่น ภาวะซึมเศร้า หงุดหงิดง่ายร่วมด้วยได้
    • ระยะที่ 2 ภาวะสมองเสื่อมระยะกลาง เริ่มมีการสูญเสียการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐานบ้างเล็กน้อย มีปัญหาด้านความเข้าใจ บกพร่องทางการเรียนรู้ เริ่มสูญเสียความสามารถในการตัดสินใจบางอย่าง อาจมีอาการทางจิตได้ในบางครั้ง เช่น การหลงผิด ภาวะหูแว่วหรือเห็นภาพหลอน ฯลฯ
    • ระยะที่ 3 ภาวะสมองเสื่อมระยะรุนแรง สูญเสียความสามารถทางสมองเกือบทั้งหมด ทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ขั้นพื้นฐานด้วยตัวเองไม่ได้ กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ จำเป็นต้องมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด 
    • ระยะที่ 4 ภาวะสมองเสื่อมระยะติดเตียงหรือระยะสุดท้าย ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทั้งการเคลื่อนไหว การรับประทานอาหาร การสื่อสาร อาจมีภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ภาวะขาดสารอาหาร ภาวะติดเชื้อในระบบต่าง ๆ มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ

    สมองเสื่อม อย่ารอให้สูญเสียความจำ

    ปัจจัยเสี่ยงสมองเสื่อม

    • อายุที่มากขึ้น
    • พันธุกรรมบางอย่าง 
    • ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เพิ่มความเสี่ยงด้านหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคตับหรือไตเรื้อรัง
    • รับประทานยาบางอย่างที่มีผลต่อการทำงานของสมอง เช่น ยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอจิก (Anticholinergic Drugs) ยาเสพติด
    • การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก (มากกว่า 21 ยูนิตต่อสัปดาห์; 1 unit = 8 กรัม แอลกอฮอล์) 
    • การสูบบุหรี่
    • ภาวะบาดเจ็บทางสมองรุนแรง
    • การได้รับมลภาวะทางอากาศ โดยเฉพาะ PM 2.5
    • ภาวะหูตึงหรือการมองเห็นที่ไม่ดี 
    • ภาวะซึมเศร้า 
    • การไม่มีกิจกรรมทางกาย (Physical Inactivity) เช่น การไม่ค่อยขยับ ไม่ออกกำลังกาย ฯลฯ
    • การเก็บตัวหรือไม่มีการพบปะผู้คนหรือเข้าสังคม เช่น สถานการณ์โควิด-19 ที่ต้องกักตัว ฯลฯ

    สมองเสื่อม อย่ารอให้สูญเสียความจำ

    ตรวจวินิจฉัยสมองเสื่อมได้อย่างไร

    • การซักประวัติ ตรวจร่างกาย โดยมีผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยร่วมให้ประวัติด้วย
    • การตรวจการทำงานของระบบประสาท เช่น ความจำ สมาธิ การมองมิติสัมพันธ์ การคิด การใช้ภาษา รวมถึงตรวจภาวะทางด้านอารมณ์ เช่น ซึมเศร้า ด้วยแบบทดสอบต่าง ๆ
    • การตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุของภาวะสมองเสื่อม เช่น การทำงานของต่อมไทรอยด์ ระดับเกลือแร่ ค่าตับ ค่าไต ระดับวิตามินในเลือด ฯลฯ
    • สแกนภาพสมองด้วยเครื่องมือพื้นฐาน เช่น คอมพิวเตอร์สแกนสมอง (CT Scan) หรือสแกนสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI Scan) 
    • ในบางครั้งอาจจำเป็นต้องมีการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (Electroencephalogram – EEG) การตรวจน้ำไขสันหลัง การตรวจสแกนสมองด้วยเครื่องถ่ายภาพรังสีโพสิตรอน (PET Scan) 
    • การตรวจเลือดเพื่อหาสารเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ เพิ่งมีการใช้ในประเทศไทยเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา โดยจะทำเพียงบางกรณีเท่านั้น 

    รักษาสมองเสื่อมได้อย่างไร

    การรักษาสมองเสื่อมขึ้นอยู่กับสาเหตุ อาการ และความรุนแรงเป็นสำคัญ แบ่งการรักษาออกเป็น

    1. รักษาผู้ป่วยสมองเสื่อมโดยไม่ใช้ยา เน้นการฝึกกระตุ้นบริหารสมอง เช่น เล่นเกม ปรับพฤติกรรม ออกกำลังกาย ปรับที่สภาพแวดล้อม โดยมีการให้ความรู้กับผู้ดูแลหรือครอบครัวผู้ป่วยเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เตรียมพร้อมสำหรับการรับมืออาการต่าง ๆ ของผู้ป่วย  
    2. รักษาผู้ป่วยสมองเสื่อมโดยการใช้ยา ขึ้นอยู่กับแพทย์เป็นสำคัญ โดยยาส่วนใหญ่ให้เพื่อรักษาตามอาการและเป็นการชะลอการเสื่อมของสมอง โดยรับประทานยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
    3. รักษาผู้ป่วยสมองเสื่อมโดยการผ่าตัด ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาผ่าตัด หากพบว่ามีสาเหตุของสมองเสื่อมจากโรคทางศัลยกรรมระบบประสาทดังที่กล่าวมา

    สมองเสื่อม อย่ารอให้สูญเสียความจำ

    ป้องกันสมองเสื่อมได้อย่างไร

    ภาวะสมองเสื่อมส่วนใหญ่เกิดจากความเสื่อมของระบบประสาทที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงสม่ำเสมอ แก้ไขและควบคุมปัจจัยเสี่ยงบางอย่าง จะสามารถช่วยชะลอความเสื่อมของสมองและอาการของโรคได้ เช่น

    • ควบคุมเบาหวาน ความดัน ไขมันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ 
    • แก้ไขภาวะหูตึงหรือการมองเห็นที่ผิดปกติ
    • หลีกเลี่ยงยาหรือสารต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายต่อสมอง
    • ฝึกบริหารสมอง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พบปะผู้คน เข้าสังคมไม่เก็บตัวอยู่กับบ้าน
    • จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
    • ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงสารเสพติด หลีกเลี่ยงการบาดเจ็บทางสมอง

    แพทย์ผู้ชำนาญการรักษาสมองเสื่อม

    นพ.ชัยศักดิ์ ดำริการเลิศ แพทย์อายุรกรรมระบบประสาทและแพทย์ผู้ชำนาญการด้านพฤติกรรมประสาทวิทยาและโรคสมองเสื่อม โรงพยาบาลเพื่อสมองและกระดูก

    สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง

    โรงพยาบาลที่ชำนาญด้านการรักษาสมองเสื่อม

    โรงพยาบาลเพื่อกระดูกและสมอง พร้อมค้นหาสาเหตุ ดูแลรักษา ฟื้นฟูและป้องกันโรคสมองเสื่อม ด้วยทีมแพทย์เฉพาะด้านสมอง ทีมพยาบาล ทีมสหสาขาวิชาชีพ และเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย เพื่อลดความรุนแรงและช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ

    แพ็กเกจตรวจคัดกรองความจำ 

    แพ็กเกจตรวจคัดกรองความจำ ราคาเริ่มต้นที่ 23,000 บาท

    คลิกที่นี่ 

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. ชัยศักดิ์ ดำริการเลิศ

    ประสาทวิทยาอายุรศาสตร์

    นพ. ชัยศักดิ์ ดำริการเลิศ

    ประสาทวิทยาอายุรศาสตร์

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ชั้น 1 และชั้น 2 โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล

    ทุกวัน

    จันทร์ - ศุกร์ 07:00 - 19:00 น.
    เสาร์ - อาทิตย์ 07:00 - 16.00 น.

    0 2310 3011

    1719

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจตรวจคัดกรองความจำแพ็กเกจตรวจคัดกรองความจำ
    แพ็กเกจตรวจคัดกรองความจำ

    23,600 บาท

    28,570 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    Anti-Amyloid Therapy รักษาอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้นก่อนสมองเสื่อมรุนแรง Image
    Anti-Amyloid Therapy รักษาอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้นก่อนสมองเสื่อมรุนแรง
    โรคหลอดเลือดสมองในคนวัยทำงานที่ควรรู้เท่าทัน (Stroke in the young) Image
    โรคหลอดเลือดสมองในคนวัยทำงานที่ควรรู้เท่าทัน (Stroke in the young)
    ปวดหัวจากแรงดันน้ำในสมองสูง ภัยเงียบคนยุคใหม่ Image
    ปวดหัวจากแรงดันน้ำในสมองสูง ภัยเงียบคนยุคใหม่
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ