โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    สมาร์ทไลฟ์ : เทคนิครักษาริดสีดวงแบบเจ็บน้อย "Radio Frequency Coagulation"

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    ศ.(พิเศษ) ดร. นพ. อัฑฒ์ หิรัณยากาศ

    โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์

    อัปเดตเมื่อ: 17 พ.ย. 2568
    Adjunct Prof. Dr. Art Hiranyakas
    ศ.(พิเศษ) ดร. นพ. อัฑฒ์ หิรัณยากาศ
    โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    โปรแกรมตรวจ MRI เข่า และ ไหล่
    สมาร์ทไลฟ์ : เทคนิครักษาริดสีดวงแบบเจ็บน้อย "Radio Frequency Coagulation"
    โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
    อัปเดตเมื่อ: 17 พ.ย. 2568

    เมื่อพูดถึง “ริดสีดวง” เชื่อว่าสำหรับหลายคนแล้วอาจไม่ใช่เรื่องไกลตัว โดยเฉพาะคนที่มีอาการท้องผูกหรือท้องเสียบ่อย ๆ มักจะมีปัญหาเรื่องของริดสีดวงตามมาอยู่บ่อย ๆ เช่นเดียวกัน

    ศ.(พิเศษ) ดร.นพ.อัฑฒ์ หิรัณยากาศ ศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ผอ.คลินิกศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า ริดสีดวงทวารหนัก คือกลุ่มหลอดเลือดบริเวณทวารหนักที่โป่งพอง ซึ่งจัดเป็นอวัยวะของร่างกายมนุษย์ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ริดสีดวงทวารหนักภายใน (internal hemorrhoid) และริดสีดวงทวารหนักภายนอก (external hemorrhoid) โดยทั่วไปริดสีดวงทวารหนักมีหน้าที่ช่วยในการกลั้นอุจจาระและช่วยรับความรู้สึกบริเวณทวาร หนัก ริดสีดวงทวารหนักเองอาจเป็นต้นเหตุของปัญหาสุขภาพอันไม่พึงประสงค์ได้ ทั้งนี้ หากมีแรงดันเพิ่มขึ้นบริเวณทวารหนักที่อาจเกิดจากภาวะท้องผูก ท้องเสีย นั่งห้องน้ำนาน ยกของหนัก หรือการตั้งครรภ์

    “คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า ริดสีดวง คือโรค แต่จริง ๆ แล้ว ริดสีดวงไม่ใช่โรค แต่เป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกาย มีหน้าที่ในการช่วยกลั้นอุจจาระ และรับประสาทสัมผัสที่ทวารหนัก ถ้าไม่มีริดสีดวง เวลาที่เกิดอาการท้องเสีย จะทำให้กลั้นอุจจาระได้ไม่ดี” คุณหมออัฑฒ์ บอก

    ศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก บอกว่า อาการผิดปกติที่เกิดจากริดสีดวงทวารหนักอาจพบได้ตั้งแต่รู้สึกไม่สุขสบายบริเวณทวารหนัก คลำได้ก้อน อาการปวด คัน หรืออาจมีเลือดสดติดกระดาษชำระขณะเช็ดทำความสะอาด พบเลือดในโถส้วม หรือมีเลือดเคลือบอุจจาระ ซึ่งการรักษาริดสีดวงนั้น ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค ที่ผ่านมา หลัก ๆ มีอยู่ 2 วิธี คือ รักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งทำได้หลายวิธี เช่น การแช่ทวารหนักด้วยน้ำสะอาด ทาครีมหรือเหน็บยา การใช้ยางรัด การเย็บเก็บเข้าที่ การฉีดยาหรือรักษาโดยใช้พลังงานความร้อน อย่างเช่นเลเซอร์ เพื่อทำให้ริดสีดวงฝ่อหรือเล็กลงไป กับอีกวิธีคือการรักษาด้วยการผ่าตัด

    แต่ปัจจุบัน เทคโนโลยีการรักษาริดสีดวงพัฒนาไปมาก คุณหมออัฑฒ์บอกว่า มีการนำเทคนิค Radio Frequency Coagulation ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัย และ เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการแพทย์ เช่น นำมาใช้เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักในกลุ่มคนไข้ที่มีปัญหาการกลั้นอุจจาระ ในขณะที่รังสีแพทย์อาจใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อรักษาคนไข้ที่เป็นมะเร็งในตับ มาประยุกต์ใช้ในการรักษาริดสีดวง โดยใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับคลื่นความถี่สูง ที่เรียกว่า Radio Frequency หรือ RF จี้ไปที่ก้อนริดสีดวง เพื่อทำให้ก้อนฝ่อลง

    การรักษาด้วยวิธีนี้ ไม่ใช่เลเซอร์แต่ทันสมัยกว่าเลเซอร์ การรักษาได้ผลดี คนไข้เจ็บน้อยมากหรือแทบไม่เจ็บเลย ภายหลังการรักษา สามารถกลับบ้านได้โดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล หรือที่เรียกว่า Day Surgery

    นอกจากริดสีดวงแล้ว อีกโรคที่ต้องระวังและมีอาการเบื้องต้นคล้าย ๆ กับริดสีดวง ก็คือโรคมะเร็งลำไส้ตรง หรือ rectal cancer ซึ่งเป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ผู้ป่วยจะมีอาการถ่ายอุจจาระมีเลือดปนคล้ายกับอาการของริดสีดวงมาก หากเป็นมากอาจมีก้อนอุจจาระขนาดเล็กลง ท้องผูก รู้สึกถ่ายอุจจาระไม่สุด อาจมีอาการท้องผูกสลับกับท้องเสีย ปวดท้องน้อย อ่อนเพลีย น้ำหนักลด” นพ.อัฑฒ์ บอก พร้อมกับให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจัยเสี่ยงที่อาจพบได้สำหรับโรคมะเร็งชนิดนี้ อาทิ ความเสี่ยงทางพันธุกรรม อายุมากกว่า 45 ปี หรือมากกว่า 50 ปี โรคอ้วน ชอบรับประทานอาหารมัน เนื้อแดง หรือผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ดื่มแอลกอฮอล์ ฯลฯ

    การวินิจฉัยโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมีความสำคัญมากในการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เช่น ถ้าสังเกตเห็นว่ามีเลือดออกปนมากับอุจจาระ ถ่ายเป็นเลือด ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ซึ่งโดยทั่วไปแพทย์จะทำการตรวจร่างกายและทวาร หนัก เมื่อพบก้อนเนื้อผิดปกติจะส่งพิสูจน์โดยการตัดชิ้นเนื้อ หากยืนยันว่าเป็นมะเร็ง แพทย์จะประเมินระยะของโรคด้วยภาพถ่ายรังสี และวางแผนการรักษา โดยทีมแพทย์เฉพาะทางสหสาขา ทั้งศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก รังสีแพทย์ แพทย์รังสีรักษา อายุรแพทย์มะเร็ง และพยาธิแพทย์ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ตรงด้วยการฉายรังสีร่วมกับการรักษาด้วยเคมีบำบัดอย่างเหมาะสมก่อนการผ่าตัดรักษา จะช่วยลดขนาดของก้อนมะเร็ง และเพิ่มโอกาสในการผ่าตัดรักษามะเร็งลำไส้ตรง ด้วยเทคนิคผ่าตัดแผลเล็กและสามารถเก็บกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก ที่เรียกว่า Sphincter Saving Surgery ได้

    สำคัญที่สุด คือการมาพบแพทย์และเข้ารับการตรวจอย่างเหมาะสม จะช่วยให้สามารถแยกแยะได้ระหว่างอาการของริดสีดวงทวารหนัก (hemorrhoid) และมะเร็งลำไส้ตรง (rectal cancer) เพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสมต่อไป

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    ศ.(พิเศษ) ดร. นพ. อัฑฒ์ หิรัณยากาศ

    ศัลยศาสตร์

    ศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

    ศ.(พิเศษ) ดร. นพ. อัฑฒ์ หิรัณยากาศ

    ศัลยศาสตร์

    ศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
    Doctor profileDoctor profile

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    โปรแกรมตรวจ MRI เข่า และ ไหล่โปรแกรมตรวจ MRI เข่า และ ไหล่
    โปรแกรมตรวจ MRI เข่า และ ไหล่

    10,500 - 10,560 บาท

    รายละเอียด
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง ราคาสบายกระเป๋าโปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง ราคาสบายกระเป๋า
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง ราคาสบายกระเป๋า

    10,560 - 17,445 บาท

    รายละเอียด
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง นอกเวลาทำการโปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง นอกเวลาทำการ
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง นอกเวลาทำการ

    4,900 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    การรักษานิ่วในไตและในท่อไต Image
    การรักษานิ่วในไตและในท่อไต
    Proton Pump Inhibitors (PPIs) Image
    Proton Pump Inhibitors (PPIs)
    Statin Myopathy Risk Panel Image
    Statin Myopathy Risk Panel
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ