โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    เมื่อลูกน้อยเป็นโรคคาวาซากิ (Kawasaki Disease)

    4 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    พญ. ประทับใจ นิ่มบริบูรณ์พร
    พญ. ประทับใจ นิ่มบริบูรณ์พร

    โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น

    อัปเดตเมื่อ: 15 พ.ค. 2569
    Dr. Prathapjai Nimboriboonporn
    พญ. ประทับใจ นิ่มบริบูรณ์พร
    โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น
    แพ็กเกจแนะนำ
    ตรวจสุขภาพ Basic Check Up
    ตรวจสุขภาพ Basic Check Up
    เมื่อลูกน้อยเป็นโรคคาวาซากิ (Kawasaki Disease)
    โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น
    อัปเดตเมื่อ: 15 พ.ค. 2569

    โรคคาวาซากิ (Kawasaki Disease) คืออะไร

    เมื่อได้ยินคำว่า “โรคคาวาซากิ” คุณพ่อคุณแม่อาจสงสัยคืออะไร โรคคาวาซากิเป็นโรคที่มีการอักเสบของหลอดเลือดแดงขนาดกลางทั่วร่างกายซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด มักมีอาการไข้สูงนานเกิน 5 วัน ร่วมกับการอักเสบของเยื่อบุในตา ปาก และลำคอ พบต่อมน้ำเหลืองที่คออักเสบ มีผื่นตามลำตัว แขน ขา บางรายพบมือเท้าบวม ฝ่ามือและฝ่าเท้าแดง โดยความสำคัญของโรคนี้คือทำให้เกิดการอักเสบของเส้นเลือดแดงที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ เมื่อมีการอักเสบอาจทำให้หลอดเลือดหัวใจมีลักษณะโป่งพอง ตีบหรือแคบได้ ส่งผลให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หัวใจทำงานล้มเหลวและอันตรายถึงชีวิตได้ โรคคาวาซากิเป็นโรคที่รักษาให้หายได้หากได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วภายใน 10 วันแรกจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนได้ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่คุณพ่อคุณแม่จะช่วยสังเกตุลูกน้อยของเราว่ามีอาการที่น่าสงสัยหรือไม่ เพื่อจะได้รับการรักษาที่รวดเร็วจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่ต้องได้รับการรักษาและติดตามในระยะยาว

    ระวัง ! โรคคาวาซากิมักพบในเด็กเล็ก

    เชื่อว่าโรคคาวาซากิเป็นโรคที่ไม่ติดต่อ มักพบในเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี พบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง (ประมาณ 1.5:1)

    โรคคาวาซากิ เกิดจากสาเหตุอะไร

    การศึกษาในปัจจุบันชี้ว่าอาจเกิดได้หลังจากมีการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียบางชนิด การติดเชื้อดังกล่าวจะไปกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาทางระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติในร่างกาย ส่งผลให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือดแดงทั่วร่างกาย และเกิดหลอดเลือดหัวใจโป่งพอง (coronary artery aneurysm) ได้ ในบางรายจะเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบจากผนังหลอดเลือดหนาร่วมด้วย ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยงทำให้หัวใจทำงานได้ลดลง โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี จะมีความเสี่ยงเกิดผลกระทบต่อหัวใจได้สูง

    อาการเตือนที่พ่อแม่ควรสังเกต เมื่อลูกน้อยไม่สบาย

    อาการที่น่าสังเกตของโรคคาวาซากิคือ มีไข้สูงนานเกิน 5 วัน ลักษณะไข้จะสูงลอยทั้งวัน และไม่ค่อยตอบสนองต่อยาลดไข้ ร่วมกับอาการบ่งชี้ดังต่อไปนี้

    1. ตาขาวแดงทั้งสองข้าง แต่ไม่มีขี้ตา
    2. มีอาการริมฝีปากแดง แห้งแตก อาจมีเลือดซึม ลิ้นบวมแดงเป็นตุ่มๆ คล้ายผิวสตอร์เบอร์รี่ (Strawberry tongue)
    3. ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต มักโตข้างเดียว ไม่เจ็บ และขนาดใหญ่เกิน 1.5 เซนติเมตร
    4. มีผื่นตามตัวและแขนขา ผื่นเป็นได้หลายแบบ แต่ไม่เป็นตุ่มน้ำใส พบมีบวมแดงบริเวณที่เคยฉีดวัคซีนกันวัณโรคที่หัวไหล่ประมาณร้อยละ 60
    5. ในระยะแรกจะมีอาการบวมของหลังมือและเท้า และฝ่ามือฝ่าเท้าแดงแต่ไม่เจ็บ ในช่วงสัปดาห์ที่ 2 จะพบผิวหนังลอกที่ปลายนิ้วมือนิ้วเท้า
    **อาจพบอาการแสดงอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น อาการท้องเสีย ปวดท้อง ทางเดินปัสสาวะอักเสบแบบไม่ติดเชื้อ อาการปวดข้อ ข้ออักเสบ และ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ

    ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ อยู่ที่หัวใจ !

    ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญของโรคคาวาซากิ ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือดหัวใจโคโรนารี่ (Coronary artery) พบได้ถึงร้อยละ 15-25 สำหรับในรายที่ไม่ได้รับการรักษา เส้นเลือดโคโรนารี่เป็นเส้นเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ เมื่อมีการอักเสบอาจทำให้หลอดเลือดหัวใจมีลักษณะโป่งพอง ตีบหรือแคบได้ ส่งผลให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย หรือหัวใจทำงานล้มเหลว อันตรายถึงชีวิตได้

    เมื่อไหร่จะวินิจฉัยโรคว่าเป็นโรคคาวาซากิ

    • วินิจฉัยจากมีไข้สูงนานเกิน 5 วัน ร่วมกับอาการต่างๆมากกว่า 4 ใน 5 ข้อ ร่วมกับผลตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ช่วยสนับสนุน
    • บางรายมีไข้สูงนานร่วมกับอาการน้อยกว่า 4 ข้อ หรือ มีไข้สูงอย่างเดียวเป็นเวลานานที่หาสาเหตุไม่พบ ผู้ป่วยเหล่านี้ต้องอาศัยการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการและการทำเอคโคหัวใจ
    • การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่
      • การตรวจเลือด (Blood Tests) เพื่อดูการอักเสบของร่างกาย จำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มากขึ้น เซลล์เม็ดเลือดแดงที่น้อยลง ปริมาณโปรตีนไข่ขาว (Albumin) ที่ต่ำ รวมถึงตรวจเอนไซด์ตับในเลือดว่าสูงหรือไม่
      • การตรวจปัสสาวะ เพื่อดูปริมาณเม็ดเลือดขาวที่เพิ่มขึ้น
    • การทำเอคโคหัวใจ (Echocardiography) คือการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง เพื่อประเมินลักษณะของหลอดเลือดหัวใจอักเสบหรือโป่งพองหรือไม่ รวมถึงประเมินการอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจ ลิ้นหัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ และการทำงานของหัวใจ เพื่อช่วยประกอบในการวินิจฉัย

    โรคคาวาซากิจะรักษาอย่างไร

    เมื่อพบว่าเป็นโรคคาวาซากิ ควรได้รับการรักษาภายใน 10 วันจากที่เริ่มมีอาการ หรือเร็วที่สุด ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดหลอดเลือดหัวใจโป่งพองลงมาเหลือร้อยละ5โดยยาที่ใช้ในการรักษา ได้แก่

    1. ให้ยาอิมโมโนโกลบูลิน (Intravenous Gammaglobulin, IVIG) ทางหลอดเลือด ช่วยลดการอักเสบและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่เกิดกับหัวใจ ซึ่งยาอาจมีผลข้างเคียงหรืออาการแพ้ที่รุนแรง จึงควรให้นอนในโรงพยาบาลเพื่อการติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด
    2. ให้ยาแอสไพริน (Aspirin) ขนาดสูง เพื่อลดการอักเสบ อาการปวด อาการบวมของข้อ ลดไข้ และป้องกันเลือดแข็งตัวจากเกล็ดเลือดรวมตัวเป็นกลุ่มก้อน **โดยทั่วไปผู้ป่วยจะตอบสนองได้ดีต่อการรักษา มีประมาณร้อยละ 10 ที่ผู้ป่วยดื้อต่อการรักษา ต้องให้ยาอิมโมโนโกลบูลินเพิ่ม

    โรคนี้สามารถเป็นซ้ำได้หรือไม่

    โรคนี้มีการพยากรณ์โรคที่ดีถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่หัวใจ และมีโอกาสเกิดซ้ำได้แต่พบน้อยมาก ประมาณร้อยละ 1-3

    จะดูแลลูกน้อยอย่างไรหลังออกจากโรงพยาบาล

    • หลังได้ยาอิมโมโนโกลบูลินขนาดสูง จะต้องเลื่อนวัคซีนที่มีชีวิต (lived attenuated) ออกไปอย่างน้อย 11 เดือน นับจากได้รับยา ได้แก่ วัคซีนป้องกันหัด หัดเยอรมัน คางทูม (MMR), วัคซีนป้องกันอีสุกอีใส (Varicella vaccine) และวัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (Japanese encephalitis vaccine)
    • หลังจากไข้ลดลงแล้ว ต้องทานยาแอสไพรินขนาดต่ำต่ออีกประมาน 60 วัน หรือจนกว่าหลอดเลือดหัวใจโป่งพองจะกลับเป็นปกติ
    • ผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่หัวใจ สามารถเล่นและทำกิจกรรมได้เหมือนเด็กปกติทั่วไป
    • ผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดหัวใจโป่งพอง มีโอกาสเกิดหลอดเลือดอุดตันทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้ จะต้องรับการรักษาต่อเนื่องจากกุมารแพทย์โรคหัวใจด้วยการตรวจเอคโคหัวใจเป็นระยะ หากมีอาการที่สงสัยเช่น ร้องกวนมาก หายใจหอบเหนื่อย ชีพจรเต้นเร็ว เหงื่อออกมาก ให้รีบมาโรงพยาบาลเพื่อประเมินภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและให้การรักษาอย่างรวดเร็ว
     

    พญ.ประทับใจ นิ่มบริบูรณ์พร
    กุมารแพทย์โรคหัวใจ

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    พญ. ประทับใจ นิ่มบริบูรณ์พร

    กุมารเวชศาสตร์

    กุมารเวชศาสตร์โรคหัวใจ

    พญ. ประทับใจ นิ่มบริบูรณ์พร

    กุมารเวชศาสตร์

    กุมารเวชศาสตร์โรคหัวใจ
    Doctor profileDoctor profile

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ตรวจสุขภาพ Basic Check Upตรวจสุขภาพ Basic Check Up
    ตรวจสุขภาพ Basic Check Up

    2,900 บาท

    รายละเอียด
    ตรวจสุขภาพ Advanced-Check-Up (ชาย)ตรวจสุขภาพ Advanced-Check-Up (ชาย)
    ตรวจสุขภาพ Advanced-Check-Up (ชาย)

    7,900 บาท

    รายละเอียด
    ตรวจสุขภาพ Advanced-Check-Up (หญิง)ตรวจสุขภาพ Advanced-Check-Up (หญิง)
    ตรวจสุขภาพ Advanced-Check-Up (หญิง)

    11,900 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ไวรัสตับอักเสบ บี ( Hepatitis B) กับการเกิดตับแข็งและมะเร็งตับ Image
    ไวรัสตับอักเสบ บี ( Hepatitis B) กับการเกิดตับแข็งและมะเร็งตับ
    จาก “PCOS” สู่ “PMOS” เมื่อคำว่า “ถุงน้ำรังไข่หลายใบ” อาจไม่ใช่คำอธิบายที่ครบถ้วนอีกต่อไป Image
    จาก “PCOS” สู่ “PMOS” เมื่อคำว่า “ถุงน้ำรังไข่หลายใบ” อาจไม่ใช่คำอธิบายที่ครบถ้วนอีกต่อไป
    อัลตราซาวด์ 4 มิติ ในสตรีตั้งครรภ์ Image
    อัลตราซาวด์ 4 มิติ ในสตรีตั้งครรภ์
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ