โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    เมื่อลูกน้อยเป็นโรคผนังกั้นหัวใจรั่วชนิด ASD

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น
    อัปเดตเมื่อ: 02 พ.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    ตรวจสุขภาพ Basic Check Up
    Package Image
    ตรวจสุขภาพ Advanced-Check-Up (ชาย)
    Package Image
    ตรวจสุขภาพ Advanced-Check-Up (หญิง)
    เมื่อลูกน้อยเป็นโรคผนังกั้นหัวใจรั่วชนิด ASD
    โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น
    อัปเดตเมื่อ: 02 พ.ค. 2569

    หัวใจลูกน้อยที่แข็งแรงเป็นอย่างไร

    หัวใจของลูกน้อยมีขนาดเล็กมากๆ โดยประมาณว่าเท่ากับกำปั้นเล็กๆ ของลูก หัวใจจะทำหน้าที่สูบฉีดเลือดแดงไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่รับเลือดดำที่ร่างกายใช้แล้วกลับไปฟอกที่ปอด หัวใจจึงทำงานตลอดเวลา หัวใจปกติประกอบไปด้วย 4 ห้อง คล้ายๆ สี่เหลี่ยมผืนผ้าแบ่งเป็น 4 ส่วน โดย หัวใจ 2 ห้องบนด้านขวาและซ้าย (Atrium) จะเล็กกว่าหัวใจ 2 ห้องล่างด้านขวาและซ้าย (Ventricle) หัวใจด้านขวาจะทำหน้าที่รับเลือดดำที่มีออกซิเจนต่ำ มาจากร่างกายและนำไปฟอกที่ปอด ส่วนหัวใจด้านซ้ายจะรับเลือดแดงที่มีออกซิเจนสูงที่ฟอกจากปอดแล้ว และสูบฉีดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย

    โรคผนังกั้นหัวใจรั่วชนิด Atrial septal defect (ASD) คืออะไร

    “โรคผนังกั้นหัวใจรั่ว” เป็นโรคหัวใจแต่กำเนิดที่มีความผิดปกติในการสร้างผนังกั้นหัวใจห้องบนที่ไม่สมบูรณ์ ดังแสดงตามรูป ทำให้เกิดรูรั่วที่ผนังกั้นระหว่างหัวใจห้องบนขวา (Right atrium) และหัวใจห้องบนซ้าย (Left atrium) อาจเป็นรูใหญ่รูเดียวหรือรูเล็กๆ หลายรูคล้ายตาข่าย (fenestration) มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ในอัตราส่วน 2:1

    เมื่อเป็นโรคผนังกั้นหัวใจรั่วชนิด ASD จะเป็นอย่างไร

    เลือดแดงจากหัวใจห้องซ้ายจะไหลลัดผ่านรูรั่วไปปนกับเลือดดำที่หัวใจห้องขวา ทำให้มีเลือดไปรวมที่ห้องขวามาก โรคนี้จะทำให้หัวใจห้องขวามีขนาดโตมากกว่าปกติ และบีบเลือดส่งไปฟอกที่ปอดปริมาณมากกว่าปกติ ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมปอดและหัวใจวายได้ ในช่วงแรกเกิดมักไม่มีอาการหรือตรวจไม่พบความผิดปกติใดๆ แต่อาการจะชัดเจนเมื่อลูกน้อยมีอายุ 2-3 ปีขึ้นไป เนื่องจากหัวใจห้องล่างด้านขวามีความยืดหยุ่นในการขยายตัวรับเลือดได้มากขึ้น

     
     
    รูปแสดงโรคผนังกั้นหัวใจรั่วชนิด Atrial septal defect (ASD)
    (ดัดแปลงมาจาก American Heart Association [Internet]. แผนภาพ วาดโดยแพทย์หญิงประทับใจ นิ่มบริบูรณ์พร)

    คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตุอาการผิดปกติของลูกน้อยได้อย่างไร

    • ลูกน้อยจะมีอาการเหนื่อยง่าย ร่วมกับตัวเล็กเลี้ยงไม่โต และมักมีการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างบ่อยๆ เช่น ปอดติดเชื้อมากกว่า 2-3 ครั้ง/ปี
    • บางครั้งพบว่ามีเด็กบางรายไม่มีอาการผิดปกติ การเจริญเติบโตปกติ อาจไม่ได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่แรก และมักมาพบแพทย์ด้วยตรวจพบเสียงฟู่ในหัวใจ (Heart murmur) โดยบังเอิญ

    หากสงสัยว่าเป็นโรคผนังกั้นหัวใจรั่วจะได้รับการตรวจอะไรบ้าง

    หากสงสัยว่ามีอาการผิดปกติควรมาพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม ได้แก่

    1. ถ่ายภาพรังสีทรวงอก (Chest X-ray) เพื่อดูขนาดของของหัวใจและดูลักษณะของเส้นเลือดในปอดจะพบเงาหัวใจโต และลักษณะเลือดไปปอดเพิ่มขึ้น
       
      ภาพถ่ายรังสีทรวงอกของผู้ป่วยโรคผนังหัวใจรั่ว ASD
      แสดงเงาหัวใจโตและเส้นเลือดไปปอดที่เพิ่มขึ้น
    2. การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram, ECG) เพื่อบันทึกสัญญาณไฟฟ้าที่ส่งออกมาจากหัวใจ ทำให้ทราบว่าหัวใจหัวใจโตหรือมีหัวใจเต้นผิดจังหวะร่วมด้วยหรือไม่
    3. การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography) หรือ “เอคโคหัวใจ” คือ การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงผ่านผนังทรวงอกไปยังหัวใจและหลอดเลือด แพทย์ผู้ตรวจจะใช้หัวตรวจวางบนผนังทรวงอก ภาพโครงสร้างหัวใจและหลอดเลือดจะแสดงอยู่บนหน้าจอ การตรวจเอคโคหัวใจไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดและมีความปลอดภัยสูงมาก สามารถช่วยวินิจฉัยโรคหัวใจได้ทุกชนิด

    โรคผนังกั้นหัวใจรั่วชนิด ASD รักษาอย่างไรบ้าง

    แบ่งการรักษาตามความรุนแรงของโรค ดังนี้

    • ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย มักเกิดจากรูรั่วขนาดเล็กซึ่งมีโอกาสปิดเองได้มากกว่าร้อยละ 85 เมื่อโตขึ้น แต่อาจต้องได้รับการติดตามและประเมินอาการกับแพทย์อย่างใกล้ชิด
    • ในบางรายที่รูรั่วขนาดใหญ่อาจต้องรักษาด้วยยา
    • ในบางรายรักษาด้วยยาแต่อาการไม่ดีขึ้นหรือมีข้อบ่งชี้ที่อันตราย ต้องได้รับการผ่าตัดหัวใจเพื่อปิดรูรั่ว ซึ่งในปัจจุบันมีการพัฒนาการผ่าตัดรักษาด้วยวิธีต่างๆ รวมถึงการใช้วิธีสวนหัวใจและหลอดเลือดเพื่อใส่อุปกรณ์ปิดรูรั่วได้ โดยพบว่าได้ผลการรักษาที่ดี

    การดูแลทั่วไปสำหรับเจ้าตัวน้อยที่เป็นโรคผนังกั้นหัวใจรั่วชนิด ASD

    • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม และติดตามการเจริญเติบโตอย่างใกล้ชิด
    • การให้ธาตุเหล็กเสริม เพื่อช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง
    • แนะนำให้ดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันให้สะอาดอยู่เสมอ แนะนำให้พบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดฟันผุ เนื่องจากจะมีความเสี่ยงในการเกิดการติดเชื้อในหัวใจได้มากกว่าคนทั่วไป
    • แนะนำการรับวัคซีนตามเกณฑ์ และวัคซีนทางเลือก เช่น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (influenza vaccine) และวัคซีนนิวโมคอคคัสชนิดคอนจูเกต (PCV)
    • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่หักโหม
     

    พญ.ประทับใจ นิ่มบริบูรณ์พร
    กุมารแพทย์โรคหัวใจ

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ตรวจสุขภาพ Basic Check Upตรวจสุขภาพ Basic Check Up
    ตรวจสุขภาพ Basic Check Up

    2,900 บาท

    รายละเอียด
    ตรวจสุขภาพ Advanced-Check-Up (ชาย)ตรวจสุขภาพ Advanced-Check-Up (ชาย)
    ตรวจสุขภาพ Advanced-Check-Up (ชาย)

    7,900 บาท

    รายละเอียด
    ตรวจสุขภาพ Advanced-Check-Up (หญิง)ตรวจสุขภาพ Advanced-Check-Up (หญิง)
    ตรวจสุขภาพ Advanced-Check-Up (หญิง)

    11,900 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    เพราะสุขภาพที่ดี…ควรถูกออกแบบเฉพาะคุณ Image
    เพราะสุขภาพที่ดี…ควรถูกออกแบบเฉพาะคุณ
    โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease) Image
    โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease)
    นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones) Image
    นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones)
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ