โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ไขมันพอกตับ

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา
    อัปเดตเมื่อ: 19 พ.ค. 2568
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    แพ็คเกจคลอดเหมาจ่าย 2025
    ไขมันพอกตับ
    โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา
    อัปเดตเมื่อ: 19 พ.ค. 2568

    “ไขมันพอกตับ” โรคฮิตของคนยุคใหม่ที่ใครๆก็เป็นได้ (ภัยเงียบที่นำไปสู่มะเร็งตับ)

         โรคไขมันพอกตับ (Fatty liver disease) หรือไขมันเกาะตับ เป็นกลุ่มของโรคที่เกิดจากการสะสมไขมันในตับมากเกินปกติ โดยไขมันที่เข้าไปแทรกในตับนั้นมักเป็นชนิดไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งอาจจะเป็นเพียงภาวะไขมันสะสมอยู่ในเซลล์ตับหรือมีอาการอักเสบของตับร่วมด้วย ในปัจจุบันพบว่าโรคไขมันพอกตับนี้เป็นโรคตับที่พบบ่อยที่สุดถึงราวหนึ่งในสี่ของประเทศและเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่ทำให้ผลการตรวจการทำงานของตับผิดปกติ


    สาเหตุของโรคไขมันพอกตับ

         1. จากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ (Alcoholic fatty liver disease) ความรุนแรงของโรคจะขึ้นกับเพศ ประเภท ปริมาณ และระยะเวลาที่ดื่มแอลกอฮอล์

         2. ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ ( Non-alcoholic fatty liver disease) โดยเกิดจากปัจจัยเสี่ยงอื่น เช่น ภาวะอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome) โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง ไวรัสตับอักเสบบี/ซี ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาเคมีบำบัด ยาต้านไวรัสบางขนิด ยากลุ่มสเตียรอยด์ ยากลุ่มฮอร์โมน เป็นต้น


    ปัจจัยเสี่ยงหรือกลุ่มเสี่ยงที่อาจมีภาวะไขมันพอกตับ

    1. โรคอ้วน ผู้ชายที่รอบเอวเกิน 40 นิ้ว ผู้หญิงที่รอบเอวเกิน 35 นิ้ว น้ำหนักตัวมากเกิน (ดัชนีมวลกายมากกว่า 25-30)
    2. ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน /โรคไขมันในเลือดสูง / โรคความดันโลหิตสูง
    3. ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มาก
    4. ผู้ที่มีพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เครื่องดื่มหรือขนมที่มีรสหวาน
    5. ผู้ที่มีเอนไซม์ตับ (AST,ALT) สูงอย่างต่อเนื่องโดยไม่ทราบสาเหตุ


    อาการและอาการแสดง

         โดยทั่วไปโรคไขมันพอกตับไม่ทำให้เกิดอาการทางร่างกาย หรือหากมีอาการก็อาจเป็นอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจงมากพอที่จะบ่งบอกโรคได้ เช่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้เล็กน้อย รู้สึกตึงบริเวณใต้ชายโครงขวา ส่วนใหญ่การตรวจพบโรคไขมันพอกตับจึงมักพบเมื่อผู้ป่วยเข้ารับการเจาะเลือดตรวจสุขภาพประจำปี หรือตรวจทางการแพทย์ด้วยเหตุผลอื่นๆ แต่ถ้ากรณีผู้ป่วยที่มีตับแข็งแล้ว อาจตรวจพบลักษณะของโรคตับเรื้อรังร่วมด้วย

    การวินิจฉัยและติดตามโรคไขมันพอกตับ

    1.การตรวจเลือด

    • ดูการทำงานของตับว่ามีการอักเสบ (ค่า AST,ALT สูงกว่าปกติ)

    • เพื่อดูระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด และแยกโรคเพื่อหาสาเหตุอื่นของไขมันพอกตับ

    • ติดตามและประเมินความรุนแรงของโรคไขมันพอกตับผ่านการตรวจวิเคาระห์ Steato Test ซึ่งเป็นการตรวจวิเคราะห์สารชีวเคมีจากเลือดและประเมินร่วมกับอายุและเพศรวมทั้งส่วนสูงและน้ำหนักของผู้ป่วย โดยใช้ security algorithms ซึ่งมีความแม่นยำสูง รายงานผลเป็น Steato Test Score เพื่อประเมินภาวะไขมันพอกตับ ทำให้เห็นความแตกต่างในการตรวจติดตามเป็นตัวเลขทำให้เห็นความชัดเจนมากขึ้น

    2.การตรวจภาพรังสีวินิจฉัย เช่น ตรวจอัลตร้าซาวนด์ ตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

    3.การเจาะชิ้นเนื้อตับมาตรวจ เพื่อดูปริมาณไขมันและการอักเสบรวมถึงระดับพังผืดในตับ

    4.การตรวจ Fibro scan เพื่อตรวจระดับความแข็งของตับและวัดปริมาณไขมันในตับด้วยเครื่อง โดยที่ผู้ป่วยไม่เจ็บตัว (อ่านเพิ่มเติมการตรวจ Fibro scan)

    เมื่อเป็นโรคไขมันพอกตับ จะเกิดผลเสียอย่างไร

         ถ้ามีภาวะไขมันพอกตับเป็นเวลานานจะทำให้เกิดการตายของเซลล์ตับ เมื่อการตายนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานๆ เนื้อตับจะถูกแทนที่ด้วยพังผืดหรือแผลเป็น จนอาจเกิดตับแข็งในที่สุด หากโรคยังดำเนินต่อไปอาจเกิดภาวะตับวายหรือมะเร็งตับได้

    แนวทางการรักษาและป้องกันภาวะไขมันพอกตับ

    1. ควบคุมน้ำหนักโดยให้น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และไม่ควรลดน้ำหนักเร็วเกินไป โดยการลดน้ำหนักลงควรให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย เช่น 0.25-0.5 กิโลกรัม/สัปดาห์
    2. ออกกำล้งกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน ครั้งละ 30 นาที หรือ 150-200 นาทีต่อสัปดาห์ หากเป็นไปได้ควรออกกำลังกายทั้งแบบแอโรบิกและแบบมีแรงต้าน เช่น เดินเร็วครึ่งชั่วโมงแล้วตามด้วยการยกน้ำหนักแบบแรงกระแทกต่ำ
    3. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการที่มีไขมันต่ำ กากใยสูง และให้พลังงานต่ำ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันหรือคาร์โบไฮเดรตจำนวนมาก
    4. ผู้ที่เป็นเบาหวานหรือภาวะไขมันในเลือดสูง ควรควบคุมโรคดังกล่าวอย่างเต็มที่
    5. หลีกเลี่ยงรับประทานยาหรืออาหารเสริมที่นอกเหนือจากที่แพทย์สั่ง
    6. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    7. ตรวจสุขภาพเป็นประจำ

     

    ข้อมูลติดต่อ

    โทร. 044-015-999 หรือ โทร. 1719

    วันและเวลาทำการ วันจันทร์–วันอาทิตย์ เวลา 08.00-20.00 น.
    สถานที่ตั้ง ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ ชั้น 4 โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็คเกจคลอดเหมาจ่าย 2025แพ็คเกจคลอดเหมาจ่าย 2025
    แพ็คเกจคลอดเหมาจ่าย 2025

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ภาวะมดลูกแยกและมดลูกแตก Image
    ภาวะมดลูกแยกและมดลูกแตก
    PM2.5 ฝุ่นเล็ก…แต่ผลกระทบไม่เล็ก Image
    PM2.5 ฝุ่นเล็ก…แต่ผลกระทบไม่เล็ก
    การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจาก "อุบัติเหตุหมู่และอาคารถล่ม" Image
    การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจาก "อุบัติเหตุหมู่และอาคารถล่ม"
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ