โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    น้องชายไม่แข็ง กับอุปกรณ์ช่วยการแข็งตัว (Penile Prosthesis)

    5 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา
    อัปเดตเมื่อ: 09 ก.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    แพ็กเกจตรวจวัดอัตราการไหลของปัสสาวะ UROFLOWMETRY
    แพ็กเกจตรวจวัดอัตราการไหลของปัสสาวะ UROFLOWMETRY
    น้องชายไม่แข็ง กับอุปกรณ์ช่วยการแข็งตัว (Penile Prosthesis)
    โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา
    อัปเดตเมื่อ: 09 ก.ค. 2569
    สารบัญ
    • น้องชายไม่แข็ง กับอุปกรณ์ช่วยการแข็งตัว
    • FAQ

    น้องชายไม่แข็ง นกเขาไม่ขัน หรือมีปัญหาสมรรถภาพทางเพศจนส่งผลต่อชีวิตคู่ หากใช้ยาแล้วไม่ได้ผล หรือไม่อยากพึ่งยาไปตลอดชีวิต Penile Prosthesis หรืออุปกรณ์ช่วยการแข็งตัวที่ฝังในองคชาต คือทางเลือกถาวรที่ไม่ต้องพึ่งยา ไม่ต้องเตรียมตัวก่อนมีเพศสัมพันธ์ และมีอัตราความพึงพอใจสูงที่สุดในบรรดาการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ Erectile Dysfunction (ED)  ทั้งหมด

    Penile Prosthesis คืออะไร?

    Penile Prosthesis หรืออุปกรณ์ช่วยการแข็งตัว คืออุปกรณ์ที่ฝังไว้ภายในองคชาตผ่านการผ่าตัด เพื่อช่วยให้ผู้ชายที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศสามารถมีการแข็งตัวได้ตามต้องการ โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำทางเลือกนี้หลังจากที่วิธีการรักษาอื่น ๆ ไม่ได้ผลแล้ว

    ทำไมต้องใช้อุปกรณ์ช่วยแข็งตัว?

    สำหรับผู้ชายส่วนใหญ่ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ Erectile Dysfunction (ED) สามารถรักษาได้ด้วยยาหรืออุปกรณ์ปั๊มสุญญากาศ แต่ในกรณีที่ไม่สามารถใช้วิธีเหล่านี้ได้ หรือไม่สามารถทำให้เกิดการแข็งตัวที่เพียงพอสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ได้ Penile Prosthesis จึงเป็นทางออกที่เหมาะสม

    นอกจากนี้ยังใช้รักษาโรค Peyronie’s Disease ซึ่งเป็นภาวะที่มีพังผืดในองคชาต ทำให้เกิดการโค้งงอและเจ็บปวดขณะแข็งตัวในระดับรุนแรงได้อีกด้วย

    ใครที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัดนี้?

    แพทย์อาจไม่แนะนำ Penile Prosthesis ในกรณีที่ผู้ป่วย

    • มีการติดเชื้ออยู่ เช่น ติดเชื้อในปอดหรือทางเดินปัสสาวะ
    • เป็นโรคเบาหวานที่ควบคุมได้ไม่ดี
    • มีโรคหัวใจในระดับรุนแรง

    ทั้งนี้ควรทราบว่า Penile Prosthesis ไม่ได้เพิ่มความต้องการทางเพศหรือความรู้สึก และไม่ทำให้องคชาตมีขนาดใหญ่ขึ้น บางรายอาจรู้สึกว่าองคชาตขณะแข็งตัวสั้นกว่าเดิมเล็กน้อย และถือเป็นการผ่าตัดถาวรที่ไม่สามารถย้อนกลับได้

    Penile Prosthesis มีกี่ประเภท?

    1. แบบพองลม (Inflatable Implant)

    เป็นประเภทที่นิยมใช้มากที่สุด สามารถสั่งพองเพื่อสร้างการแข็งตัวและยุบเมื่อไม่ใช้งาน โดยอุปกรณ์แบบ 3 ชิ้นประกอบด้วย

    • กระบอกสูบ 2 อันในองคชาต
    • ปั๊มและวาล์วในถุงอัณฑะ
    • ถังเก็บน้ำเกลือใต้ผนังหน้าท้อง

    เมื่อต้องการให้เกิดการแข็งตัว ให้กดปั๊มเพื่อดันน้ำเกลือจากถังเก็บเข้าสู่กระบอกสูบ และกดวาล์วเพื่อระบายน้ำกลับเมื่อต้องการให้ยุบ

    2. แบบกึ่งแข็ง (Semirigid Rod)

    องคชาตจะอยู่ในสภาพแข็งตัวเล็กน้อยตลอดเวลา สามารถพับเข้าหาร่างกายเพื่อซ่อน หรือยืดออกเพื่อมีเพศสัมพันธ์ได้ บางรุ่นออกแบบเป็นแบบปรับตำแหน่งได้ (Positionable) ซึ่งสามารถรักษาตำแหน่งทั้งขึ้นและลงได้ดีกว่าแบบทั่วไป

    อุปกรณ์บางรุ่นยังมีการเคลือบสารปฏิชีวนะเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ และเคลือบสารลดแรงเสียดทานเพื่อยืดอายุการใช้งาน

    ความเสี่ยงของการผ่าตัดมีอะไรบ้าง?

    • การติดเชื้อ พบได้ในการผ่าตัดทั่วไป โดยเฉพาะในผู้ที่มีการบาดเจ็บไขสันหลังหรือโรคเบาหวาน การติดเชื้อหลังผ่าตัดมักเกิดขึ้นภายใน 3 เดือนแรก โดยอาการที่ควรสังเกต ได้แก่ บวมแดงบริเวณแผล มีไข้ หรือมีของเหลวไหลซึมจากแผล หากเกิดการติดเชื้อขึ้น มักจำเป็นต้องผ่าตัดนำอุปกรณ์ออก เนื่องจากการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเพียงอย่างเดียวมักไม่เพียงพอ
    • อุปกรณ์ขัดข้อง พบได้น้อยในอุปกรณ์รุ่นใหม่ หากเกิดขึ้นอาจต้องผ่าตัดซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่
    • การกัดกร่อนหรือการยึดติดภายใน ในบางกรณีอุปกรณ์อาจติดกับผิวหนังด้านในหรือกัดกร่อนเนื้อเยื่อจากภายใน ซึ่งบางครั้งเชื่อมโยงกับการติดเชื้อ

    ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนผ่าตัด?

    แพทย์จะดำเนินการดังนี้

    • ทบทวนประวัติทางการแพทย์ โดยจะสอบถามเกี่ยวกับโรคประจำตัว ยาที่รับประทาน และประสบการณ์กับภาวะ ED
    • ตรวจร่างกาย รวมถึงการตรวจระบบทางเดินปัสสาวะอย่างครบถ้วน เพื่อยืนยันการมีอยู่และลักษณะของภาวะ ED และตรวจสอบว่าไม่มีวิธีรักษาอื่นที่เหมาะสมกว่าก่อนพิจารณาผ่าตัด นอกจากนี้แพทย์จะประเมินความสามารถในการใช้มือ เนื่องจากอุปกรณ์บางชนิดต้องการความคล่องตัวของมือในการใช้งานมากกว่าชนิดอื่น
    • พูดคุยเกี่ยวกับความคาดหวัง แพทย์จะอธิบายรายละเอียดของขั้นตอนและชนิดของอุปกรณ์ที่เหมาะสม รวมถึงผลประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น สิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยต้องเข้าใจคือการผ่าตัดนี้ถือเป็น การผ่าตัดถาวรที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ และแนะนำให้นำคู่ชีวิตเข้าร่วมการปรึกษาด้วย

    ขั้นตอนการผ่าตัดโดยละเอียด

    ก่อนผ่าตัด

    การผ่าตัดดำเนินการที่โรงพยาบาลหรือศูนย์ผ่าตัด โดยผู้ป่วยจะได้รับยาดมสลบ (General Anesthesia) หรือการชาเฉพาะส่วนล่างของร่างกาย (Spinal Anesthesia) ตามดุลยพินิจของแพทย์

    เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ แพทย์จะดำเนินการดังนี้ก่อนเริ่มผ่าตัด

    • ให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ
    • ทำความสะอาดบริเวณผ่าตัดด้วยสารละลายแอลกอฮอล์ผสมยาปฏิชีวนะ
    • โกนขนบริเวณที่จะทำการผ่าตัด

    ระหว่างผ่าตัด

    ขั้นตอนการผ่าตัดดำเนินการตามลำดับดังนี้

    1. อาจมีการสอดสายสวนปัสสาวะ (Catheter) ผ่านองคชาตเข้าไปยังกระเพาะปัสสาวะเพื่อระบายปัสสาวะระหว่างผ่าตัด
    2. ศัลยแพทย์จะกรีดแผลบริเวณใต้หัวองคชาต โคนองคชาต หรือท้องน้อยส่วนล่าง แล้วแต่กรณี
    3. ขยายเนื้อเยื่อฟองน้ำภายในองคชาต (Corpora Cavernosa) ซึ่งปกติจะขยายตัวเมื่อมีเลือดไหลเข้ามาขณะแข็งตัว
    4. เลือกขนาดของอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสัดส่วนร่างกายของผู้ป่วย และฝังกระบอกสูบเข้าไปในองคชาต
    5. เมื่อฝังอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว ศัลยแพทย์จะเย็บปิดแผลทั้งหมด

    การผ่าตัดโดยรวมใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

    หลังผ่าตัดต้องดูแลตัวเองอย่างไร?

    • อาจมีอาการปวดหลังผ่าตัด โดยจะได้รับยาแก้ปวดและยาฉีดออกฤทธิ์ยาวเพื่อลดปวดในช่วง 48–72 ชั่วโมงแรก อาจมีอาการปวดเล็กน้อยต่อเนื่องอีกหลายสัปดาห์
    • รับประทานยาปฏิชีวนะตามที่แพทย์สั่งประมาณ 1 สัปดาห์
    • สามารถกลับมาออกกำลังกายและมีเพศสัมพันธ์ได้ภายใน 4–6 สัปดาห์ หลังผ่าตัด
    • แพทย์จะสอนวิธีใช้อุปกรณ์ภายใน 3–6 สัปดาห์หลังผ่าตัด

    ผลลัพธ์และความพึงพอใจเป็นอย่างไร?

    แม้ Penile Prosthesis จะเป็นการรักษา ED ที่รุกล้ำร่างกายมากที่สุด แต่มีอัตราความพึงพอใจสูงสุดในบรรดาการรักษา ED ทั้งหมด ทั้งในตัวผู้ป่วยและคู่นอน

    ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมรรถภาพทางเพศชาย

    ศูนย์ศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินความเหมาะสมสำหรับการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศทุกระดับโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Penile Prosthesis

    1. Penile Prosthesis คืออะไร?
      Penile Prosthesis คืออุปกรณ์ที่ฝังไว้ภายในองคชาตผ่านการผ่าตัด เพื่อช่วยให้ผู้ชายที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศสามารถมีการแข็งตัวได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องพึ่งยาหรืออุปกรณ์ภายนอก
    2. ใครเหมาะกับการผ่าตัดฝัง Penile Prosthesis?
      เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ และไม่สามารถรักษาได้ด้วยยาหรือวิธีอื่น รวมถึงผู้ที่ไม่ต้องการพึ่งยาในระยะยาว และผู้ที่มีโรค Peyronie’s Disease ในระดับรุนแรง
    3. ใครที่ไม่ควรทำ Penile Prosthesis?
      ผู้ที่มีการติดเชื้ออยู่ในร่างกาย เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ หรือโรคหัวใจในระดับรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะอาจไม่เหมาะกับการผ่าตัดนี้
    4. Penile Prosthesis มีกี่แบบ?
      มี 2 ประเภทหลัก ได้แก่ แบบพองลม (Inflatable) ที่สามารถพองและยุบได้ตามต้องการ ซึ่งให้ผลเป็นธรรมชาติมากที่สุด และแบบกึ่งแข็ง (Semirigid Rod) ที่แข็งตลอดเวลาแต่สามารถพับซ่อนได้
    5. Penile Prosthesis ส่งผลต่อความรู้สึกทางเพศหรือขนาดองคชาตหรือไม่?
      Penile Prosthesis ไม่ได้เพิ่มความต้องการทางเพศหรือความรู้สึก และไม่ทำให้องคชาตมีขนาดใหญ่ขึ้น บางรายอาจรู้สึกว่าองคชาตขณะแข็งตัวสั้นกว่าเดิมเล็กน้อย
    6. การผ่าตัดใช้เวลานานแค่ไหน?
      การผ่าตัดโดยรวมใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ภายใต้การดมยาสลบหรือการชาเฉพาะส่วนล่างของร่างกาย
    7. หลังผ่าตัดต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?
      ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับมาออกกำลังกายและมีเพศสัมพันธ์ได้ภายใน 4–6 สัปดาห์หลังผ่าตัด โดยแพทย์จะสอนวิธีใช้อุปกรณ์ภายใน 3–6 สัปดาห์หลังผ่าตัด
    8. มีความเสี่ยงอะไรบ้างที่ต้องระวัง?
      ความเสี่ยงหลัก ได้แก่ การติดเชื้อ (มักเกิดภายใน 3 เดือนแรก) อุปกรณ์ขัดข้อง และการกัดกร่อนหรือยึดติดของอุปกรณ์ภายในองคชาต หากเกิดการติดเชื้อมักจำเป็นต้องผ่าตัดนำอุปกรณ์ออก
    9. การผ่าตัดนี้ถาวรหรือไม่?
      ใช่ การผ่าตัดฝัง Penile Prosthesis ถือเป็นการผ่าตัดถาวรที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ ผู้ป่วยควรทำความเข้าใจและปรึกษาคู่ชีวิตก่อนตัดสินใจ
    10. ผลลัพธ์โดยรวมเป็นอย่างไร?
      แม้จะเป็นการรักษาที่รุกล้ำร่างกายมากที่สุด แต่ Penile Prosthesis มีอัตราความพึงพอใจสูงสุดในบรรดาการรักษา ED ทั้งหมด ทั้งในตัวผู้ป่วยและคู่นอน

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์ศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ

    อาคาร E ชั้น 4

    วันจันทร์ – อาทิตย์
    08:00 – 16:00 น.

    +66 3890 9344

    [email protected]

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจตรวจวัดอัตราการไหลของปัสสาวะ UROFLOWMETRYแพ็กเกจตรวจวัดอัตราการไหลของปัสสาวะ UROFLOWMETRY
    แพ็กเกจตรวจวัดอัตราการไหลของปัสสาวะ UROFLOWMETRY

    490 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    การรักษาแบบ Focal Therapy Image
    การรักษาแบบ Focal Therapy
    การผ่าตัดต่อมลูกหมากด้วยเลเซอร์ HoLEP คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร? Image
    การผ่าตัดต่อมลูกหมากด้วยเลเซอร์ HoLEP คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร?
    การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากด้วยการฉายรังสีแบบใหม่ Image
    การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากด้วยการฉายรังสีแบบใหม่
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ