โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    แสงแดดทำร้ายดวงตามากกว่าที่คิด

    4 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    พญ. วีรยา พิมลรัฐ

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 18 ธ.ค. 2568
    Dr. Weeraya Pimolrat
    พญ. วีรยา พิมลรัฐ
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    เลสิกไร้ใบมีด แก้สายตาสั้น/เอียง/ยาว แต่กำเนิด FemtoLASIK
    แสงแดดทำร้ายดวงตามากกว่าที่คิด
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 18 ธ.ค. 2568

    โดยปกติเราสามารถปกป้องผิวหนังจากแสงแดดด้วยการใช้ครีมกันแดด แต่ทราบหรือไม่ว่า แม้ดวงตาจะคิดเป็นเพียง 2% ของพื้นที่ผิวทั่วร่างกาย แสงแดดก็ก่อให้เกิดอันตรายต่อส่วนต่าง ๆ ของดวงตาได้มากมาย ดังนั้นดวงตาจึงถูกสร้างให้ถูกห่อหุ้มด้วยกระดูกเบ้าตา มีเปลือกตา ขนคิ้ว และขนตาเป็นเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่ง นอกจากนี้การหดแคบลงของรูม่านตา การหลับตาหรือการหรี่ตาก็เป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยปกป้องดวงตาตามธรรมชาติเมื่อถูกกระตุนด้วยแสงที่สามารถมองเห็นด้วยตา แต่จะไม่ถูกกระตุ้นด้วยรังสียูวี ดังนั้นแม้ในวันที่ไม่มีแสงแดดจ้า ร่างกายก็ยังคงได้รับรังสียูวีในปริมาณมาก ทำให้ประสิทธิภาพของกลไกป้องกันดวงตาตามธรรมชาติมีข้อจำกัด

     

    รังสีของแสงแดด

    แสงแดดประกอบด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า รังสียูวี (UV Rays) ซึ่งเป็นคลื่นแสงที่มีความยาวคลื่นสั้นกว่าแสงที่มองเห็นด้วยตา แสงที่มองเห็นด้วยตามีความยาวคลื่น 400 – 700 นาโนเมตร รังสียูวีจึงมีความยาวคลื่นสั้นกว่า 400 นาโนเมตร มีพลังงานสูงและไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า แบ่งเป็น 3 ชนิด คือ

    1. รังสียูวี ซี (UV C rays, 100 – 280 nm) เป็นรังสียูวีที่มีพลังงานสูงที่สุดและสามารถก่อให้เกิดอันตรายกับผิวหนังและดวงตาได้มากที่สุด โอโซนในชั้นบรรยากาศสามารถกรองไว้ได้หมด แต่ปัจจุบันชั้นโอโซนในบรรยากาศกำลังถูกทำลายมากขึ้น จึงทำให้รังสีชนิดนี้อาจทะลุผ่านลงมาสู่พื้นผิวโลกมากขึ้นและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้
    2. รังสียูวี บี (UV B rays, 280 – 320 nm) เป็นรังสีที่มีพลังงานน้อยกว่ารังสียูวี ซี ถูกกรองโดยชั้นโอโซนได้บางส่วน รังสีบางส่วนที่ทะลุผ่านลงมายังโลกในปริมาณน้อยจะกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน  (Melanin) ทำให้สีผิวคล้ำขึ้น ส่วนรังสีในปริมาณมากจะทำให้ผิวหนังไหม้ เกิดจุดด่างดำ รอยเหี่ยวย่น และเพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งผิวหนัง
    3. รังสียูวี เอ (UV A rays, 320 – 400 nm) เป็นรังสีที่มีพลังงานต่ำกว่า 2 ชนิดแรก แต่สามารถทะลุผ่านกระจกตาเข้าไปสู่เลนส์ตาและจอตาได้ การได้รับรังสีชนิดนี้เป็นปริมาณมากอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดต้อกระจกและบางการวิจัยพบว่าอาจมีผลต่อการเกิดจุดภาพชัดเสื่อมด้วยเช่นกัน

    ดวงตากับอันตรายจากแสงแดด

    แสงแดดมีอันตรายต่อดวงตาในบริเวณต่าง ๆ ดังนี้

    • เปลือกตา สีผิวเปลี่ยน มีจุดด่างดำ ริ้วรอยรอบดวงตา นอกจากนี้ยังมีรายงานพบว่า มะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณเปลือกตาบางชนิด เช่น  Basal Cell Carcinoma Squamous Cell Carcinoma ตลอดจน Malignant Carcinoma อาจเกี่ยวเนื่องมาจากการได้รับแสงแดดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน
    • เยื่อบุตา มีการเสื่อมของเยื่อบุตาบริเวณที่ชิดกับขอบตาดำ เรียกว่า ต้อลม ซึ่งเกิดจากการระคายเคืองจากลม ฝุ่น รังสียูวี หากต้อลมลุกลามเข้าไปในตาดำ เรียกว่า ต้อเนื้อ ไม่เพียงทำให้เกิดความไม่สวยงาม แต่อาจรบกวนการมองเห็น หรือหากมีการอักเสบ จะทำให้มีอาการปวดและระคายเคืองได้
    • กระจกตา การอักเสบเฉียบพลันของกระจกตา ทำให้มีอาการปวดตามาก น้ำตาไหล มักจะเกิดอาการประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง หลังจากได้รับรังสียูวีปริมาณมาก เช่น แสงสะท้อนจากหิมะหรือรังสียูวีจากการเชื่อมโลหะโดยไม่ส่วมใส่แว่นป้องกัน อาการมักจะเป็นอยู่ชั่วคราวประมาณ 1 – 2 วัน
    • เลนส์ตา การเกิดต้อกระจก แม้ว่าต้อกระจกจะเกิดจากการเสื่อมตามวัย แต่พบว่าการได้รับรังสียูวี ทำให้เป็นต้อกระจกมากขึ้นได้ ในแต่ละปีมีประชากรกว่า 16  ล้านคนทั่วโลกตาบอดจากต้อกระจก จากรายงานขององค์การอนามัยโลกพบว่า ประมาณ 20% ของต้อกระจกอาจมีสาเหตุมาจากการได้รับรังสียูวีมากเกินไปซึ่งเป็นสาเหตุที่หลีกเลี่ยงได้
    • จอตา ในคนหนุ่มสาวเลนส์ตาที่ยังใสอยู่ไม่สามารถดูดซับรังสียูวีไว้ได้หมด จึงมีโอกาสที่รังสียูวีจะเข้าไปทำลายจอตาทำให้เกิดจอตาเสื่อมได้ แม้ว่าในจอตาของเราจะมีสารหรือเม็ดสีตามธรรมชาติที่ช่วยปกป้องจอตา แต่สารเหล่านี้จะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้กระบวนการป้องกันจอตาตามธรรมชาติลดลงและเกิดการเสื่อมของจอตาได้ง่ายขึ้น เมื่อได้รับรังสียูวี นอกจากนี้บางการศึกษาเชื่อว่ารังสียูวีน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะจุดรับภาพเสื่อมในผู้สูงอายุ (Age – Related Macular Degeneration, AMD)

    อย่าละเลยแสงสีฟ้า

    แสงสีฟ้า (Blue Light or High – Energy Visible Radiation) เป็นแสงที่มองเห็นด้วยตา มีช่วงความยาวคลื่นระหว่าง 381 -500 นาโนเมตร ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงคลื่นรังสียูวี แสงสีฟ้าปริมาณสูงสามารถทำลายเซลล์อย่างถาวรในบางคน และหากได้รับแสงสีฟ้าเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดจุดภาพชัดเสื่อม ซึ่งเป็นจุดสำคัญในจอตา โดยเซลล์จะถูกทำลายอย่างช้า ๆ และทำให้สูญเสียการมองเห็นส่วนกลางอย่างถาวรในที่สุด การศึกษา European Study ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Archives of Ophthalmology ฉบับเดือนตุลาคม 2008 พบว่า กลุ่มคนที่มีระดับวิตามินซีและสาร Antioxidant อื่น ๆ ในเลือดต่ำ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดจอตาหรือจุดภาพชัดเสื่อมจากแสงสีฟ้า

    ในชีวิตประจำวันเราได้รับแสงสีฟ้าอยู่ตลอดเวลา ทั้งจากคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ และหน้าจอโทรศัพท์มือถือ หรือจากอุปกรณ์บางอย่าง เช่น เลเซอร์และอุปกรณ์ทางการแพทย์บางชนิด อย่างไรก็ตามสามารถป้องกันแสงสีฟ้า โดยการใช้เลนส์ “Blue Blocker” ซึ่งมักจะเป็นเลนส์สีเหลืองหรือสีส้ม ซึ่งโดยทั่วไปเลนส์ชนิดนี้ไม่ได้ลดปริมาณแสงสีฟ้าที่จะผ่านเข้าสู่ดวงตา แต่จะช่วยเปลี่ยนแปลงการปรากฏของแสงสีฟ้าและสีเขียว เนื่องจากแสงสีฟ้าอยู่ในช่วงคลื่นที่ใกล้เคียงกับรังสียูวีมาก การใช้เลนส์ Blue Blocker จะช่วยป้องกันรังสียูวีได้ด้วย

    แสงแดดทำร้ายดวงตามากกว่าที่คิด

    เลือกแว่นกันแดดให้ถูกวิธี

    • เลือกแว่นกันแดดที่ป้องกันทั้งรังสียูวีเอและบีได้ 99 – 100% โดยต้องมีป้ายระบุชัดเจน จำไว้เสมอว่าประสิทธิภาพการป้องกันรังสียูวีไม่ได้ขึ้นอยู่กับสีหรือระดับความเข้มของเลนส์
    • เลนส์ควรมีขนาดใหญ่และกว้างสามารถปิดบังดวงตาจากแสงแดดได้ทุกองศา
    • แว่นกันแดดนอกจากจะป้องกันรังสียูวีแล้ว แว่นกันแดดที่ดีควรมีคุณสมบัติอื่น ๆ ร่วมด้วย ได้แก่
      • Blue – Blocking Lenses ช่วยให้เห็นวัตถุไกล ๆ ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในหิมะหรืออากาศขุ่นมัว เลนส์ที่สามารถป้องกันแสงสีฟ้าได้ทั้งหมด คือ สีเหลืองอำพัน อย่างไรก็ตามแนะนำให้ใช้เลนส์สีเทาในการขับรถเพื่อให้เห็นแสงสีสัญญาณไฟจราจรได้อย่างถูกต้อง
      • Polarized Lenses ช่วยตัดแสง ลดการเกิดแสงแตกกระจาย เช่น แสงแดดสะท้อนจากหิมะหรือผิวน้ำ
      • Photochromic Lenses สามารถปรับความเข้มของสีเลนส์ได้ตามปริมาณแสงที่เปลี่ยนแปลง
      • Polycarbonate Lenses ช่วยป้องกันการกระแทกหรืออุบัติเหตุที่ดวงตา
      • Mirror – Coated Lenses ช่วยลดแสงที่มองเห็นด้วยตา
      • Gradient Lenses มี 2 ชนิด คือ Single – Gradient Lenses ซึ่งมีสีเข้มด้านบน สีอ่อนด้านล่าง ช่วยลดแสงแตกกระจายและเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการขับรถ อีกชนิดหนึ่ง คือ Double – Gradient Lenses ซึ่งจะมีสีเข้มด้านบนและล่าง สีอ่อนตรงกลาง เหมาะสำหรับกีฬาทางน้ำหรือกีฬาฤดูหนาว

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    พญ. วีรยา พิมลรัฐ

    จักษุวิทยา

    พญ. วีรยา พิมลรัฐ

    จักษุวิทยา

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลกรุงเทพ

    ชั้น 5 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดให้บริการ

    จันทร์-ศุกร์ 08.00 - 19.00 น.

    เสาร์ 08.00 - 17.00 น

    อาทิตย์ 08.00 - 16.00 น.

    02 755 1007

    02 310 3007

    1719

    [email protected]

    @288wcawz

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    เลสิกไร้ใบมีด แก้สายตาสั้น/เอียง/ยาว แต่กำเนิด FemtoLASIKเลสิกไร้ใบมีด แก้สายตาสั้น/เอียง/ยาว แต่กำเนิด FemtoLASIK
    เลสิกไร้ใบมีด แก้สายตาสั้น/เอียง/ยาว แต่กำเนิด FemtoLASIK

    88,000 บาท

    138,000 บาท

    รายละเอียด
    เลสิกไร้ใบมีดแก้สายตาสั้น เอียง ยาวตามอายุ FemtoLASIK Presbyond Packageเลสิกไร้ใบมีดแก้สายตาสั้น เอียง ยาวตามอายุ FemtoLASIK Presbyond Package
    เลสิกไร้ใบมีดแก้สายตาสั้น เอียง ยาวตามอายุ FemtoLASIK Presbyond Package

    98,000 บาท

    140,000 บาท

    รายละเอียด
    เลนส์เสริม ICL แก้สายตาสั้น ไม่รวมเอียง (1 ข้าง)เลนส์เสริม ICL แก้สายตาสั้น ไม่รวมเอียง (1 ข้าง)
    เลนส์เสริม ICL แก้สายตาสั้น ไม่รวมเอียง (1 ข้าง)

    99,000 บาท

    141,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    Refractive Lens Exchange (RLE) ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้สายตาให้มองชัดทุกระยะ Image
    Refractive Lens Exchange (RLE) ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้สายตาให้มองชัดทุกระยะ
    เบาหวานขึ้นตา ดูแลให้ดีก่อนสูญเสียการมองเห็น Image
    เบาหวานขึ้นตา ดูแลให้ดีก่อนสูญเสียการมองเห็น
    ต้อกระจกอย่านิ่งนอนใจ รีบรักษาก่อนต้อสุก Image
    ต้อกระจกอย่านิ่งนอนใจ รีบรักษาก่อนต้อสุก
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ