โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    วัคซีนตัวไหน ปลอดภัยในสตรีตั้งครรภ์

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น
    อัปเดตเมื่อ: 02 พ.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 40 ปีขึ้นไป)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 40 ปีขึ้นไป)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ (อายุ 40 ปีขึ้นไป)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ (อายุ 40 ปีขึ้นไป)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 30-40 ปี)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 30-40 ปี)
    วัคซีนตัวไหน ปลอดภัยในสตรีตั้งครรภ์
    โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น
    อัปเดตเมื่อ: 02 พ.ค. 2569

    การให้วัคซีนเป็นการกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันการติดเชื้อสำหรับสตรีตั้งครรภ์ การให้วัคซีนถือว่ามีความสำคัญ เนื่องจากสตรีตั้งครรภ์มีภูมิคุ้มกันต่ำลง จึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆ มากขึ้น นอกจากนี้วัคซีนยังมีประโยชน์ต่อทารกที่ได้รับภูมิคุ้มกันที่มารดาสร้างขึ้นและส่งผ่านทางรก ทำให้ได้รับการปกป้องไปจนถึงช่วงหลังคลอด ก่อนที่ทารกจะได้รับวัคซีนตามช่วงวัย

    แต่วัคซีนที่จะให้ในสตรีตั้งครรภ์ ต้องมีความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ ดังนั้นควรได้รับคำแนะนำการได้รับวัคซีนอย่างเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อสูงสุด

    วัคซีนที่ควรให้ในสตรีตั้งครรภ์

    มีเกณฑ์ในการคัดเลือกคือ เป็นวัคซีนที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อที่สตรีตั้งครรภ์มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย การติดเชื้อส่งผลเสียต่อมารดาหรือทารก และวัคซีนต้องไม่ส่งผลเสียต่อการตั้งครรภ์ จึงควรเลือกใช้วัคซีนอย่างเหมาะสมสำหรับวัคซีนที่ไม่สามารถให้ได้ในขณะตั้งครรภ์ หรือวัคซีนที่ยังไม่ได้ให้ในสตรีตั้งครรภ์รายนั้นๆ ควรจะถูกบันทึกและวางแผนที่จะให้ในช่วงหลังคลอดต่อไป

    ชนิดของวัคซีนที่ปลอดภัย ไม่พบหลักฐานว่าส่งผลเสียต่อการตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ คือ

    • วัคซีนชนิดเชื้อตาย (inactivated vaccine)
    • วัคซีนชนิดท็อกซอยด์ (toxoid)
    • อิมมูโกลบูลิน (immunoglobulin)

    ได้แก่ วัคซีนป้องกันบาดทะยัก คอตีบ ไอกรน (tetanus, diphtheria, and pertussis vaccine: Tdap) และวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตาย (inactivated influenza vaccine) เป็นวัคซีนที่เป็นที่ยอมรับและแนะนำให้ใช้ในสตรีตั้งครรภ์ทุกราย

    เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง ไม่ส่งผลเสียต่อการตั้งครรภ์ ไม่ก่อให้เกิดการแท้งบุตร และภูมิคุ้มกันที่สตรีตั้งครรภ์สร้างจากการได้รับวัคซีนเหล่านี้สามารถส่งผ่านรกไปยังทารกในครรภ์ และช่วยปกป้องทารกในช่วงหลังคลอดได้อีกด้วย

    1. วัคซีนป้องกันบาดทะยัก คอตีบ ไอกรน (tetanus, diphtheria, and pertussis vaccine: Tdap)

    ทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือนถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเจ็บป่วยรุนแรงจากไอกรน และร้อยละ 50 ทารกจะได้รับเชื้อมาจากผู้ดูแลในครอบครัว ดังนั้นการฉีดวัคซีนให้มารดาระหว่างตั้งครรภ์ และการที่สมาชิกในครอบครัวมีภูมิคุ้มกันต่อไอกรนจะลดความเสี่ยงการติดเชื้อในทารกลงได้

    นอกจากนี้การฉีดวัคซีนในสตรีตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสที่ 3 จะกระตุ้นให้สร้างและส่งต่อภูมิคุ้มกันที่สามารถปกป้องทารกในช่วง 2-3 เดือนแรกหลังคลอดได้ เนื่องจากทารกจะได้รับวัคซีนเมื่ออายุ 6-8 สัปดาห์ ในช่วงก่อนที่ทารกจะได้รับวัคซีน ภูมิคุ้มกันจะมาจากมารดาส่งผ่านรกในขณะตั้งครรภ์และผ่านน้ำนมในช่วงหลังคลอดเท่านั้น ไม่มีรายงานผลเสียของวัคซีน Tdap ต่อการตั้งครรภ์ ต่อสตรีตั้งครรภ์ และต่อทารก จึงมีความปลอดภัยสูงที่จะใช้ระหว่างตั้งครรภ์

    2. วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตาย (inactivated influenza vaccine)

    วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ จะให้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันทั้งสตรีตั้งครรภ์และทารก ดังนั้นจึงควรให้ในช่วงที่มีการระบาดของโรค โดยไม่คำนึงถึงอายุครรภ์ หากสตรีตั้งครรภ์มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับเชื้อ แต่หากการได้รับวัคซีนสามารถเลื่อนออกไปได้ เช่น การระบาดอยู่ในวงจำกัด ไม่รุนแรง สามารถพิจารณาเลื่อนไปฉีดวัคซีนที่ไตรมาส 2 ได้ เพื่อลดความกังวลเรื่องความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในไตรมาสแรกได้ตามธรรมชาติ เช่น ภาวะแท้ง ทารกที่ผิดปกติ

    การให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่นี้หวังประโยชน์เพื่อป้องกันการติดเชื้อในสตรีตั้งครรภ์เป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตามภูมิคุ้มกันสามารถส่งไปถึงทารกได้มากถึงร้อยละ 85 ของทารกที่มารดาได้รับวัคซีนระหว่างตั้งครรภ์

    บทสรุป

    สตรีตั้งครรภ์ทุกรายควรได้รับการซักประวัติการได้รับวัคซีน เพื่อประเมินความเสี่ยงและวัคซีนที่ควรให้ระหว่างตั้งครรภ์ โดยวัคซีนที่สตรีตั้งครรภ์ทุกรายควรได้รับคือวัคซีนป้องกันบาดทะยัก คอตีบ ไอกรน (Tdap) ในช่วงต้นของไตรมาส 3 และวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตาย (inactivated influenza vaccine) ในช่วงที่มีการระบาดของโรค

    สำหรับวัคซีนอื่นๆ พิจารณาให้โดยประเมินจากความเสี่ยงของสตรีตั้งครรภ์แต่ละราย และควรหลีกเลี่ยงวัคซีนชนิดเชื้อเป็น (live attenuated vaccine) และวัคซีนที่ยังมีการศึกษาไม่เพียงพอหากประโยชน์ที่จะได้รับจากวัคซีนไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์

     

    พญ.อุทุมพร ภูนุชอภัย
    สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

     

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 40 ปีขึ้นไป)โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 40 ปีขึ้นไป)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 40 ปีขึ้นไป)

    20,985 บาท

    27,890 บาท

    รายละเอียด
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ (อายุ 40 ปีขึ้นไป)โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ (อายุ 40 ปีขึ้นไป)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ (อายุ 40 ปีขึ้นไป)

    13,990 บาท

    รายละเอียด
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 30-40 ปี)โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 30-40 ปี)
    โปรโมชันบอกรักแม่ด้วยการดูแลสุขภาพ ซื้อคู่ถูกกว่า (อายุ 30-40 ปี)

    14,850 บาท

    19,800 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ทำไมผู้ชายถึงควรได้รับวัคซีนป้องกันไวรัส HPV? Image
    ทำไมผู้ชายถึงควรได้รับวัคซีนป้องกันไวรัส HPV?
    ตรวจสุขภาพเชิงลึก รู้ทันความเสี่ยง ก่อนเกิดโรค Image
    ตรวจสุขภาพเชิงลึก รู้ทันความเสี่ยง ก่อนเกิดโรค
    ตรวจพบเชื้อ HPV ต้องทำอย่างไร? Image
    ตรวจพบเชื้อ HPV ต้องทำอย่างไร?
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ