โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    รู้จักต้อกระจกกันหรือยัง

    2 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น
    อัปเดตเมื่อ: 02 พ.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    ตรวจหลอดเลือดใหญ่ที่คอ ด้วยคลื่นความถี่สูง Carotid Doppler
    ตรวจหลอดเลือดใหญ่ที่คอ ด้วยคลื่นความถี่สูง Carotid Doppler
    ตรวจแคลเซียม ในหลอดเลือดหัวใจ CT Calcium Score
    ตรวจแคลเซียม ในหลอดเลือดหัวใจ CT Calcium Score
    ตรวจคัดกรองมะเร็งปอด CT Chest Low Dose
    ตรวจคัดกรองมะเร็งปอด CT Chest Low Dose
    รู้จักต้อกระจกกันหรือยัง
    โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น
    อัปเดตเมื่อ: 02 พ.ค. 2569

    ต้อกระจกเกิดจากการเสื่อมของเลนส์แก้วตา ซึ่งเลนส์ตาจะอยู่ด้านหลังของม่านตา ปกติแล้วควรมีลักษณะใสแต่เมื่อเสื่อมแล้วจะกลับมีสีขาวขุ่น หรือขาวอมน้ำตาลมากขึ้น ทำให้ไปขัดขวางทางเดินของแสง นำไปสู่การลดลงของวิสัยทัศน์ได้ ซึ่งเป็นสาเหตุตาบอดอันดับหนึ่งทั้งของประเทศไทยและของโลกอีกด้วยค่ะ

    สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงคืออะไรได้บ้าง

    จริงๆ แล้วโรคต้อกระจกมีหลายสาเหตุ ไม่ได้พบเฉพาะในผู้ใหญ่เท่านั้น สามารถพบได้ในเด็กเล็กหรือเด็กแรกเกิดด้วยนะคะ

    • โดยมากมักเป็นจากการเสื่อมตามวัย (ประมาณ 80%) จากอายุที่มีมากขึ้น เลนส์ตาก็อยู่กับเรามาตั้งแต่เกิด ก็มีอายุการใช้งานเช่นกัน
    • บางคนมีอุบัติเหตุต่อดวงตา เช่น ถูกกระแทกที่ตา ก็ทำให้เลนส์ขาวขุ่นเร็วขึ้น
    • มีการอักเสบในลูกตาทั้งจากติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ
    • ผลจากยาบางชนิด เช่น การใช้ยา steroid ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหยอด รับประทาน หรือพ่นก็ตาม มีผลทำให้เป็นต้อกระจกได้
    • การได้รับรังสีโดยมากคือรังสี Ultraviolet (UV) จากแสงแดด หรือได้รับการฉายรังสีบริเวณตาบ่อยๆ
    • การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา
    • โรคต่างๆ เช่น คนเป็นเบาหวาน มีโอกาสที่เลนส์ตาจะขุ่นได้เร็วกว่าคนทั่วไป
    • โรคทาง metabolic ซึ่งมักเป็นกรรมพันธุ์ด้วย เช่น โรค Down” s syndrome, marfan syndrome การทำงานน้อยลงของต่อม parathyroid เหล่านี้ เป็นต้น
    • โรคติดเชื้อในครรภ์มารดา เช่น หัดเยอรมัน ใน 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ติดเชื้อไวรัส เช่น ไวรัสเริม ไวรัส CMV, syphilis ทำให้เด็กที่เกิดมาเป็นโรคต้อกระจกแต่กำเนิดได้ ซึ่งบางครั้งไม่สามารถวินิจฉัยได้ทันทีแต่แรกเกิด ดังนั้นประวัติครอบครัวและประวัติเกี่ยวกับการฝากครรภ์จึงมีความสำคัญช่วยในการวินิจฉัย

    อยากทราบอาการและอาการแสดงเป็นอย่างไร

    • ผู้ป่วยจะมีอาการตามัวลงอย่างช้าๆ คล้ายมีฝ้าหมอกบังตา โดยที่ไม่มีอาการปวดตา
    • มองเห็นภาพสีซีด จางลงหรืออาจเป็นสีเหลือง
    • ตาไม่สู้แสง
    • การแยกความแตกต่างของความมืด-สว่าง ก็จะลดลง
    • เห็นมีภาพซ้อนในตาข้างเดียว (คือลองเอามือปิดตา 1 ข้าง ก็ยังคงมองเห็นภาพซ้อน)
    • มีการเปลี่ยนแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์บ่อยๆ

    แล้วเราจะสามารถป้องกันได้อย่างไร

    • อย่างแรกเราทราบแล้วว่าแสงแดดคือตัวการสำคัญของโรคต้อกระจกดังนั้นหลีกเลี่ยงแสงแดด โดยสวมแว่นกันแดดเวลาออกแดด ที่สามารถป้องกันยูวีของดวงอาทิตย์
    • รับประทานอาหารที่มีวิตามินเอ แคโรทีนอยด์ ลูทีน และซีแซนทีน ซึ่งพบมากในผักโขม ผักคะน้าและผักใบเขียวต่างๆซึ่งเชื้อว่าเกี่ยวข้องกับการลดลงของโคคต้อกระจกอย่างมีนัยสำคัญ
    • การบริโภคอาหารที่มีวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี และอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 เช่น ปลาแซลมอน เมล็ดทานตะวัน อัลมอลด์ อาจลดความเสี่ยงต้อกระจกได้
    • ส่วนผู้ที่สูบบุหรี่ก็ควรหยุดบุหรี่ และงดการดื่มสุรา

    มีวิธีการรักษาโรคต้อกระจกได้อย่างไร

    การผ่าตัดสลายต้อกระจก ทำได้โดยการผ่าตัดเอาเลนส์ตาที่เป็นต้อกระจกออก และใส่เลนส์ตาเทียมเข้าไปแทนที่เลนส์เดิม ซึ่งเลนส์เทียมตัวใหม่นี้สามารถใส่อยู่ในลูกตาได้ตลอดชีวิต

    ปัจจุบันการผ่าตัดต้อกระจกซึ่งเป็นที่นิยมมาก เรียกว่า Phacoemulsification โดยใช้เครื่องมือสลายต้อกระจกที่ทันสมัยมาก เปิดแผลเล็กๆ ไม่เกิน 3 มิลลิเมตร เจาะถุงหุ้มเลนส์ด้านหน้าออก แล้วใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสลายเนื้อเลนส์ต้อกระจกที่ขุ่นออก และใส่เลนส์ตาเทียมเข้าไปแทนที่ ซึ่งการผ่าตัดใช้ระยะเวลาไม่นาน ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล ไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ ซึ่งเลนส์ที่เลือกใส่ก็มีหลายประเภท การเลือกใส่เลนส์ตาเทียมชนิดไหนนั้นแต่ละรายไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับการดำเนินชีวิตประจำวันของแต่ละคน และจักษุแพทย์จะเป็นคนตัดสินใจวางแผนการรักษากับผู้ป่วยด้วยค่ะ

    ควรมีการไปตรวจต้อกระจกเมื่อไหร่

    อายุ 40-65 ปีควรมีการตรวจตาทุกปี 2-4 ปี อายุมากกว่า 65 ปี ควรตรวจตาทุก 1-2 ปี หรือ เมื่อมีอาการทางตาเปลี่ยนแปลง

    โรคต้อกระจกไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลยใช่ไหมคะ สามารถตรวจและรักษาได้ไม่ยาก ใส่ใจดูแลถนอมดวงตาให้อยู่กับเราไปนานๆ ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ สามารถมาพูดคุยปรึกษากับจักษุแพทย์ได้ค่ะ

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ตรวจหลอดเลือดใหญ่ที่คอ ด้วยคลื่นความถี่สูง Carotid Dopplerตรวจหลอดเลือดใหญ่ที่คอ ด้วยคลื่นความถี่สูง Carotid Doppler
    ตรวจหลอดเลือดใหญ่ที่คอ ด้วยคลื่นความถี่สูง Carotid Doppler

    3,500 บาท

    รายละเอียด
    ตรวจแคลเซียม ในหลอดเลือดหัวใจ CT Calcium Scoreตรวจแคลเซียม ในหลอดเลือดหัวใจ CT Calcium Score
    ตรวจแคลเซียม ในหลอดเลือดหัวใจ CT Calcium Score

    3,900 บาท

    รายละเอียด
    ตรวจคัดกรองมะเร็งปอด CT Chest Low Doseตรวจคัดกรองมะเร็งปอด CT Chest Low Dose
    ตรวจคัดกรองมะเร็งปอด CT Chest Low Dose

    3,900 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ทำไมผู้ชายถึงควรได้รับวัคซีนป้องกันไวรัส HPV? Image
    ทำไมผู้ชายถึงควรได้รับวัคซีนป้องกันไวรัส HPV?
    ตรวจสุขภาพเชิงลึก รู้ทันความเสี่ยง ก่อนเกิดโรค Image
    ตรวจสุขภาพเชิงลึก รู้ทันความเสี่ยง ก่อนเกิดโรค
    ตรวจพบเชื้อ HPV ต้องทำอย่างไร? Image
    ตรวจพบเชื้อ HPV ต้องทำอย่างไร?
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ