นกเขาไม่ขัน รักษาหายไหม ไม่ใช้ยาได้หรือเปล่า เป็นคำถามที่ผู้ชายจำนวนไม่น้อยพิมพ์ค้นหาในอินเทอร์เน็ตอยู่เป็นประจำ เพราะภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือที่คนไทยมักเรียกติดปากว่า “นกเขาไม่ขัน” ส่งผลกระทบทั้งต่อความมั่นใจและความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีการรักษาใหม่ที่เรียกว่า LiESWT (Low-Intensity Extracorporeal Shockwave Therapy) ซึ่งใช้คลื่นเสียงพลังงานต่ำกระตุ้นการไหลเวียนเลือดในองคชาตโดยตรง ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ และใช้เวลาเพียง 15 นาทีต่อครั้ง
LiESWT คืออะไร?
LiESWT (Low-Intensity Extracorporeal Shockwave Therapy) หรือคลื่นกระแทกความเข้มข้นต่ำ คือการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศโดยใช้อุปกรณ์ลักษณะคล้ายไม้กระบองขนาดเล็ก ปล่อยคลื่นเสียงพลังงานต่ำไปกระตุ้นเนื้อเยื่อบริเวณองคชาต เพื่อส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดและเร่งกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
จากการศึกษาพบว่าคลื่นกระแทกความเข้มข้นต่ำสามารถกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่และเพิ่มการไหลเวียนเลือดในองคชาต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการแข็งตัว
ใครเหมาะกับการรักษาด้วย LiESWT?
วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ชายที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ Erectile Dysfunction (ED) ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยเฉพาะผู้ที่
- ใช้ยารักษา ED แล้วไม่ได้ผลเท่าที่ควร
- ไม่ต้องการใช้ยาในการรักษา
- สนใจการรักษาแบบ Regenerative Therapy ที่มุ่งแก้ไขสาเหตุของ ED ในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ยังไม่มีข้อมูลการศึกษาที่ชัดเจนเพียงพอในผู้ที่มีภาวะ ED ระดับรุนแรง หรือมีโรคประจำตัวอื่น ๆ เช่น เบาหวาน มะเร็งต่อมลูกหมาก หรือโรคหัวใจ
ขั้นตอนการรักษาเป็นอย่างไร?
การรักษาด้วย LiESWT ทำได้ง่ายและไม่ซับซ้อน
- ทำในห้องตรวจทั่วไป ไม่ต้องดมยาสลบ
- ไม่ต้องเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นพิเศษ
- แพทย์จะเคลื่อนอุปกรณ์ไปตามบริเวณต่าง ๆ ขององคชาต โดยใช้เครื่อง Dornier Aries® ที่ปล่อยคลื่นพลังงานเบาๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
- ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 15 นาที ต่อครั้ง
LiESWT มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?
ผลข้างเคียงจากการรักษาพบได้น้อยและมักไม่รุนแรง ได้แก่
- รู้สึกเจ็บบริเวณที่รักษาขณะทำหัตถการ
- มีรอยช้ำหรือเลือดออกเล็กน้อยบริเวณองคชาต
- พบเลือดในปัสสาวะ
- ติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณองคชาต
- การแข็งตัวที่เจ็บปวด หรือภาวะองคชาตโค้งงอที่แย่ลง
จากการศึกษาทางคลินิกพบว่าวิธีนี้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในระดับที่ดี แต่ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อระบุความเสี่ยงและแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย
ต้องรักษานานแค่ไหนถึงเห็นผล?
ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นภายใน 1–3 เดือน หลังการรักษา โดยในช่วงสัปดาห์แรก ๆ อาจเห็นผลที่ชัดเจนได้อย่างน่าประทับใจ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลการศึกษาระยะยาวที่เพียงพอในการยืนยันว่าผลการรักษาจะคงอยู่ได้นานเท่าใด ผลลัพธ์จะค่อย ๆ จางลงหรือไม่ และจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาเพิ่มเติมในอนาคตหรือไม่
สนใจปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
หากสนใจการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศด้วยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องใช้ยา ศูนย์ศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินความเหมาะสมโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ




