ในยุคดิจิทัล หลายคนใช้โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ติดต่อกันหลายชั่วโมง การก้มคอมองหน้าจอเป็นเวลานานทำให้กล้ามเนื้อคอทำงานหนักกว่าปกติ และเพิ่มแรงกดต่อกระดูกสันหลังส่วนคอ เมื่อสะสมเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ภาวะหมอนรองกระดูกคอเสื่อม หมอนรองกระดูกคอเคลื่อนกดทับเส้นประสาท หรือเกิดการตีบแคบของโพรงกระดูกสันหลังได้
อาการที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่ ปวดคอเรื้อรัง ปวดร้าวลงบ่า สะบัก หรือแขน ชาหรืออ่อนแรงที่มือ นิ้วมือหยิบจับของไม่ถนัด รวมถึงอาการปวดที่รบกวนการนอนหรือไม่ดีขึ้นหลังพักผ่อน รับประทานยา
MRI กระดูกสันหลังส่วนคอ (MRI C-Spine) เป็นการตรวจด้วยสนามแม่เหล็ก สามารถเห็นรายละเอียดของหมอนรองกระดูก ไขสันหลัง เส้นประสาท และเนื้อเยื่อรอบกระดูกสันหลังได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นข้อมูลที่การเอกซเรย์ทั่วไปไม่สามารถแสดงได้
แพทย์อาจพิจารณาแนะนำการตรวจ MRI เมื่อมีอาการดังต่อไปนี้
- ปวดคอต่อเนื่องนานกว่า 4–6 สัปดาห์ แม้รักษาเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น
- ปวดร้าวลงแขน ชา หรืออ่อนแรงของแขนและมือ
- สงสัยหมอนรองกระดูกคอกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง
- มีอุบัติเหตุบริเวณคอร่วมกับอาการทางระบบประสาท
ผลการตรวจ MRI ช่วยให้แพทย์ระบุสาเหตุของอาการได้อย่างแม่นยำ วางแผนการรักษาได้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรม การทำกายภาพบำบัด การใช้ยา หรือการผ่าตัดในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้
การดูแลคอเริ่มต้นได้จากการปรับพฤติกรรม เช่น ยกหน้าจอให้อยู่ระดับสายตา พักสายตาและเปลี่ยนอิริยาบถทุก 30–60 นาที หลีกเลี่ยงการก้มคอเป็นเวลานาน และออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอและบ่าเป็นประจำ เพราะการป้องกันตั้งแต่วันนี้ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกสันหลังส่วนคอในอนาคตได้
.png)









