โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    การตรวจเอคโคหัวใจในเด็ก (Pediatric Echocardiography)

    5 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น
    อัปเดตเมื่อ: 02 พ.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 40 ปีขึ้นไป)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 40 ปีขึ้นไป)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ (อายุ 40 ปีขึ้นไป)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ (อายุ 40 ปีขึ้นไป)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 30-40 ปี)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 30-40 ปี)
    การตรวจเอคโคหัวใจในเด็ก (Pediatric Echocardiography)
    โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น
    อัปเดตเมื่อ: 02 พ.ค. 2569

    เอคโคหัวใจคืออะไร

    “เอคโคหัวใจ” คือ การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง ผ่านผนังทรวงอกไปยังหัวใจและหลอดเลือด นิยมตรวจในท่านอนหงาย แพทย์ผู้ตรวจจะใช้หัวตรวจ (probe) วางบนผนังทรวงอกและปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงจากหัวตรวจ ด้วยความเร็วเสียงประมาณ 1,530 เมตร/วินาที คลื่นผ่านผนังทรวงตกกระทบไปยังส่วนต่างๆ ของหัวใจและหลอดเลือดแล้วรับคลื่นเสียงสะท้อนกลับมาหัวตรวจจะแปลงสัญญาณเป็นภาพโครงสร้างหัวใจและหลอดเลือดแสดงอยู่บนหน้าจอเครื่องตรวจ คลื่นเสียงความถี่นี้สูงเกินกว่าที่หูมนุษย์จะรับรู้ได้จึงเรียกว่า คลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasound) การตรวจเอคโคหัวใจไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดแก่ผู้ป่วยและมีความปลอดภัยสูงมาก สามารถช่วยวินิจฉัยโรคหัวใจได้ทุกชนิด ทั้งโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (congenital heart disease) และโรคหัวใจที่เกิดขึ้นภายหลัง (acquired heart disease) ได้เป็นอย่างดี

    ประโยชน์ของการตรวจเอคโคหัวใจ

    1. แสดงภาพภายในหัวใจที่ผิดปกติ (structural heart defect) การเอคโคสามารถมองเห็นหัวใจทั้ง 4 ห้อง สามารถวัดขนาดและความหนาของผนังหัวใจ มองเห็นผนังกั้นหัวใจ ลักษณะการเปิด-ปิดของลิ้นหัวใจ สามารถเห็นเส้นเลือดที่เลี้ยงหัวใจและเส้นเลือดใหญ่ที่ออกจากหัวใจ
    2. ประเมินการทำงานของหัวใจทั้งช่วงการบีบตัวและการคลายตัวของหัวใจ (systolic and diastolic ventricular function) การตรวจเอคโคหัวใจสามารถประเมินการทำงานของหัวใจได้ ช่วยวินิจฉัยโรคและเป็นเครื่องมือใช้ติดตามประสิทธิภาพหลังการรักษา
    3. ตรวจการไหลเวียนโลหิตในหัวใจ (hemodynamic echocardiography) ช่วยประเมินการไหลเวียนเลือดของร่างกายได้

    อาการผิดปกติที่บ่งชี้ว่าอันตราย พ่อแม่อย่ารอช้า ให้รีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจเอคโคหัวใจ

    1. อาการเจ็บหน้าอก
      • มีอาการหน้ามืดเป็นลมร่วมด้วย
      • อาการเจ็บหน้าอกร่วมกับใจสั่น
      • อาการเจ็บหน้าอกเกิดเมื่อออกกำลังกาย
      • อาการเจ็บหน้าอกและเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
      • อาการเจ็บหน้าอกเป็นมากจนทำให้เด็กต้องตื่นขึ้นมาตอนกลางคืน
      • มีประวัติครอบครัวเสียชีวิตกะทันหันไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
      • มีโรคประจำตัว เช่น โรค Marfan syndrome โรคหัวใจแต่กำเนิด หรือเคยเป็นโรคคาวาซากิ (Kawasaki disease) มาก่อน
    2. อาการใจสั่น
      • ไม่สัมพันธ์กับกิจกรรมที่ทำ เช่น ใจสั่นเวลานอนหรือนั่งเฉยๆ
      • อาการเกิดขึ้นทันที
      • มีอาการเจ็บหน้าอก หน้ามืดเป็นลมร่วมด้วย
    3. อาการหน้ามืดเป็นลม ที่อธิบายสาเหตุไม่ได้
    4. อาการตัวเขียว
      • เด็กมีริมฝีปาก เหงือก ลิ้น และเล็บ สีม่วงคล้ำ
      • บางรายผู้ปกครองไม่ทันได้สังเกต จนกระทั่งอายุ 3-6 เดือนขึ้นไป อาจเกิดอาการ“กลั้นเขียว”ตามหลังการเล่น การออกแรง หลังตื่นนอนตอนเช้า หรือเวลาไม่สบาย เช่น ไข้ ร่างกายขาดน้ำ ซีด ผู้ป่วยจะมีอาการเขียวม่วงมากขึ้นร่วมกับหายใจหอบลึก บางรายมีอาการรุนแรงมาก ซึม ชัก หรือหมดสติได้
    5. อาการเหนื่อยง่าย
      • เด็กทารก สังเกตจากดูดนมแล้วเหนื่อยมากกว่าเด็กปกติ มีเหงื่อออกมาก ใช้เวลาในการดูดนานมากกว่า 30 นาทีต่อครั้ง มีการเจริญเติบโตที่ช้า เลี้ยงไม่โต ป่วยบ่อย
      • เด็กเล็กและเด็กโต เหนื่อยง่าย และไม่สามารถทำกิจกรรมได้เท่าๆ กับเด็กวัยเดียวกัน ติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจส่วนล่างบ่อยๆ มากกว่า 3-4 ครั้งต่อปี
    6. อาการเสียงฟู่ของหัวใจ (Heart murmur)
      • ในเด็กที่ไม่ได้เป็นโรคหัวใจ อาจตรวจพบเสียงฟู่ในหัวใจได้ สาเหตุเกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น ไข้ โลหิตจาง ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน หรือเด็กที่อยูในวัยการเจริญเติบโต เด็กกลุ่มนี้มักไม่มีอาการผิดปกติและมีการเจริญเติบโตตามเกณฑ์
      • ในเด็กที่เป็นโรคหัวใจ มีอาการน้อยจนถึงมาก เช่น เขียว เหนื่อยง่าย ป่วยบ่อย เลี้ยงไม่โต สาเหตุโรคหัวใจที่พบบ่อย เช่น โรคผนังกั้นห้องหัวใจรั่ว เส้นเลือดหัวใจเกิน ลิ้นหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เป็นต้น
    7. อาการบวม มักบวมที่บริเวณหลังเท้า สันหน้าแข้ง หรือข้อเท้า หลังตื่นนอนจะบวมบริเวณด้านหลัง เมื่อกดเป็นรอยบุ๋มแล้วจะค่อยๆ คืนตัว
    8. ตัวเล็ก เลี้ยงไม่โต โรคหัวใจทำให้หัวใจและปอดทำงานมากกว่าปกติแต่ได้ประสิทธิภาพที่ต่ำกว่าที่ร่างกายต้องการ ทำให้มีการเจริญเติบโตที่ต่ำกว่าเกณฑ์ได้

    เครื่องมือในการวินิจฉัยโรคหัวใจลูกน้อย

    หากลูกน้อยมีอาการหรือความผิดปกติที่คุณพ่อคุณแม่กังวลใจ ควรมาปรึกษากุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจ เพื่อรับคำแนะนำและหากพบว่ามีอาการที่น่าสงสัยโรคหัวใจ จะได้รับการตรวจด้วยเครื่องมือเพื่อช่วยในการวินิจฉัยได้แม่นยำ สะดวก รวดเร็ว ดังนี้

    1. การเอกซ์เรย์ทรวงอก (Chest X-ray) เพื่อดูขนาดของของหัวใจ และดูลักษณะของเส้นเลือดในปอด ถ้าหัวใจขยายโตขึ้น อาจหมายถึงอาการผิดปกติที่ซ่อนอยู่
    2. การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram) เพื่อบันทึกสัญญาณไฟฟ้าที่ส่งออกมาจากหัวใจ ทำให้ทราบ หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือไม่รวมถึงดูว่าห้องหัวใจโตได้
    3. การตรวจเอคโคหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography) หลักการคล้ายกับการทำ ultrasound โดยใช้คลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงแสดงภาพของการทำงานและโครงสร้างของหัวใจ การตรวจวิธีนี้ไม่เจ็บ ทำได้รวดเร็วและแม่นยำ โดยไม่มีข้อเสียหรือความเสี่ยงจากรังสีเอกซเรย์

    การตรวจเอคโคหัวใจในเด็ก มีกี่แบบ

    1. การตรวจหัวใจผ่านผนังทรวงอก (Transthoracic Echocardiography-TTE) เป็นวิธีที่ใช้ตรวจปกติ ตรวจในท่านอนหงาย แพทย์จะวางหัวตรวจตรงบริเวณผนังทรวงอกของผู้ป่วย วิธีนี้เป็นการตรวจที่ทำได้ง่าย สะดวก ไม่เจ็บ ใช้เวลาประมาณ 15-30 นาทีต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของข้อมูลที่ต้องการและความยากง่ายในการตรวจ
    2. การตรวจหัวใจผ่านหลอดอาหาร (Transesophageal Echocardiography- TEE) ผู้ป่วยต้องกลืนหัวตรวจขนาดเล็ก (mini TEE) ลักษณะคล้ายส่องกล้องทางหลอดอาหาร จะสามารถตรวจหัวใจผ่านทางหลอดอาหารได้
      • ข้อดี เห็นภาพหัวใจจากทางด้านหลังได้ชัด เนื่องจากไม่มีโครงสร้างกระดูกบัง ใช้ตรวจหัวใจไปพร้อมกับขณะผ่าตัดหัวใจได้
      • ข้อเสีย ต้องให้ผู้ป่วยกลืนหัวตรวจลงไป อาจกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน มักต้องให้ยาระงับความรู้สึกและยาชา
      • ข้อห้าม หลีกเลี่ยงในผู้ป่วยที่มีโรคหลอดอาหารตีบหรือเคยได้รับการผ่าตัดหลอดอาหาร เพื่อป้องกันหัวตรวจทะลุหลอดอาหาร
    3. การตรวจเอคโคหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงแบบ 3 มิติ (Three Dimension Echocardiography) สามารถแสดงภาพโครงสร้างใกล้เคียงในแบบ 3 มิติเสมือนจริง จึงช่วยให้ศัลยแพทย์หัวใจสามารถเตรียมและวางแผนการผ่าตัดได้แม่นยำยิ่งขึ้น ในปัจจุบันสามารถตรวจแบบ 3 มิติผ่านหลอดอาหารได้
     
     

    การเตรียมตัวลูกน้อยเพื่อรับการตรวจเอคโค

    • เมื่อพบว่าลูกน้อยมีอาการผิดปกติ สามารถมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเอคโคได้เลย โดยไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร
    • ห้องตรวจจะเป็นห้องที่เงียบสงบ คุณพ่อคุณแม่สามารถอยู่ในห้องตรวจพร้อมกันกับลูกน้อย
    • กรณีเด็กเล็กอาจใช้เสียงดนตรี ดูภาพยนต์การ์ตูนที่เด็กชอบ เล่นตุ๊กตาหรือของเล่นอื่นๆ เพื่อเป็นการผ่อนคลายความกังวลและเบี่ยงเบนความสนใจของเด็กออกจากการตรวจของแพทย์

    ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการตรวจเอคโคหัวใจในเด็ก

    • หลักการคล้ายกับการทำ ultrasound โดยใช้คลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงแสดงภาพของการทำงานและโครงสร้างของหัวใจ
    • เอคโคหัวใจมีความปลอดภัยสูงมาก สามารถช่วยวินิจฉัยโรคหัวใจได้ทุกชนิดทั้งโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และโรคหัวใจที่เกิดขึ้นภายหลัง
    • การตรวจวิธีนี้ไม่เจ็บ ทำได้รวดเร็วและแม่นยำ ใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของข้อมูลที่ต้องการและความยากง่ายในการตรวจ
    • ไม่มีข้อเสียหรือความเสี่ยงจากรังสีเอกซเรย์
     

    พญ.ประทับใจ นิ่มบริบูรณ์พร
    กุมารแพทย์โรคหัวใจ

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 40 ปีขึ้นไป)โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 40 ปีขึ้นไป)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 40 ปีขึ้นไป)

    20,985 บาท

    27,890 บาท

    รายละเอียด
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ (อายุ 40 ปีขึ้นไป)โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ (อายุ 40 ปีขึ้นไป)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ (อายุ 40 ปีขึ้นไป)

    13,990 บาท

    รายละเอียด
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 30-40 ปี)โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 30-40 ปี)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 30-40 ปี)

    14,850 บาท

    19,800 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ทำไมผู้ชายถึงควรได้รับวัคซีนป้องกันไวรัส HPV? Image
    ทำไมผู้ชายถึงควรได้รับวัคซีนป้องกันไวรัส HPV?
    ตรวจสุขภาพเชิงลึก รู้ทันความเสี่ยง ก่อนเกิดโรค Image
    ตรวจสุขภาพเชิงลึก รู้ทันความเสี่ยง ก่อนเกิดโรค
    ตรวจพบเชื้อ HPV ต้องทำอย่างไร? Image
    ตรวจพบเชื้อ HPV ต้องทำอย่างไร?
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ