โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    โรคกระดูกพรุนคืออะไร ?

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
    อัปเดตเมื่อ: 03 ต.ค. 2568
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    โปรแกรมตรวจ MRI เข่า และ ไหล่
    Package Image
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง ราคาสบายกระเป๋า
    Package Image
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง นอกเวลาทำการ
    โรคกระดูกพรุนคืออะไร ?
    โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
    อัปเดตเมื่อ: 03 ต.ค. 2568

    โรคกระดูกพรุนคืออะไร ?

    โรคที่ทำให้มวลกระดูก และคุณภาพในกระดูกลดลงเรื่อย ๆ จนกระดูกเปราะและหักง่าย โรคกระดูกพรุนมักเกิดขึ้นโดยผู้ป่วยไม่รู้ตัว เพราะไม่สามารถรู้สึกได้ว่ากระดูกของตนบางลง โรคกระดูกพรุนจัดเป็นโรคร้ายแรง และมิได้เป็นอาการของความถดถอยของร่างกายเนื่องจากความชราตามปกติ จริงอยู่ที่โรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมได้โดยการเฝ้าระวัง และติดตามอาการของโรคอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้กระดูกแตกหรือหัก

    อาการ

    โรคกระดูกพรุนส่งผลให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลงจึงเปราะและหักง่าย ซึ่งอาการเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นในกระดูกที่มีสภาพปกติ ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนอาจไม่พบอาการใด ๆ เลย จนกระทั่งมีกระดูกแตกหรือหักขึ้นมา ดังนั้นผู้ป่วยโรคนี้จึงอาจไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังป่วยด้วยโรคกระดูกพรุนอยู่จนกระทั่งกระดูกแตกหรือหัก หรือตรวจพบความหนาแน่นของมวลกระดูกต่ำ นอกจากนี้ผู้ป่วยที่มีกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน ยังมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดกระดูกหักซ้ำอีกครั้ง

    โรคกระดูกพรุน

    สาเหตุของโรค

    สำหรับผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน ปัจจัยต่าง ๆ ต่อไปนี้ จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดกระดูกแตกหักจากโรคกระดูกพรุน

    • อายุ ความเสี่ยงที่จะเกิดกระดูกแตกหักจากโรคกระดูกพรุน มีอัตราความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ตามวัยที่สูงขึ้น
    • ประวัติของการเกิดกระดูกสะโพกหัก เมื่อกระดูกแตกหรือหักไปแล้วครั้งหนึ่ง ก็จะเพิ่มความเสี่ยงที่กระดูกจะแตกหรือหักซ้ำอีกครั้ง
    • ความหนาแน่นของมวลในกระดูกต่ำ (BMD) วัดจากค่า T-Score การตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก (BMD) ทำได้โดยใช้เครื่อง โดยผลการตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก (BMD) จะแปลผลเป็นค่า T-Score ซึ่งค่านี้จะช่วยให้แพทย์ประเมินความรุนแรงของโรคกระดูกพรุนได้อย่างถูกต้อง โดยค่า BMD ที่ได้จะถูกนำมาเปรียบเทียบกับค่า BMD เฉลี่ยของวัยรุ่น สำหรับผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนจะมีค่า T-Score -2.5 หรือต่ำกว่า ยิ่งค่า T-Score มีค่าต่ำเท่าใด ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดกระดูกแตกหักจากโรคกระดูกพรุนมากขึ้นเท่านั้น

    โรคกระดูกพรุน

    กระดูกแตกหรือหักเกิดขึ้นได้อย่างไร ?

    อาการของโรคกระดูกพรุนจะยิ่งลุกลามตามวัยที่มากขึ้น จนกระทั่งกระดูกของผู้ป่วยเปราะจนสามารถแตกหรือหักได้ ในขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เคยชินในชีวิตประจำวัน เช่น การเอื้อมไปหยิบขวดนมในตู้เย็นผิดท่า ก็สามารถส่งผลให้กระดูกสันหลังแตกยุบได้ การถือถุงช้อปปิ้งจากซูเปอร์มาร์เก็ตที่หนักเกิน ก็สามารถส่งผลให้กระดูกสันหลังแตกยุบได้ หรือแค่สะดุดฟุตบาทหกล้มก็สามารถทำให้กระดูกหักได้ ซึ่งอาการกระดูกหักหรือแตกในลักษณะนี้มักจะไม่เกิดขึ้นในกระดูกสภาพปกติ

    กระดูกแตกหรือหักที่ใดได้บ้าง ?

    กระดูกแตกหรือหักจากโรคกระดูกพรุน สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของร่างกาย เช่น กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อมือ กระดูกแขน กระดูกข้อเท้า การเกิดกระดูกสันหลังแตกหักในผู้ป่วยบางรายอาจไม่รู้สึกเจ็บปวด แต่สามารถสังเกตได้จากส่วนสูงลดลงหรือหลังค่อม เมื่อใดที่เกิดอาการกระดูกแตกหักจากโรคกระดูกพรุน โอกาสที่จะเกิดกระดูกหักซ้ำมีสูงมาก

    ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนควรใช้ชีวิตอย่างไร ?

    นอกเหนือจากการรับประทานยารักษาโรคกระดูกพรุนแล้วผู้ป่วยยังต้องได้รับสารอาหารประเภทแคลเซียมและวิตามินดีเพิ่ม ควบคู่กับการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกระดูก ไม่ว่าท่านจะอายุเท่าใด ก็สามารถเริ่มปฏิบัติตนเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดกระดูกหักได้ตั้งแต่บัดนี้ แต่พึงระลึกไว้เสมอว่าควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมการออกกำลังกายใหม่ทุกครั้ง

    ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนควรใช้ชีวิตอย่างไร ?

    ปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับ

    ช่วงอายุ ปริมาณ
    ผู้ชายอายุ 50-70 ปี 800-1,000 มก./วัน
    ผู้หญิงอายุ 51 ปีขึ้นไป 1,000 มก./วัน
    ผู้ชายอายุ 71 ปีขึ้นไป 1,000 มก./วัน
    ผู้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร 1,200 มก./วัน

    ปริมาณวิตามินดีที่ควรได้รับ

    ช่วงอายุ ปริมาณ
    อายุน้อยกว่า 70 ปี 600 หน่วยสากล(IU)/วัน
    อายุมากกว่า 70 ปี 800 หน่วยสากล (IU)/วัน

    ทั้งนี้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสำหรับปริมาณที่ควรได้รับในแต่ละวัน และตรวจฉลากอาหารเพื่อดูปริมาณแคลเซียม และวิตามินดีที่ได้รับต่อมื้อ

    อาหารบำรุงกระดูก

    อาหารอุดมแคลเซียม

    • ผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ โยเกิร์ต เนยแข็ง
    • ปลาซาร์ดีน หรือแซลมอนกระป๋อง
    • เต้าหู้
    • ปลาแห้ง กุ้งป่น ปลาป่น
    • ผักใบเขียว เช่น คะน้า ผักโขม ผักกาดเขียว ใบยอ

    อาหารบำรุงกระดูก

    อาหารอุดมวิตามินดี

    • ผลิตภัณฑ์นมเสริมวิตามินดี
    • ไข่แดง
    • ปลาไขมันสูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ทางกระดูกและข้อ

    ชั้น 1

    ศูนย์กระดูกและข้อ
    เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 – 17.00 น.
    หลังเวลา 17.00 น. รับบริการได้ที่ ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน

    สถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพภูเก็ต
    เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 – 16.00 น.
    รับบริการได้ที่ศูนย์กระดูกและข้อ

    ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและการผ่าตัดส่องกล้องในข้อ
    เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 – 16.00 น.

    076 254 425 ต่อ 3744, 8335, 1094

    [email protected]

    @phukethospital

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    โปรแกรมตรวจ MRI เข่า และ ไหล่โปรแกรมตรวจ MRI เข่า และ ไหล่
    โปรแกรมตรวจ MRI เข่า และ ไหล่

    10,500 - 10,560 บาท

    รายละเอียด
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง ราคาสบายกระเป๋าโปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง ราคาสบายกระเป๋า
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง ราคาสบายกระเป๋า

    10,560 - 17,445 บาท

    รายละเอียด
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง นอกเวลาทำการโปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง นอกเวลาทำการ
    โปรแกรมตรวจ MRI กระดูกสันหลัง นอกเวลาทำการ

    4,900 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    Fast Recovery with Direct Anterior Approach Total Hip Replacement at Bangkok Hospital Phuket Image
    Fast Recovery with Direct Anterior Approach Total Hip Replacement at Bangkok Hospital Phuket
    พลิกโฉมการผ่าตัดข้อเข่าเทียม ด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต Image
    พลิกโฉมการผ่าตัดข้อเข่าเทียม ด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
    ผลลัพธ์หลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกด้วยเทคนิค DAA (Direct Anterior Approach): ฟื้นตัวเร็ว เจ็บน้อย กลับมาเดินได้ภายใน 2 สัปดาห์ Image
    ผลลัพธ์หลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกด้วยเทคนิค DAA (Direct Anterior Approach): ฟื้นตัวเร็ว เจ็บน้อย กลับมาเดินได้ภายใน 2 สัปดาห์
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ