โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    คุณกำลังเสพติดความเครียดหรือไม่

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 11 ธ.ค. 2568
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    แพ็กเกจผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่าและข้อไหล่
    Package Image
    ชุดตรวจ Wellness Hormone Insight - Male ชาย
    Package Image
    3 โปรแกรมตรวจหัวใจ ที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ
    คุณกำลังเสพติดความเครียดหรือไม่
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 11 ธ.ค. 2568

    หลายคนคงปฏิเสธไม่ได้ว่า การได้มีโอกาสใช้ชีวิตในเมืองใหญ่อันแสนวุ่นวาย มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ในขณะที่หลายคนเลือกที่จะหลบหนีความวุ่นวาย บางคนก็ชอบความตื่นเต้นและความท้าทายของการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ไหนจะต้องฝ่าขบวนรถติดในตอนเช้าทุกวันเพื่อที่จะไปทำงานและเข้าห้องประชุมให้ทันเวลา อีกทั้งยังต้องเร่งทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จตามกำหนด


    ความเครียดจากพฤติกรรมเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นบ่อยครั้งก็จะกลายเป็นอาการเสพติดชนิดหนึ่งคล้ายกับที่พบได้ในคนที่ติดออกกำลังกายอย่างหนัก ที่เรียกว่า ภาวะ ‘เสพติดความเครียด’ (Adrenal Addict) คนส่วนมากที่มีภาวะนี้ในระยะแรกมักจะยังไม่รู้ตัว เนื่องจากร่างกายมีความทนทานสูงต่อกับความเครียดที่เข้ามาในแต่ละวัน รู้ตัวอีกทีก็ล้มป่วย ติดเชื้อเฉียบพลันจนต้องเข้าโรงพยาบาล ทางการแพทย์เรียกอาการนี้ว่า ‘ภาวะต่อมหมวกไตล้า’ หรือ ‘Adrenal Fatigue’

     

    รู้ได้อย่างไรว่าเสี่ยงภาวะต่อมหมวกไตล้า

    ถ้าคุณมีอาการผิดปกติที่ตรงกับอาการแสดงดังต่อไปนี้อย่างน้อย 5 ข้อ แสดงว่าคุณกำลังมีความเสี่ยงสูง

    • ขี้เกียจตื่นนอนตอนเช้า
    • อ่อนเพลีย ไม่มีแรง อยากงีบหลับช่วงกลางวัน
    • ง่วงแต่นอนไม่หลับ
    • มีอาการวิงเวียนศีรษะเวลาเปลี่ยนท่าทาง (ลุก – นั่ง)
    • อยากทานของหวานและของเค็ม
    • ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
    • ปวดประจำเดือนบ่อย
    • เป็นภูมิแพ้กำเริบบ่อย ๆ
    • ท้องอืด อาหารไม่ย่อย 
    • ท้องผูก
    • เครียด ซึมเศร้า
    • คุมอาหาร ออกกำลังกายเป็นประจำ แต่น้ำหนักไม่ลดลง
    • รู้สึกดีขึ้นทันทีเมื่อได้กินน้ำตาล
    • ผิวแห้งและแพ้ง่าย

    ภาวะต่อมหมวกไตล้าเป็นอย่างไร 

    ภาวะต่อมหมวกไตล้าเป็นอาการผิดปกติของร่างกายอย่างหนึ่งที่มีความเครียดเรื้อรังเป็นตัวกระตุ้น โรคนี้จัดอยู่ในกลุ่มโรคที่ถูกลืม เนื่องจากภาวะนี้มักจะไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้องและทันท่วงที สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการเจาะเลือดตรวจสุขภาพทั่วไปที่ไม่เพียงพอสำหรับการวินิจฉัยภาวะนี้ ในการวินิจฉัยภาวะต่อมหมวกไตล้าจะต้องมีการวัดระดับของฮอร์โมนต่อมหมวกไต (Adrenal Hormones) 2 ตัวที่มีชื่อว่า คอร์ติซอล (Cortisol) และ ดีเอชอีเอ (Dyhydroepiandrosterone – DHEA) ซึ่งสามารถวัดได้จากผลเลือด Cortisol และ DHEA คือ ฮอร์โมนแห่งความเครียดในร่างกายมนุษย์ ปัจจุบันนี้การรักษาภาวะต่อมหมวกไตล้าจะมุ่งเน้นไปที่การปรับให้ฮอร์โมน 2 ตัวนี้ให้อยู่ระดับที่สมดุล


    Cortisol มีหน้าที่อะไร

    Cortisol คือ ฮอร์โมนความเครียดตัวหลักของร่างกาย (Stress Hormone) ปกติร่างกายจะหลั่งออกมาปริมาณมากที่สุดในตอนเช้า ช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นและมีพลังต่อสู้ในวันใหม่ของทุกวัน และจะลดลงเหลือเพียง 10% ในช่วงเย็น นอกจากนี้ในสถานการณ์คับขัน Cortisol ยังมีหน้าที่กระตุ้นให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและอัตราการเต้นหัวใจเพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมร่างกายให้ต่อสู้กับปัญหาข้างหน้า แต่ถ้ามีความเครียดสะสมเรื้อรังจากการทำงานหนักมากเกินไป พักผ่อนไม่พอ หรือออกกำลังกายเกินพอดี ระดับ Cortisol ที่สูงขึ้นจะเริ่มส่งผลเสียต่อร่างกาย เนื่องจากฮอร์โมนตัวนี้มีฤทธิ์ในการสลายและทำลายล้าง (Catabolic Hormone) ทำให้ร่างกายเสื่อมและแก่เร็ว ถ้ามีน้อยไปจะทำให้ไม่มีแรงลุกขึ้นจากที่นอนตอนเช้า ขาดความกระตือรือร้น และอ่อนเพลียตอนกลางวัน


    DHEA มีหน้าที่อะไร

    DHEA คือ ฮอร์โมนเพศชนิดหนึ่งที่เป็นฮอร์โมนตั้งต้นของทั้งฮอร์โมนเพศหญิงและเพศชาย (Pre – Sex Hormones) และยังเป็นฮอร์โมนต้านความเครียด (Anti – Stress Hormones) ที่มีฤทธิ์ในการเสริมสร้าง (Anabolic Hormone) ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย (Stamina) กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ (Libido) และชะลอความเสื่อมของร่างกาย (Delay Aging) ที่สำคัญยังช่วยต้านฤทธิ์ของ Cortisol เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียด


    การปฏิบัติตัวเมื่อมีภาวะต่อมหมวกไตล้า

    • นอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง ควรเข้านอนก่อน 5 ทุ่ม
    • รับประทานอาหารเช้าก่อน 10.00 น. (หลัง 10.00 น. ระดับ Cortisol จะลดลง ทำให้ยิ่งอ่อนเพลีย Cortisol จะทำงานดีขึ้นเมื่อมีน้ำตาลในเลือดเพียงพอ)
    • รับประทานมื้อเล็ก ๆ และบ่อย ๆ แทนการทานอาหารมื้อหลัก ๆ เพียง 1 – 2 มื้อ
    • ออกกำลังกายแบบหนักปานกลาง (Moderate Intensity Exercise) การออกกำลังกายที่หนักเกินไปจะส่งผลให้ต่อมหมวกไตล้ามากยิ่งขึ้น
    • หาวิธีคลายความเครียด เช่น หางานอดิเรกทำ เดินทางไปเที่ยว เป็นต้น
    • อาหารเสริมและสมุนไพรบางชนิดสามารถช่วยลดอาการต่อมหมวกไตล้าได้ เช่น Ashwaghandha (โสมอินเดีย) L-theanine (สารสกัดจากชาเขียว) Phosphatidylserine (สารสกัดจากถั่วเหลือง) วิตามิน C วิตามิน B3 วิตามิน B5 วิตามิน B6


    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่าและข้อไหล่แพ็กเกจผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่าและข้อไหล่
    แพ็กเกจผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่าและข้อไหล่

    251,000 - 330,000 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจ Wellness Hormone Insight - Male ชายชุดตรวจ Wellness Hormone Insight - Male ชาย
    ชุดตรวจ Wellness Hormone Insight - Male ชาย

    11,000 บาท

    20,430 บาท

    รายละเอียด
    3 โปรแกรมตรวจหัวใจ ที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ3 โปรแกรมตรวจหัวใจ ที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ
    3 โปรแกรมตรวจหัวใจ ที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ

    7,500 - 12,500 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ฟื้นฟูร่างกายหลังแข่ง HYROX ลดปวดกล้ามเนื้อ กลับมาฟิตได้เร็ว Image
    ฟื้นฟูร่างกายหลังแข่ง HYROX ลดปวดกล้ามเนื้อ กลับมาฟิตได้เร็ว
    เยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็ก อาการเตือนที่พ่อแม่ต้องรู้ก่อนสาย Image
    เยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็ก อาการเตือนที่พ่อแม่ต้องรู้ก่อนสาย
    CKM Syndrome โรคหัวใจ ไต เมตาบอลิก ภัยเงียบของคนยุคใหม่ Image
    CKM Syndrome โรคหัวใจ ไต เมตาบอลิก ภัยเงียบของคนยุคใหม่
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ