โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    คุณแม่ตั้งครรภ์กับการทำฟัน

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น
    อัปเดตเมื่อ: 02 พ.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 40 ปีขึ้นไป)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 40 ปีขึ้นไป)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ (อายุ 40 ปีขึ้นไป)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ (อายุ 40 ปีขึ้นไป)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 30-40 ปี)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 30-40 ปี)
    คุณแม่ตั้งครรภ์กับการทำฟัน
    โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น
    อัปเดตเมื่อ: 02 พ.ค. 2569

    คุณแม่ตั้งครรภ์กับการทำฟัน

    คุณแม่ตั้งครรภ์ ต้องได้รับการดูแลรักษาทางทันตกรรมเป็นพิเศษ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา ฮอร์โมน และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เป็นผลให้คุณแม่ตั้งครรภ์มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่องปากมากขึ้น
     

    ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทำฟัน

    ก่อนการตั้งครรภ์ ควรไปพบทันตแพทย์ เพื่อการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากให้ดี และหากมีปัญหาทางทันตกรรมระหว่างการตั้งครรภ์ ช่วงไตรมาสที่ 2 (อายุครรภ์ 4 – 6 เดือน) จะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทำฟัน 

    คุณแม่ตั้งครรภ์ควรแจ้งทันตแพทย์ทุกครั้งว่ากำลังตั้งครรภ์ เพื่อให้ทันตแพทย์สามารถดูแลรักษาฟันได้อย่างเหมาะสม 
     

    โรคที่พบได้มากในคุณแม่ตั้งครรภ์ ได้แก่

        1. โรคปริทันต์ (Periodontal disease) 

    อาการเหงือกอักเสบจะชัดเจนในช่วง ไตรมาส 2 และ 3 ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน Estrogen และ Progesterone อาการที่พบ จะพบเหงือกบวมแดง เหงือกเลือดออกง่าย และเจ็บปวด จากการศึกษายังพบว่ามีโรคปริทันต์มีความสัมพันธ์กับการคลอดก่อนกำหนด และน้ำหนักทารกต่ำกว่าเกณฑ์ 

        2. โรคฟันผุ (Dental caries) 

    คุณแม่ตั้งครรภ์มักจะมีพฤติกรรมการกินอาหารจุบจิบที่มากขึ้น และมีความเป็นกรดในช่องปาก หลังการอาเจียน หรือกรดไหลย้อน ทำให้น้ำลายมีสภาวะความเป็นกรดมากขึ้น อีกทั้งคุณแม่ตั้งครรภ์บางท่าน ยังมีความไวในการถูกกระตุ้นเวลาแปรงฟัน คือ อาจมีการอาเจียนทุกครั้งเวลาแปรงฟัน เลยอาจทำให้หลีกเลี่ยงการแปรงฟัน ซึ่งสาเหตุเหล่านี้จะทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดฟันผุมากขึ้น คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีสุขภาพช่องปากไม่ดี มีปริมาณเชื้อก่อโรคฟันผุจำนวนมาก จะมีโอกาสถ่ายทอดเชื้อก่อโรคฟันผุให้ลูก และทำให้มีลูกมีความเสี่ยงในการเกิดฟันผุเพิ่มขึ้น 

        3. เนื้องอกจากการตั้งครรภ์ (Pregnancy tumor/ Pyogenic granuloma/ Epulis Gravidarum/ Pregnancy granuloma) 

    เป็นรอยโรคในช่องปากที่มีลักษณะเหงือกบวมโตอย่างรวดเร็ว คล้ายกับเนื้องอก และเลือดออกง่าย อาจมีขนาดใหญ่ได้มากกว่า 2 มิลลิเมตร มักไม่มีอาการเจ็บปวด บริเวณที่พบได้มากที่สุด คือ บริเวณเหงือกของฟันหน้าบน แต่สามารถพบที่บริเวณ ลิ้น ริมฝีปาก และเพดานปากได้เช่นกัน รอยโรคมักมีสีแดงอมม่วง หรือสีน้ำเงินเข้ม ผิวของรอยโรคอาจเป็นแผลและเลือดออกง่ายเมื่อสัมผัส มักพบช่วงเดือนที่ 2 หรือ 3 ของการตั้งครรภ์ หากไม่มีอาการมักไม่จำเป็นต้องตัดออก แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความเจ็บปวด หรือเลือดออกง่ายและรุนแรง กระทบต่อการเคี้ยวอาหารและ การพูด ออกเสียง อาจพิจารณาตัดออก อย่างไรก็ตามการตัดออกในระหว่างตั้งครรภ์อาจจะมีการกลับมาเป็นซ้ำ (recurrence) ของรอยโรคได้ โดยทั่วไปภายหลังจากการคลอด รอยโรคจะมีขนาดเล็กลง หรือหายไปเอง แต่ในบางรายที่ยังมีเนื้องอกหลงเหลือ อาจจะจำเป็นต้องตัดออก 
     

    การทำฟันที่ควรหลีกเลี่ยงช่วงการตั้งครรภ์  

    • การจัดฟัน : สำหรับผู้ที่จัดฟันอยู่แล้ว สามารถจัดต่อได้ แต่ควรดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี ส่วนคุณแม่ที่วางแผนอยากจัดฟัน ควรหลีกเลี่ยงไปก่อน รอให้คลอดแล้วค่อยเริ่มทำการจัดฟัน 

    • การฟอกสีฟัน : เนื่องจากน้ำยาฟอกสีฟัน อาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ จึงควรรอให้คลอดก่อนแล้วค่อยทำการฟอกสีฟัน 
       

    การดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์   

    • ควรแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ โดยบีบปริมาณยาสีฟันให้เต็มความยาวของขนแปรง แปรงฟันให้สะอาดทั่วทั้งปากอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 2 นาที และใช้ไหมขัดฟันก่อนการแปรงฟัน 

    • เนื่องจากช่วงตั้งครรภ์จะมีความเสี่ยงในการเกิดฟันผุมากขึ้น การใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ สามารถช่วยป้องกันฟันผุ และลดความเป็นกรดภายหลังจากอาเจียนได้ 

    • หญิงตั้งครรภ์ที่มีอาการแพ้ท้อง อาเจียน ควรบ้วนปากด้วยน้ำ น้ำยาบ้วนปาก หรือใช้น้ำ 1 แก้ว ผสมผงฟู (เบคกิ้งโซดา) 1 ช้อนชา อมบ้วน เพื่อช่วยลดความเป็นกรดในปาก และไม่ควรแปรงฟันไม่ควรแปรงฟันทันที ให้เว้นระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อลดการกัดกร่อนของฟัน 
       

    การดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์   

    การรับประทานอาหารที่เพียงพอ ทั้ง 5 หมู่ มีความสำคัญต่อการสร้างฟันของทารกให้สมบูรณ์ เนื่องจากฟันของทารกเริ่มสร้างที่อายุ 6 สัปดาห์ในครรภ์ และมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการของทารกในครรภ์ ควรเลือกอาหาร และของว่างที่ดีต่อสุขภาพ จำกัดอาหารที่มีการเติมน้ำตาล และหลีกเลี่ยงน้ำหวานหรือน้ำอัดลม  
     

    สามารถทำนัดเพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก ที่แผนกทันตกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น ได้ที่ เบอร์ 043-042-888 หรือ 043-042-837 ได้ทุกวัน

     

    ทพญ.พราว โควสุวรรณ
    ทันตกรรมทั่วไป (General Dentistry)

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 40 ปีขึ้นไป)โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 40 ปีขึ้นไป)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 40 ปีขึ้นไป)

    20,985 บาท

    27,890 บาท

    รายละเอียด
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ (อายุ 40 ปีขึ้นไป)โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ (อายุ 40 ปีขึ้นไป)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ (อายุ 40 ปีขึ้นไป)

    13,990 บาท

    รายละเอียด
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 30-40 ปี)โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 30-40 ปี)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 30-40 ปี)

    14,850 บาท

    19,800 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ทำไมผู้ชายถึงควรได้รับวัคซีนป้องกันไวรัส HPV? Image
    ทำไมผู้ชายถึงควรได้รับวัคซีนป้องกันไวรัส HPV?
    ตรวจสุขภาพเชิงลึก รู้ทันความเสี่ยง ก่อนเกิดโรค Image
    ตรวจสุขภาพเชิงลึก รู้ทันความเสี่ยง ก่อนเกิดโรค
    ตรวจพบเชื้อ HPV ต้องทำอย่างไร? Image
    ตรวจพบเชื้อ HPV ต้องทำอย่างไร?
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ