กินวิตามินตามผลเลือด: เทรนด์สุขภาพใหม่ “เจาะลึก” ตรงจุด ไม่ต้องเดา
คุณเคยเป็นไหม? เดินเข้าไปในร้านขายยาหรือกดสั่งออนไลน์ ซื้อวิตามินซี วิตามินบี ซิงค์ หรือคอลลาเจน มาทานเพียงเพราะ “เขาว่าดี” หรือ “เพื่อนกินแล้วผิวสวย” สุดท้ายจบลงที่กระปุกวิตามินกองเต็มบ้าน แต่สุขภาพก็ยังเหมือนเดิม
วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ “การกินวิตามินตามผลเลือด” (Personalized Supplementation) ทางเลือกใหม่ที่จะเปลี่ยนการดูแลสุขภาพของคุณให้แม่นยำเหมือนมีหมอมาจัดยาให้ส่วนตัวครับ
ทำไมการ “ซื้อกินเอง” ถึงอาจไม่ใช่คำตอบ?
ร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เปรียบเหมือนรถยนต์ที่บางคันน้ำมันเครื่องขาด บางคันน้ำมันเครื่องเกิน การที่เราซื้อวิตามินรวมทั่วไป (Multivitamin) มาทาน อาจทำให้เกิดปัญหา 2 อย่างคือ :
- ได้รับสิ่งที่ “เกิน” : วิตามินบางชนิดถ้าได้รับมากไป ร่างกายขับออกไม่หมด จะไปสะสมที่ตับและเป็นพิษได้ (เช่น วิตามิน A, D, E, K)
- ขาดสิ่งที่ “จำเป็น” : วิตามินรวมมักใส่ปริมาณกลางๆ ซึ่งอาจไม่พอสำหรับคนที่ขาดวิตามินตัวนั้นอย่างรุนแรง
รู้หรือไม่? การกินวิตามินที่ร่างกายมีพอแล้ว เท่ากับคุณกำลังเสียเงินฟรี เพราะร่างกายจะขับส่วนเกินออกทางปัสสาวะ (กลายเป็นฉี่ที่แพงที่สุด!)
การกินวิตามินตามผลเลือด คืออะไร?
คือการเจาะเลือดเพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ระดับ วิตามินและแร่ธาตุในระดับไมโคร (Micronutrients) ซึ่งละเอียดกว่าการตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไป เพื่อดูว่าร่างกายเรา :
ขาดวิตามินตัวไหน?
มีสารต้านอนุมูลอิสระพอไหม?
มีการสะสมของโลหะหนักหรือไม่?
ขั้นตอนเป็นอย่างไร?
- ปรึกษาแพทย์ : ซักประวัติ ไลฟ์สไตล์ อาการผิดปกติ (เช่น นอนไม่หลับ เพลีย ร่วงง่าย)
- เจาะเลือด : เก็บตัวอย่างเลือดส่งห้องปฏิบัติการ (Lab) เฉพาะทาง
- ฟังผล: แพทย์จะอ่านค่าผลเลือดให้ฟังอย่างละเอียด
ปรุงวิตามินเฉพาะบุคคล (Compounding) : แพทย์จะสั่งจ่ายวิตามินที่ “ปรุงใหม่” เพื่อคุณโดยเฉพาะ ใส่เฉพาะตัวที่คุณขาด ในปริมาณที่เหมาะสม รวมไว้ในเม็ดเดียว ไม่ต้องกินทีละ 10 เม็ดอีกต่อไป
4 ประโยชน์ของการเจาะเลือดก่อนกินวิตามิน
- แม่นยำ ตรงจุด : แก้ปัญหาได้ถูกที่ เช่น บางคนเหนื่อยง่ายไม่ใช่เพราะพักผ่อนน้อย แต่เพราะขาดวิตามิน B หรือธาตุเหล็ก
- ประหยัดระยะยาว : ไม่ต้องเสียเงินซื้อวิตามินที่ไม่จำเป็นมากิน
- ปลอดภัย : มั่นใจได้ว่าปริมาณที่ได้รับ ไม่มากจนเป็นพิษต่อตับและไต
- สะดวก : ส่วนใหญ่มักจะรวมสิ่งที่ร่างกายต้องการไว้ในซองเดียว ทานง่ายขึ้น
ใครบ้างที่ควรตรวจ?
- ผู้ที่มีอาการเรื้อรังหาสาเหตุไม่ได้ : เช่น อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ผมร่วง ผิวแห้ง เป็นภูมิแพ้บ่อยๆ
- สายสุขภาพ (Active Lifestyle): คนออกกำลังกายหนัก ร่างกายต้องการแร่ธาตุมากกว่าคนปกติ
- ผู้ที่ทานอาหารเฉพาะกลุ่ม : เช่น มังสวิรัติ (Vegan) หรือคีโต (Keto) ซึ่งอาจขาดสารอาหารบางชนิด
- ผู้สูงอายุ : ที่การดูดซึมสารอาหารเริ่มลดลง
- ผู้ที่วางแผนจะมีบุตร : เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมที่สุด
สรุป
การกินวิตามินไม่ใช่แค่เทรนด์แฟชั่น แต่เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ การ “เจาะลึกก่อนกิน” ช่วยให้คุณลงทุนกับสุขภาพได้อย่างคุ้มค่า ไม่ต้องเสี่ยงเดาสุ่ม และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่อร่างกายของคุณเองครับ
ข้อคิด : อาหารหลัก 5 หมู่ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่วิตามินตามผลเลือดคือ “ตัวช่วย” ที่จะมาอุดรอยรั่วให้สุขภาพคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น





