อาการปวดคอ ปวดหลังเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยมากในคนทุกวัย โดยเฉพาะในผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะเป็นเวลานาน ผู้ที่เล่นกีฬา หรือสูงอายุ เมื่ออาการปวดเกิดขึ้น อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก เช่น นอนหลับไม่ดี เคลื่อนไหวลำบาก และทำกิจวัตรประจำวันได้ลดลง ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นการรักษาด้วยวิธีพื้นฐาน เช่น
- ยาแก้ปวดหรือยาลดการอักเสบ
- กายภาพบำบัด
- การออกกำลังกายหรือโยคะ
- การยืดกล้ามเนื้อ
- การฝังเข็มหรือการรักษาทางเลือกอื่น ๆ
วิธีการเหล่านี้ช่วยผู้ป่วยได้ดี แต่ในบางกรณี อาการปวดอาจยังคงอยู่เป็นเวลานานหลายเดือนหรือหลายปี แม้จะได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมแล้วก็ตาม

นพ.ภาคย์ ธารไพรสาณฑ์ (ว. 42946) วิสัญญีแพทย์ เฉพาะทางเวชศาสตร์ความปวด โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน กล่าวว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ ก่อนที่จะพิจารณาการผ่าตัดกระดูกสันหลัง การแพทย์สมัยใหม่มีอีกทางเลือกหนึ่งที่เรียกว่า นวัตกรรมบรรเทาปวดด้วยหัตถการ (Pain intervention) ซึ่งเป็นการรักษาที่มีความแม่นยำและใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศพัฒนาแล้ว
สาเหตุที่พบบ่อย
อาการปวดคอหรือปวดหลังมักเกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกสันหลัง เช่น
- หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนหรือยื่นกดทับเส้นประสาท (Disc prolapse / Disc herniation)
- การอักเสบของรากประสาท ทำให้มีอาการปวดร้าวลงแขนหรือขา (Radiculopathy)
- ข้อกระดูกสันหลังเสื่อม (Facet joint arthropathy)
- หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมตามอายุ (Degenerative disc disease)
- ความตึงของกล้ามเนื้อหรือท่าทางการใช้งานที่ไม่เหมาะสม
ความผิดปกติเหล่านี้สามารถทำให้เกิดการอักเสบหรือการระคายเคืองของเส้นประสาทบริเวณกระดูกสันหลัง ส่งผลให้เกิดอาการปวดเรื้อรัง ซึ่งไม่ตอบสนองต่อการกินยาหรือการทำกายภาพบำบัดเพียงอย่างเดียว

การรักษาแบบหัตถการ: ทางเลือกที่แม่นยำมากขึ้น
นวัตกรรมรักษาความปวดที่ทันสมัย ด้วยหัตถการช่วยบรรเทาปวด (Pain intervention) จะใช้เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ชนิดซีอาร์ม (C-arm fluoroscopy) เป็นเทคนิกทางรังสีวิทยาที่ใช้ถ่ายภาพรังสีแบบ Real-time เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถฉีดยาหรือทำหัตถการได้อย่างแม่นยำในตำแหน่งที่เป็นต้นเหตุของอาการปวด
การฉีดยาช่องเหนือเยื่อหุ้มดูรารอบไขสันหลัง (Epidural injection)
เป็นการฉีดยาต้านอักเสบเข้าไปในบริเวณใกล้เส้นประสาทที่มีการอักเสบจากการถูกกดทับจากหมอนรองกระดูก
เป้าหมายการรักษาคือ
- ลดการอักเสบของเส้นประสาท
- ลดอาการปวดร้าวลงแขนหรือขา
- ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวและทำกิจกรรมได้ดีขึ้น
การฉีดยาแบบนี้เป็นวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และออสเตรเลีย และถือเป็นมาตรฐานการรักษาสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดจากเส้นประสาท
การรักษาอาการปวดจากข้อกระดูกสันหลัง (Facet joint arthropathy)
ข้อกระดูกสันหลังที่เรียกว่า Facet joint อาจเกิดการเสื่อมหรืออักเสบเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง แพทย์จะเริ่มจากการฉีดยาชาทดสอบ (Diagnostic block) เพื่อยืนยันว่าข้อกระดูกสันหลังเป็นต้นเหตุของอาการปวดจริง
หากอาการปวดดีขึ้นหลังการทดสอบ แพทย์จะพิจารณาการรักษาที่เรียกว่า Radiofrequency ablation (RF) ซึ่งเป็นการใช้พลังงานความร้อนเพื่อยับยั้งเส้นประสาทที่ส่งสัญญาณความปวด การรักษานี้สามารถช่วยลดอาการปวดได้ประมาณ 6–12 เดือน หรือนานกว่านั้นในผู้ป่วยหลายราย

ขั้นตอนการรักษาเป็นอย่างไร
ผู้ป่วยจำนวนมากรู้สึกกังวลเมื่อได้ยินคำว่า “การฉีดยาเหนือเยื่อหุ้มดูรารอบไขสันหลัง (Epidural)” หรือ “Radiofrequency” แต่ในความเป็นจริง ผู้ป่วยยังรู้สึกตัว สามารถสื่อสารกับแพทย์ได้ มีการใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อลดความเจ็บขณะหัตถการ ขั้นตอนการรักษามักใช้เวลาไม่นาน ผู้ป่วยหลายรายสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน หลังการรักษา อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์ถัดมา หรือ 1 เดือนหลัง RF เช่น
- อาการปวดร้าวลดลง
- นอนหลับได้ดีขึ้น
- สามารถเดิน นั่ง หรือทำกิจกรรมประจำวันได้สะดวกขึ้น
ทางเลือกก่อนการผ่าตัด
หัตถการบรรเทาปวดไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน และไม่ใช่ “ทางลัด” แต่เป็นทางเลือกที่ใช้เมื่อ
- การรักษาแบบดั้งเดิมไม่ได้ผล
- ผู้ป่วยไม่เหมาะสมกับการผ่าตัด
- ผู้ป่วยต้องการหลีกเลี่ยงหรือชะลอการผ่าตัด
- มีการวินิจฉัยสาเหตุของอาการปวดอย่างชัดเจน
สำหรับผู้ป่วยที่เหมาะสม วิธีการเหล่านี้สามารถเป็น ทางเลือกสำคัญระหว่างการใช้ยาและการผ่าตัดใหญ่
ถึงผู้ที่มีอาการปวดหลังปวดคอ
“อาการปวดคอปวดหลังไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องของความเสื่อมตามวัย หากอาการปวดส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การนอนหลับ หรือความสามารถในการทำกิจกรรมต่าง ๆ การประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางจะช่วยค้นหาสาเหตุและแนวทางการรักษาที่เหมาะสมได้ การรักษาที่ถูกทางตั้งแต่เริ่มต้น จะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและลดผลกระทบระยะยาวของอาการปวดเรื้อรัง” นพ. ภาคย์ กล่าวทิ้งท้าย
*****************************************
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือทำนัดหมายพบแพทย์ กรุณาติดต่อ :
โทร. 032-616-800 Call Center โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน










