โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    โรคกระเพาะอาหารอักเสบ (Gastritis)

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์
    อัปเดตเมื่อ: 12 ธ.ค. 2568
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    ข้าราชการไทยอุ่นใจ ผ่าตัดเบิกจ่ายกรมบัญชีกลาง ครอบคลุม 32 หัตถการ
    โรคกระเพาะอาหารอักเสบ (Gastritis)
    โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์
    อัปเดตเมื่อ: 12 ธ.ค. 2568

    โรคกระเพาะอาหารอักเสบ (Gastritis)

    โรคที่เกิดจากมีการอักเสบ บวม แดง ของเยื่อเมือกบุภายในกระเพาะอาหาร เป็นโรคพบได้ในทุกอายุ ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ และพบทั้งในผู้หญิงและในผู้ชายสามารถเกิดขึ้นได้แบบเฉียบพลันในเวลาอันรวดเร็ว เป็นระยะสั้นๆ และภายใน1-2สัปดาห์ หรือมีอาการบ่อยครั้งเป็นเวลานานจนเกิดการอักเสบเรื้อรังเกิดแผลและเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคทางกระเพาะอาหารได้

    โรคกระเพาะอาหารอักเสบมีอาการอย่างไร?

    1. ปวดท้องตำแหน่งกระเพาะอาหาร (ใต้ลิ้นปี่) เป็นๆ หายๆ
    2. ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอบ่อย แน่นอึดอัดท้องทั้งๆที่ไม่ได้กินอะไร หรือ กินเพียงเล็กน้อย (ธาตุพิการ/อาหารไม่ย่อย)
    3. คลื่นไส้ อาเจียน เมื่อเป็นมาก อาจอาเจียนเป็นเลือดได้
    4. เบื่ออาหาร และอาจผอมลง
    5. เมื่อเป็นมาก และมีเลือดออกจากเยื่อเมือกบุกระเพาะอาหาร จะมีถ่ายอุจจาระเป็นสีดำเหมือนยางมะตอย

    สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ได้แก่

    1. การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    2. ดื่มกรด หรือ ด่าง ซึ่งทั้งกรด และด่างจะก่อให้เกิดการระคายเคือง และการอักเสบของเซลล์เยื่อเมือกบุกระเพาะอาหาร
    3. การสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องดื่ม กาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ โคล่า เครื่องดื่มชูกำลัง มักทำให้อาการรุนแรงขึ้น จากการก่อการระคายเคืองต่อเยื่อเมือกกระเพาะอาหาร และกระตุ้นให้เซลล์เยื่อเมือกสร้างกรดเพิ่มขึ้น
    4. โรคจากที่น้ำดีจากตับซึ่งปกติจะอยู่เฉพาะในลำไส้เล็ก ท้นเข้าสู่กระเพาะอาหาร น้ำดีจึงก่อให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบของเซลล์เยื่อเมือกบุกระเพาะอาหาร
    5. ความเครียด เพราะจะกระตุ้นให้เซลล์กระเพาะอาหารหลั่งกรดเพิ่มขึ้น ซึ่งกรดจะก่อการระคายเคือง และ การอักเสบต่อเซลล์เยื่อเมือกบุกระเพาะอาหาร
    6. อุบัติเหตุร้ายแรงที่ส่งผลให้ร่างกายเกิดความเครียดสูง ซึ่งส่งผลให้กระเพาะอาหารสร้างกรดสูงขึ้นมาก เช่น อุบัติเหตุต่อสมอง หรือหลังการผ่าตัดใหญ่ เช่น การผ่าตัดสมอง หรือช่องท้อง จึงเกิดกระเพาะอาหารอักเสบรุนแรง หรือแผลในกระเพาะอาหาร (Stress ulcer)
    7. กินยาต้านการอักเสบ หรือยาแก้ปวดกลุ่มเอนเสดส์ (NSAIDs,Non-steroidal anti-inflammatory drugs) โดยเฉพาะการกินยาอย่างต่อเนื่อง เช่น แอสไพริน Ibuprofen Celecoxib และ Indomethacin หรือ ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ (Steroid) ซึ่งยาในกลุ่มดังกล่าวจะก่อการระคายเคืองต่อเยื่อเมือกบุภายในกระเพาะอาหาร ก่อการอักเสบ และก่อให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ (โรคแผลเปบติค)

    การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ และการพบแพทย์ ได้แก่

    1. กินยาตามแพทย์แนะนำ ให้ถูกต้อง สม่ำเสมอ
    2. สังเกตความสัมพันธ์ของอาการกับอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ จำกัด หรือ งดอาหาร และเครื่องดื่มที่ก่อให้เกิดอาการ หรือที่เพิ่มความรุนแรงของอาการ
    3. งด/เลิก บุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และจำกัดเครื่องดื่มกาเฟอีน
    4. รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) เพื่อป้องกันการติดเชื้อต่างๆซ้ำหลัง จากรักษาโรคหายแล้ว
    5. ไม่ซื้อยาแก้ปวด หรือ ยาสเตียรอยด์ กินเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์ พยาบาล หรือ เภสัชกร ก่อน
    6. รักษา ควบคุม โรคที่เป็นสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง
    7. รักษาสุขภาพจิต ไม่ก่อให้เกิดความเครียดจนเกินเหตุ
    8. พบแพทย์ตามนัดเสมอ และรีบพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อมีอาการต่างๆเลวลง หรือ มีอาการผิดปกติไปจากเดิม หรือเมื่อกังวลในอาการ
    9. พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลฉุกเฉิน เมื่อ
    • อาเจียนเป็นเลือด หรือ
    • อุจจาระมีสีดำเหมือนยางมะตอย
    1. กินอาหารอ่อนย่อยง่าย
    2. กินอาหารตรงตามเวลาทุกมื้อ

    การป้องกันไม่ให้เกิดโรค

    การป้องกันโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ที่สำคัญ คือ

    1. รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) เพื่อป้องกันกระเพาะอาหารติดเชื้อต่างๆ
    2. รักษาสุขภาพจิต เพื่อลดภาวะการสร้างกรดสูงของกระเพาะอาหาร
    3. ไม่ซื้อยาแก้ปวด หรือ ยาสเตียรอยด์ กินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ พยาบาล หรือ เภสัชกร
    4. งด/เลิก บุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และจำกัดเครื่องดื่มกาเฟอีน
    5. รักษา ควบคุมโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อกระเพาะอาหารอักเสบ

    ข้อควรปฏิบัติ

    1. ถ้าเป็นการอักเสบอย่างธรรมดา ควรปฏิบัติดังนี้ ควรเริ่มรับประทานอาหารเหลว เช่น ซุบใสก่อน ต่อไปเพิ่มขนมปัง มันต้มบด ข้าวต้ม แล้วจึงค่อยเปลี่ยนเป็นอาหารธรรมดา งดอาหารรสจัด เครื่องดื่มที่เป็นกรดหรือด่าง
    2. รับประทานยาจำพวกลดกรดในกระเพาะ ซึ่งอาจหาซื้อได้ตามร้านขายยาและรับประทานตามคำอธิบายที่มีมาพร้อมยานั้น
    3. ประคบความร้อนที่หน้าท้องเหนือบริเวณกระเพาะทุก 3 ชั่วโมง ทำเช่นนี้ติดต่อกันไปแต่ไม่เกินสองวัน
    4. พยายามหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้กระเพาะอักเสบ หากอาการยังไม่ทุเลาควรให้แพทย์ตรวจให้แน่ใจว่ามิใช่เป็นอาการของมะเร็งใน กระเพาะอาหาร
    5. แต่ถ้าเป็นการอักเสบเนื่องจากการกินยาพิษหรือสารพิษ ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกอายุรกรรม

    ชั้น 3 อาคาร 5

    เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น.

    076-361-888 ext. 5398, 5399

    [email protected]

    @sirirojhospital

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ข้าราชการไทยอุ่นใจ ผ่าตัดเบิกจ่ายกรมบัญชีกลาง ครอบคลุม 32 หัตถการข้าราชการไทยอุ่นใจ ผ่าตัดเบิกจ่ายกรมบัญชีกลาง ครอบคลุม 32 หัตถการ
    ข้าราชการไทยอุ่นใจ ผ่าตัดเบิกจ่ายกรมบัญชีกลาง ครอบคลุม 32 หัตถการ
    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    6 เทคนิคง่าย ๆ กินเจ แบบไม่จำเจ อิ่มบุญ หุ่นไม่พัง Image
    6 เทคนิคง่าย ๆ กินเจ แบบไม่จำเจ อิ่มบุญ หุ่นไม่พัง
    Fibro Scan เทคโนโลยีตรวจหาภาวะพังผืดในเนื้อตับ และไขมันสะสมในตับ Image
    Fibro Scan เทคโนโลยีตรวจหาภาวะพังผืดในเนื้อตับ และไขมันสะสมในตับ
    โพรไบโอติกส์ (Probiotics) และพรีไบโอติกส์ (Prebiotics) คืออะไร และต่างกันยังไงนะ Image
    โพรไบโอติกส์ (Probiotics) และพรีไบโอติกส์ (Prebiotics) คืออะไร และต่างกันยังไงนะ
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ