โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    พลิกโฉมการผ่าตัดข้อเข่าเทียม ด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต

    8 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
    อัปเดตเมื่อ: 03 ธ.ค. 2568
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    โปรแกรมตรวจ MRI เข่า และ ไหล่
    Package Image
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง ราคาสบายกระเป๋า
    Package Image
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง นอกเวลาทำการ
    พลิกโฉมการผ่าตัดข้อเข่าเทียม ด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
    โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
    อัปเดตเมื่อ: 03 ธ.ค. 2568

    การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมีการพัฒนาและใช้กันมาอย่างยาวนานเกือบ 50 ปี โดยผลการรักษาโดยรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี มีอัตราการคงอยู่ของข้อเข่าเทียมประมาณ 90–95% ในช่วงเวลา 10–15 ปี อย่างไรก็ดี ยังมีผู้ป่วยบางส่วนราว 20% ที่รู้สึกไม่พึงพอใจหลังจากการผ่าตัด 

    มีความพยายามในการค้นหาสาเหตุของความไม่พึงพอใจดังกล่าว โดยเชื่อว่าอาจเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการวางตำแหน่งของข้อเข่าเทียม และการประเมินความสมดุลของช่องว่างในข้อเข่าในขณะงอและเหยียดเข่าที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ อาจเกิดจากการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อรอบข้อเข่าโดยไม่จำเป็นจากการใช้ใบเลื่อย ทั้งหมดนี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่พึงพอใจหลังการผ่าตัด 

    คอมพิวเตอร์นำร่องช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Computer-assisted Surgery Total Knee Arthroplasty; CAS-TKA หรือ Computer-Navigated Total Knee Arthroplasty) 

    ต่อมาได้มีการพัฒนาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมโดยใช้คอมพิวเตอร์นำร่องช่วยผ่าตัด หรือ CAS-TKA ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้คอมพิวเตอร์รับข้อมูลเกี่ยวกับข้อเข่าของผู้ป่วย เพื่อช่วยวางแผนและดำเนินการผ่าตัด โดยวิธีการรับข้อมูลสามารถทำได้ 3 วิธี ได้แก่: 

    1. การทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ก่อนการผ่าตัด 
    2. การรวบรวมข้อมูลจากข้อเข่าระหว่างการผ่าตัดโดยใช้เครื่อง Fluoroscopy 
    3. การใช้อุปกรณ์ระบุตำแหน่งกายวิภาคของข้อเข่าเฉพาะราย เพื่อสร้างภาพจำลองในระบบคอมพิวเตอร์โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ 
    1.  

    เมื่อได้ข้อมูลทางกายวิภาคของข้อเข่าผู้ป่วยแล้ว คอมพิวเตอร์จะประมวลผลและทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยในการให้คำแนะนำแก่ศัลยแพทย์ ทั้งในการตัดกระดูก การเลือกตำแหน่งวางข้อเทียม และการประเมินความสมดุลของช่องว่างในข้อเข่าเวลางอหรือเหยียด 

    อย่างไรก็ตาม การตัดกระดูกและการวางข้อเทียมยังคงเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์เพียงผู้เดียว โดยคอมพิวเตอร์จะไม่มีส่วนในการควบคุมหรือยับยั้งการตัด จึงยังมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาด เช่น การตัดไม่แม่นยำ หรือการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อภายในข้อเข่าโดยไม่จำเป็น 

    หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Robotic-assisted Total Knee Arthroplasty)

    การมาของหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ถือเป็นการพัฒนาต่อยอดจากระบบ CAS-TKA โดยไม่ได้เป็นเพียงผู้ช่วยให้ข้อมูล แต่ทำหน้าที่ควบคุมการตัดกระดูกของศัลยแพทย์ให้เป็นไปตามแบบจำลองข้อเข่า 3 มิติที่ได้จากการประมวลผลข้อมูลเฉพาะรายของผู้ป่วย 

    หุ่นยนต์ไม่สามารถตัดกระดูกหรือทำงานได้ด้วยตัวเอง ต้องได้รับคำสั่งจากศัลยแพทย์ (ผ่านการกดปุ่มควบคุม) จึงจะเริ่มทำงาน หากหัวตัดไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่กำหนดไว้สำหรับการตัดกระดูก ระบบจะไม่ทำงาน แม้ว่าศัลยแพทย์จะสั่งก็ตาม ในทางกลับกัน หากหัวตัดอยู่ในตำแหน่งที่ต้องตัด แต่ศัลยแพทย์ยังไม่สั่งการ เครื่องก็จะยังไม่เริ่มตัดเช่นกัน 

    ดังนั้น การตัดหรือเจียกระดูกจึงเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างศัลยแพทย์และหุ่นยนต์ โดยมีระบบกำหนดขอบเขตการตัดที่แม่นยำระดับต่ำกว่ามิลลิเมตร ทำให้สามารถวางข้อเข่าเทียมได้อย่างพอดี ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อรอบข้อเข่า ซึ่งมักเกิดจากความคลาดเคลื่อนของเครื่องมือในวิธีผ่าตัดแบบเดิม

    ขั้นตอนการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม 

    ในปัจจุบัน การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดข้อเข่าเทียมมีรายละเอียดทางเทคนิคที่แตกต่างกันไปในแต่ละบริษัทผู้ผลิต อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนหลักโดยทั่วไปมี 5 ขั้นตอน ได้แก่: 

    1. การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

    ในส่วนของผู้ป่วย จะมีการตรวจสุขภาพร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการผ่าตัด ส่วนศัลยแพทย์จะทำการถ่ายภาพรังสี เช่น X-ray หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ซึ่งข้อมูลที่ได้จะนำไปสร้างภาพจำลอง 3 มิติของข้อเข่า จากนั้นใช้จำลองนี้ในการวางแผนผ่าตัด เช่น การจำลองการตัดกระดูกผิวข้อ การเลือกขนาดและตำแหน่งของข้อเทียม รวมถึงการประเมินความสมดุลของเนื้อเยื่อรอบข้อเข่าเบื้องต้น

    2. ในระหว่างการผ่าตัด

    2.1 การเตรียมข้อเข่าก่อนเริ่มใช้ระบบหุ่นยนต์

    หลังจากผู้ป่วยได้รับการระงับความรู้สึกโดยวิสัญญีแพทย์ ซึ่งอาจเป็นการดมยาสลบหรือฉีดยาระงับความรู้สึกทางไขสันหลัง จะเริ่มขั้นตอนการเตรียมพื้นที่ผ่าตัด เช่น การทำความสะอาดบริเวณที่จะผ่าตัด เหมือนกับการผ่าตัดข้อเข่าแบบทั่วไป จากนั้นศัลยแพทย์จะทำการเปิดแผลให้ถึงผิวข้อ และเตรียมพื้นผิวในและรอบข้อเข่าให้พร้อมสำหรับการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด 

    2.2 การระบุตำแหน่งสร้างภาพเสมือนจริง ขั้นตอนนี้จะเริ่มจากการติดตั้งอุปกรณ์ที่ยึดกับกระดูกเพื่อระบุตำแหน่ง (Trackers)* 

    *อุปกรณ์ที่ยึดกับกระดูกเพื่อระบุตำแหน่ง (Tracker) จะทำหน้าที่เป็นตัวระบุจุดอ้างอิงของข้อเข่า เปรียบเสมือนระบบ GPS ในรถยนต์ที่ใช้บอกตำแหน่งว่าเราอยู่ตรงไหนบนแผนที่ อย่างไรก็ตาม ความแม่นยำของ GPS ในรถยนต์อาจคลาดเคลื่อนได้ในระดับหลายเมตร ในขณะที่ Tracker ที่ใช้ในหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมีความแม่นยำสูงมาก โดยมีความคลาดเคลื่อนน้อยกว่า 1 มิลลิเมตร 

    หลังจากนั้น ศัลยแพทย์จะทำการระบุตำแหน่งต่าง ๆ ของข้อเข่า ข้อสะโพก และข้อเท้า เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถสร้างภาพจำลองสามมิติของข้อเข่าได้ โดยอ้างอิงจากตำแหน่งของ Tracker ที่ติดตั้งไว้

    การลงทะเบียนกับคอมพิวเตอร์ตามตำแหน่งกระดูกต่างๆอย่างละเอียดเพื่อให้คอมพิวเตอร์สร้างภาพจำลอง3มิติเฉพาะของผู้ป่วย และยังสามารถประเมินช่องว่างความตึงหย่อนของข้อเข่าออกมาเป็นตัวเลขได้ เมื่อได้ข้อมูลต่างๆ
    ศัลยแพทย์จะทำการวิเคราะห์ภาพ 3 มิติและวางแผนการผ่าตัดจากข้อมูลที่ได้จากคอมพิวเตอร์ ในการเลือกขนาดข้อเทียม ตำแหน่ง และองศาของการวางข้อเทียม ขนาดช่องว่างของข้อเข่าที่เป็นผลลัพธ์จากการวางแผน

    ศัลยแพทย์จะเริ่มประมวลผลข้อมูล วางแผนและจำลองในการเลือกขนาด ตำแหน่งของข้อเทียม ความตึงหย่อนของข้อ จนได้สิ่งที่สมบูรณ์ทีสุดสำหรับผู้ป่วย จึงส่งแผนสุดท้ายนี้ให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลสร้างภาพในการตัดหรือ เจียกระดูกในขั้นต่อไป

    3. การเตรียมพื้นผิวข้อเข่าด้วยหุ่นยนต์

    ในขั้นตอนนี้จะใช้ระบบแบบ Semi-Active System ซึ่งหมายความว่า แม้ว่าแขนกลของหุ่นยนต์จะเป็นผู้ดำเนินการตัดหรือเจียกระดูก แต่ศัลยแพทย์จะเป็นผู้ควบคุมการเคลื่อนไหวและการวางตำแหน่งของแขนหุ่นยนต์ตลอดเวลา

    เมื่อแขนของหุ่นยนต์อยู่ในตำแหน่งที่ตรงกับภาพจำลองเสมือนสามมิติที่ได้จากการวางแผนล่วงหน้า ระบบจึงจะอนุญาตให้ทำการตัดกระดูกได้

    จากนั้นจึงเริ่มการผ่าตัดตัดและเจียกระดูก โดยที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตใช้แขนหุ่นแบบ mobile ในระบบ CORI Surgical System ของ บริษัท Smiths+Nephew ซึ่งมีข้อดีคือมีความยึดหยุ่นเข้าถึงทุกพื้นที่แม้ในพื้นที่เล็ก เป็นซอกมุม ทำให้แผลเล็ก

    การที่หุ่นยนต์จะเริ่มทำการเจียกระดูกได้นั้น ศัลยแพทย์จะต้องกดปุ่มเพื่ออนุญาตให้ระบบทำการเจียในตำแหน่งที่กำหนดไว้ แต่หากตำแหน่งนั้นไม่ใช่บริเวณที่ได้วางแผนไว้สำหรับการตัดหรือเจียกระดูก ระบบจะไม่ทำงาน แม้ว่าศัลยแพทย์จะกดอนุญาตแล้วก็ตาม

    ด้วยเหตุนี้ การทำงานของแขนกลหุ่นยนต์จึงเกิดขึ้นเฉพาะในบริเวณที่ได้รับการวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ ทำให้พื้นผิวกระดูกที่เตรียมไว้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับขนาดของข้อเข่าเทียมที่วางแผนไว้

    จากนั้นจะมีการทดสอบโดยการใส่ข้อเทียมจำลองที่มีขนาดเท่ากับของจริง เพื่อประเมินความมั่นคง และตรวจสอบระดับความตึงหรือความหย่อนของข้อเข่า ก่อนทำการปรับแต่งให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

    เมื่อตัดเสร็จแล้วจะทำการจำลองการใส่ข้อเทียมด้วยตัวทดลอง และตรวจความสมดุลของช่องว่างระหว่างเข่าว่าเป็นอย่างสมดุลเป็นธรรมชาติ และไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของช่องว่างที่ผิดปกติ

    4. การวางข้อเทียมที่จะใช้จริง

    หลังจากการทดสอบด้วยข้อเทียมจำลอง (ที่มีขนาดเท่ากับของจริง) ให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจแล้ว ศัลยแพทย์จะถอดข้อเทียมจำลองออก และทำความสะอาดพื้นผิวกระดูก รวมถึงภายในข้อเข่าให้เรียบร้อย

    จากนั้นจะทำการใส่ข้อเข่าเทียมตัวจริงเข้ากับพื้นผิวกระดูกที่ได้เตรียมไว้ โดยยึดข้อเทียมอย่างแน่นหนาให้เข้ากับตำแหน่งที่กำหนด เพื่อให้ข้อเทียมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับโครงสร้างทางกายวิภาคของผู้ป่วยมากที่สุด

    เมื่อตัดเสร็จแล้วจะทำการจำลองการใส่ข้อเทียมด้วยตัวทดลอง และตรวจความสมดุลย์ของช่องว่างระหว่างเข่าว่าเป็นอย่างสมดุลย์เป็นธรรมชาติ และไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของช่องว่างที่ผิดปกติ

    ระหว่างข้อเทียมและพื้นผิวที่เตรียมไว้ด้วยซีเมนต์ทางการแพทย์ที่ใช้ยึดกระดูก จากนั้นจะทำความสะอาดภายในข้ออีกครั้งจากนั้นจึงทำการปิดแผลผ่าตัด

    5. การพักฟื้นหลังการผ่าตัด

    5.1 ทันทีหลังการผ่าตัด

    ผู้ป่วยจะได้รับการประคบเย็นบริเวณรอบเข่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถเริ่มเคลื่อนไหวข้อเข่าที่ผ่าตัดได้ภายใน 24 ชั่วโมง โดยจะได้รับการระงับปวดตามเทคนิคของแต่ละโรงพยาบาล

    5.2 การทำกายภาพบำบัด

    จะเริ่มในวันถัดไปหลังการผ่าตัด โดยผู้ป่วยจะเริ่มเคลื่อนไหวข้อเข่า นั่งข้างเตียง ยืน และเริ่มเดินลงน้ำหนักด้วยอุปกรณ์ช่วยเดิน

    หลังจากผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ผู้ป่วยสามารถเดินลงน้ำหนักบนข้อเข่าเทียมได้ตามปกติ เมื่อศัลยแพทย์ประเมินแล้วว่าผู้ป่วยสามารถเดินได้ดี มีพิสัยการงอเข่าเกิน 90 องศา และไม่มีอาการผิดปกติที่สำคัญ (แม้อาจมีอาการปวดแผลเล็กน้อย) จึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ โดยทั่วไปจะนอนพักรักษาในโรงพยาบาลประมาณ 3–4 วัน

    ข้อดีของการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

    1. ตำแหน่งการวางข้อเทียมแม่นยำสูง ทำให้ข้อเทียมตรงกับแนวรับน้ำหนักของข้อเข่าในเชิงกลศาสตร์ (Mechanical Axis)
    2. ความสมดุลของข้อเข่าหลังผ่าตัดดีเยี่ยม เนื่องจากระบบสามารถประเมินและแสดงค่าความตึง-หย่อนของช่องว่างข้อในทุกองศาการเคลื่อนไหว ทำให้ศัลยแพทย์สามารถปรับแผนผ่าตัดให้ได้ความสมดุลดีที่สุด
    3. อายุการใช้งานของข้อเทียมนานขึ้น เมื่อข้อเทียมถูกวางในตำแหน่งที่ถูกต้องตามแนวรับน้ำหนัก ประกอบกับความสมดุลของเนื้อเยื่อที่เหมาะสม จะส่งผลให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวได้เป็นธรรมชาติ ไม่ตึงหรือหลวมเกินไป อาการปวดหลังผ่าตัดลดลง และผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
    4. ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและเส้นเอ็นภายในเข่า เมื่อเปรียบเทียบกับการผ่าตัดแบบเดิม
    5. ระบบช่วยประเมินจุดบกพร่องได้อย่างละเอียด เนื่องจากหุ่นยนต์มีข้อมูลรายละเอียดของข้อเข่าหลายด้าน แม้มีจุดคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย ระบบก็สามารถตรวจจับและแจ้งเตือนให้ศัลยแพทย์ปรับแผนการผ่าตัดได้อย่างแม่นยำ รวมถึงสามารถตรวจสอบผลการตัดและใส่ข้อเทียมจำลองได้ก่อนใส่ของจริง ทำให้ศัลยแพทย์สามารถดำเนินการตามแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย โดยมีระบบคอมพิวเตอร์ช่วยยืนยันด้วยข้อมูลตัวเลขที่ชัดเจน

    การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม: จากอดีต สู่การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตในปัจจุบัน ปัจจุบัน โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตมีบริการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมโดยใช้ทั้งวิธีดั้งเดิมที่อาศัยเครื่องมือมาตรฐาน และวิธีล้ำสมัยโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยในการผ่าตัด เพื่อเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพของการรักษา

    การผ่าตัดด้วยเครื่องมือมาตรฐานในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมด้วยวิธีมาตรฐาน ผู้ป่วยจะได้รับการถ่ายภาพรังสีแบบเต็มขา (Full Leg Film) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ข้อสะโพกจนถึงข้อเท้า ภาพรังสีนี้จะใช้สำหรับวางแผนการผ่าตัด โดยศัลยแพทย์จะประเมินทิศทางของแนวแรง แนวที่ต้องตัดกระดูก และความหนาของกระดูกที่จะตัดอย่างละเอียดในระดับมิลลิเมตร

    เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการผ่าตัด เครื่องมือจะช่วยศัลยแพทย์ในการตัดกระดูกตามแนวที่วางแผนไว้ ความหนาของกระดูกที่ตัดออกจริงควรใกล้เคียงกับค่าที่คาดการณ์ไว้มากที่สุด เพื่อให้การวางข้อเข่าเทียมมีความแม่นยำและสอดคล้องกับสรีรวิทยาของผู้ป่วย วิธีการนี้ถือเป็นวิธีที่มีความแม่นยำและให้ผลลัพธ์ที่ดีในการผ่าตัดข้อเข่าเทียม

    (ภาพซ้าย) ภาพ full leg film เพื่อใช้วางการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเที่ยม (ภาพขวา)จากภาพ full leg film จะนำมาคำนวณทิศทางแนวการตัดที่ตั้งฉากกับแนวแรงลงน้ำหนัก  เพื่อให้ได้เข่าที่ตรงและแนวลงน้ำหนักผ่านกลางที่สะโพก เข่าและข้อเท้า

    อย่างไรก็ตาม ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมและโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ต่างตระหนักดีถึงความต้องการของผู้ป่วยที่มุ่งหวังผลการรักษาที่ดีที่สุด

    โรงพยาบาลฯ จึงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมการผ่าตัดข้อเข่าเทียมอย่างต่อเนื่อง โดยในอดีต ได้ริเริ่มใช้เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์นำร่องในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า (Computer-Assisted Total Knee Replacement: Navigation Guide) มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรักษา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 (ค.ศ. 2017) ซึ่งเป็นความร่วมมือกับบริษัท Johnson & Johnson

    เทคโนโลยีนี้ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวางตำแหน่งข้อเทียม และสนับสนุนให้ศัลยแพทย์สามารถวางแผนการผ่าตัดได้ตรงตามแนวกลไกของข้อเข่ามากยิ่งขึ้น

    Computer-Assisted Surgery Total Knee Arthroplasty (CAST-TKA) with Pinless CAS in 2017

    ในเวลาต่อมา โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตได้พัฒนาก้าวสู่การใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม โดยความร่วมมือกับบริษัท Smith+Nephew ได้นำระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่มีชื่อว่า CORI Surgical System มาใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 (ค.ศ. 2023) จนถึงปัจจุบัน

    ผลการรักษาด้วยระบบ CORI เป็นที่น่าพึงพอใจอย่างมาก ผู้ป่วยสามารถเริ่มเดินได้ตั้งแต่วันแรกหลังการผ่าตัด และกลับมาเดินได้ตามปกติโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน ภายในระยะเวลาเพียง 1–2 เดือน

    Robotic assisted Total Knee Arthroplasty with CORI Surgical System
    การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมด้วยหุ่นยนต์ที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต เริ่มผ่าตัดครั้งแรกตั้งแต่ปี 2023 จนถึงปัจจุบัน ผู้ป่วยทุกรายสามารถเดินได้หลังผ่าตัดในวันแรก และสามารถเดินได้โดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยเดินภายใน 1-2 เดือน

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ทางกระดูกและข้อ

    ชั้น 1

    ศูนย์กระดูกและข้อ
    เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 – 17.00 น.
    หลังเวลา 17.00 น. รับบริการได้ที่ ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน

    สถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพภูเก็ต
    เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 – 16.00 น.
    รับบริการได้ที่ศูนย์กระดูกและข้อ

    ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและการผ่าตัดส่องกล้องในข้อ
    เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 – 16.00 น.

    076 254 425 ต่อ 3744, 8335, 1094

    [email protected]

    @phukethospital

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    โปรแกรมตรวจ MRI เข่า และ ไหล่โปรแกรมตรวจ MRI เข่า และ ไหล่
    โปรแกรมตรวจ MRI เข่า และ ไหล่

    10,500 - 10,560 บาท

    รายละเอียด
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง ราคาสบายกระเป๋าโปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง ราคาสบายกระเป๋า
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง ราคาสบายกระเป๋า

    10,560 - 17,445 บาท

    รายละเอียด
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง นอกเวลาทำการโปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง นอกเวลาทำการ
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง นอกเวลาทำการ

    4,900 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    Fast Recovery with Direct Anterior Approach Total Hip Replacement at Bangkok Hospital Phuket Image
    Fast Recovery with Direct Anterior Approach Total Hip Replacement at Bangkok Hospital Phuket
    ผลลัพธ์หลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกด้วยเทคนิค DAA (Direct Anterior Approach): ฟื้นตัวเร็ว เจ็บน้อย กลับมาเดินได้ภายใน 2 สัปดาห์ Image
    ผลลัพธ์หลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกด้วยเทคนิค DAA (Direct Anterior Approach): ฟื้นตัวเร็ว เจ็บน้อย กลับมาเดินได้ภายใน 2 สัปดาห์
    ปวดหลังส่วนล่าง Image
    ปวดหลังส่วนล่าง
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ