ปัสสาวะมีเลือดปนแต่ไม่เจ็บ หลายคนอาจคิดว่าไม่เป็นไรแล้วปล่อยผ่าน แต่นี่คือสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุดของมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นมะเร็งในระบบทางเดินปัสสาวะที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป ข่าวดีคือหากตรวจพบในระยะเริ่มต้น มะเร็งกระเพาะปัสสาวะสามารถรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะเกิดจากอะไร?
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะเกิดจากเซลล์บุผนังด้านในของกระเพาะปัสสาวะแบ่งตัวอย่างผิดปกติจนกลายเป็นก้อนเนื้อร้าย ในกรณีที่รุนแรง เซลล์มะเร็งสามารถลุกลามเข้าสู่ชั้นกล้ามเนื้อของกระเพาะปัสสาวะ และแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น เช่น ต่อมน้ำเหลือง กระดูก ปอด และตับ
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะมีหลายชนิด โดยชนิดที่พบบ่อยที่สุดกว่า 90% คือ Transitional Cell Carcinoma หรือ Urothelial Carcinoma ซึ่งเกิดจากเซลล์บุผิวกระเพาะปัสสาวะ
อาการของมะเร็งกระเพาะปัสสาวะมีอะไรบ้าง?
- ปัสสาวะมีเลือดปน (Hematuria) เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด มักไม่มีความเจ็บปวดร่วมด้วย
- ความผิดปกติในการปัสสาวะ เช่น ปวดแสบขณะปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อย หรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้
- อาการจากการแพร่กระจาย เช่น ปวดหลังส่วนล่าง ปวดกระดูก ต่อมน้ำเหลืองโต เท้าบวม อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะมีกี่ระยะ?
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ตามความลึกของการลุกลามและการแพร่กระจาย
- ระยะที่ 1 มะเร็งอยู่ที่เยื่อบุชั้นในของกระเพาะปัสสาวะ ยังไม่ลุกลามไปยังผนังกระเพาะปัสสาวะ
- ระยะที่ 2 มะเร็งลุกลามไปยังผนังกระเพาะปัสสาวะ แต่ยังไม่แพร่ออกไปนอกกระเพาะ
- ระยะที่ 3 มะเร็งแพร่กระจายผ่านผนังกระเพาะปัสสาวะไปยังเนื้อเยื่อโดยรอบ
- ระยะที่ 4 มะเร็งแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองและอวัยวะอื่น เช่น กระดูก ตับ หรือปอด
ใครมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ?
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะพบบ่อยในผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป และพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ปัจจัยเสี่ยงหลัก ได้แก่
- การสูบบุหรี่ รวมถึงผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง หรือเคยสูบในอดีต
- การสัมผัสสารเคมีเป็นเวลานาน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอ สี ยาง หนัง หรือการพิมพ์
- การอักเสบเรื้อรังของกระเพาะปัสสาวะ เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำ ๆ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือการใส่สายสวนปัสสาวะระยะยาว
- พันธุกรรม หรือประวัติครอบครัวที่เป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
- ยาเคมีบำบัดบางชนิด
ตรวจวินิจฉัยมะเร็งกระเพาะปัสสาวะอย่างไร?
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะมักตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์เมื่อสังเกตเห็นเลือดในปัสสาวะ การตรวจวินิจฉัยประกอบด้วย
- การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis) เพื่อตรวจหาเซลล์เม็ดเลือดแดงผิดปกติและเซลล์มะเร็งในปัสสาวะ
- การส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ (Cystoscopy) เพื่อตรวจตำแหน่ง ขนาด และลักษณะของเนื้องอก รวมถึงตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจ ถือเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดในการวินิจฉัย
- การตรวจทางรังสีวิทยา ได้แก่ อัลตราซาวด์ เอกซเรย์ และ CT Scan บริเวณช่องท้อง รวมถึงการตรวจกระดูกและปอดหากสงสัยว่ามะเร็งแพร่กระจาย
ผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะปัสสาวะควรดูแลตัวเองอย่างไร?
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะแม้จะตรวจพบและรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แต่มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้สูง ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยในระยะที่ 1 ควร
- ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง
- หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงทั้งหมด โดยเฉพาะการสูบบุหรี่
- เข้ารับการส่องกล้องติดตามอาการทุก 3 เดือน หรือตามที่แพทย์นัด
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะ
ศูนย์ศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา พร้อมให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย และรักษามะเร็งกระเพาะปัสสาวะอย่างครบวงจร โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง




