โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    มะเร็งปากมดลูก

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์
    อัปเดตเมื่อ: 12 ธ.ค. 2568
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    โปรแกรมดูแลแผลผ่าตัดหลังคลอดด้วยการฉายแสง
    Package Image
    วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก
    Package Image
    แพ็กเกจ ตรวจสุขภาพก่อนมีบุตร
    มะเร็งปากมดลูก
    โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์
    อัปเดตเมื่อ: 12 ธ.ค. 2568

    มะเร็งปากมดลูก

    เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงทั่วโลกเสียชีวิตและพบมากเป็นอันดับต้นๆ ในสตรีไทย เนื่องจากโรคมะเร็งปากมดลูกในระยะแรกจะไม่มีอาการแสดง กว่าผู้ป่วยจะสังเกตความผิดปกติและมาพบแพทย์นั้น อาการของโรคได้ลุกลามไปมากแล้ว โรคมะเร็งปากมดลูกจะมีการดำเนินโรคนานประมาณ 5-10 ปี นับจากที่เซลล์บริเวณปากมดลูกติดเชื้อไวรัสเอชพีวี และมีการเปลี่ยนแปลงไปจนถึงระยะที่ภาวะของโรครุนแรงมากขึ้น

    สาเหตุ

    • การติดเชื้อไวรัสเอชพีวีสายพันธุ์ก่อมะเร็งอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน
    • การมีพฤติกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยง เช่น มีคู่นอนหลายคน มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย สามีมีคู่นอนหลายคน
    • สูบบุหรี่
    • ใช้ยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน
    • ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น รับประทานยากดภูมิต้านทางการติดเชื้อเอชไอวี

    อาการ

    • มีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีอาการเจ็บปวด
    • มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดที่ไม่ใช่ประจำเดือน และมีสีคล้ายน้ำล้างเนื้อ
    • มีตกขาวมากกว่าปกติ และมีกลิ่นเหม็น
    • ปวดท้องน้อย และคลำพบก้อน
    • ปวดหลัง เพราะมดลูกโตไปกดทับแผงประสาท

    การรักษา

    หากตรวจพบตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็ง สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดปากมดลูก การจี้ความเย็น หรือการใช้เลเซอร์ แต่ถ้าหากตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกแล้ว การรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรคและความเหมาะสมของผู้ป่วย ในรายที่เป็นมะเร็งปากมดลูกระยะแรกสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด หากตรวจพบในระยะหลังแพทย์จะให้การรักษาด้วยการฉายรังสีร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัด

    การป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกทำได้ 2 ระยะ คือ

    1. การป้องกันปฐมภูมิ
    • หลีกเลี่ยงการมีพฤติกรรมทางเพศที่มีความเสี่ยง
    • ใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์
    • รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
    • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หรืออยู่ในสถานที่ที่มีควันบุหรี่มาก
    • ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวีที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก
    1. การป้องกันทุติยภูมิ
    • ตรวจสุขภาพและตรวจภายในอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงตรวจการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี ตามคำแนะนำของแพทย์
    • หากมีอาการผิดปกติ เช่น ตกขาว มีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือมีเลือดออกที่ไม่ใช่รอบเดือน ควรปรึกษาแพทย์ทันที

    ควรตรวจมะเร็งปากมดลูกเมื่อไร ?

    ควรเริ่มเข้ารับการตรวจหลังจากมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ประมาณ 3 ปี หรือเมื่ออายุ 21 ปี

    • กลุ่มอายุน้อยกว่า 30 ปี ควรตรวจคัดกรองทุกปี เพราะมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชพีวีชนิดที่ก่อมะเร็งมากกว่ากลุ่มอื่นๆ
    • กลุ่มอายุมากกว่า 30 ปี มี 2 ทางเลือก คือ
    1. การตรวจทางเซลล์วิทยา (Thin Prep) เพียงอย่างเดียว ถ้าได้รับการตรวจปีละครั้ง แล้วผลเป็นปกติติดต่อกัน 3 ปี หลังจากนั้นสามารถรับการตรวจคัดกรองทุกๆ 2-3 ปีได้
    2. การตรวจทางเซลล์วิทยาร่วมกับการตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวีชนิดสายพันธุ์ก่อมะเร็ง ถ้าผลเป็นปกติ (Negative) ทั้ง 2 อย่าง ให้ตรวจได้ห่างขึ้นทุกๆ 3 ปี แต่ถ้าผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งก็จะต้องรับการตรวจบ่อยขึ้น สำหรับสุภาพสตรีที่มีอายุ 70 ปี ขึ้นไปและไม่มีปัจจัยเสี่ยงใดๆ สามารถหยุดการตรวจได้

    วิธีการตรวจมะเร็งปากมดลูก

    1. การตรวจมะเร็งปากมดลูกแบบอิงของเหลว (Liquid Based Cytology หรือ Thin Preparation Pap Smear) เป็นการใช้อุปกรณ์เฉพาะ เก็บตัวอย่างโดยการป้ายนำเอาเนื้อเยื่อบุผิวบริเวณปากมดลูก แล้วนำเซลล์ตัวอย่างเข้าเครื่องอัตโนมัติ ในการเตรียมเซลล์บนสไลด์แก้วจะมีการกำจัดสิ่งปนเปื้อนของมูก เซลล์เม็ดเลือด หรือลดการทับกันของเซลล์ที่หนาแน่นเกินไป ทำให้เพิ่มโอกาสในการตรวจพบความผิดปกติได้ดียิ่งขึ้น การตรวจด้วยวิธีนี้จะมีความแม่นยำ 75%
    2. การตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวี สายพันธุ์ก่อมะเร็ง เป็นการตรวจที่ให้ความไว คือสามารถตรวจพบเชื้อได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก การตรวจนี้จะตรวจหาเชื้อเอชพีวี สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก ทั้งนี้การตรวจหา เชื้อเอชพีวีร่วมกับการตรวจมะเร็งปากมดลูกแบบอิงของเหลวจะให้ผลการตรวจที่มีความแม่นยำสูง

    วัคซีน เอชพีวี คืออะไร ?

    วัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี ที่ช่วยในการป้องกันไวรัสเอชพีวี ชนิดที่ 16 และ ชนิดที่ 18 เป็นไวรัส 2 สายพันธ์หลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก รวมถึงอาจมีการเสริมการป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวี ชนิดที่ 6 และ ชนิดที่ 11 ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศด้วย

    ควรฉีดวัคซีน เอชพีวี เมื่อไร ?

    เพื่อให้วัคซีนมีประสิทธิภาพมากที่สุด จึงควรเริ่มฉีดในเด็กอายุ 9-13 ปี หรือสตรีที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน หากผ่านการมีเพศสัมพันธ์แล้ว สามารถรับวัคซีนได้เช่นกัน แต่ควรรับการตรวจภายในและตรวจการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีก่อน เนื่องจากอาจเคยได้รับเชื้อมาแล้ว

    • วัคซีนเอชพีวี จะต้องฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ภายใน 6 เดือน แต่ถึงแม้จะได้รับวัคซีนแล้วก็ตาม การตรวจภายในและการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอยังเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติต่อไป เพื่อความปลอดภัยและห่างไกลจากมะเร็งปากมดลูก

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกสูติ-นรีเวช และศูนย์การแพทย์เพื่อการมีบุตร

    ชั้น 3 อาคาร 5

    เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 16.00 น.

    076-361-888 ต่อ 5356, 5357

    [email protected]

    @sirirojhospital

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    โปรแกรมดูแลแผลผ่าตัดหลังคลอดด้วยการฉายแสงโปรแกรมดูแลแผลผ่าตัดหลังคลอดด้วยการฉายแสง
    โปรแกรมดูแลแผลผ่าตัดหลังคลอดด้วยการฉายแสง

    15,000 บาท

    20,200 บาท

    รายละเอียด
    วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก
    วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

    8,900 - 21,000 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจ ตรวจสุขภาพก่อนมีบุตรแพ็กเกจ ตรวจสุขภาพก่อนมีบุตร
    แพ็กเกจ ตรวจสุขภาพก่อนมีบุตร

    3,200 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    วัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ ป้องกัน 9 โรค Image
    วัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ ป้องกัน 9 โรค
    การอัลตร้าซาวด์ช่องคลอด (Transvaginal Ultrasound) Image
    การอัลตร้าซาวด์ช่องคลอด (Transvaginal Ultrasound)
    คลอดธรรมชาติ Image
    คลอดธรรมชาติ
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ