โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    นิ่วในทางเดินปัสสาวะ ต้องผ่าตัดไหม? รู้จักวิธีรักษาที่เหมาะกับแต่ละคน

    6 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    นพ. คฤห มาตรวชิระ
    นพ. คฤห มาตรวชิระ

    โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่

    อัปเดตเมื่อ: 24 ส.ค. 2569
    Dr. Karuha Martwachira
    นพ. คฤห มาตรวชิระ
    โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่
    แพ็กเกจแนะนำ
    ตรวจคัดกรอง โรคข้อเข่าเสื่อม Knee Osteoarthritis Screening
    ตรวจคัดกรอง โรคข้อเข่าเสื่อม Knee Osteoarthritis Screening
    นิ่วในทางเดินปัสสาวะ ต้องผ่าตัดไหม? รู้จักวิธีรักษาที่เหมาะกับแต่ละคน
    โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่
    อัปเดตเมื่อ: 24 ส.ค. 2569

    เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น นิ่วในทางเดินปัสสาวะ คำถามที่ผู้ป่วยมักสงสัยคือ “นิ่วต้องผ่าตัดหรือไม่?” คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคน

    ผู้ป่วยที่มีนิ่วขนาดเล็ก มีโอกาสหลุดออกมาได้เอง และไม่มีภาวะแทรกซ้อน อาจสามารถรักษาด้วยการเฝ้าติดตามอาการร่วมกับยาและการดูแลตามคำแนะนำของแพทย์ได้

    ในทางกลับกัน หากนิ่วมีขนาดใหญ่ ไม่สามารถหลุดออกเอง ทำให้เกิดการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ มีการทำงานของไตผิดปกติ หรือมีการติดเชื้อร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยหัตถการ เช่น การสลายนิ่ว การส่องกล้อง หรือการเจาะไตผ่านผิวหนัง

    ดังนั้น การรักษานิ่วไม่ได้พิจารณาจากขนาดของนิ่วเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินร่วมกับตำแหน่งและลักษณะของนิ่ว อาการ การทำงานของไต สุขภาพโดยรวม และความเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละราย

    นิ่วในทางเดินปัสสาวะคืออะไร?

    นิ่วในทางเดินปัสสาวะเกิดจากแร่ธาตุหรือสารบางชนิดในปัสสาวะตกผลึกและรวมตัวกันจนกลายเป็นก้อนนิ่ว สามารถพบได้ตั้งแต่บริเวณไต ท่อไต ไปจนถึงกระเพาะปัสสาวะ

    อาการที่พบอาจแตกต่างกันไปตามตำแหน่งและขนาดของนิ่ว เช่น

    • ปวดบริเวณเอวหรือสีข้าง โดยเฉพาะอาการปวดเป็นพัก ๆ
    • ปวดร้าวลงบริเวณท้องน้อยหรือขาหนีบ
    • ปัสสาวะแสบขัด
    • ปัสสาวะบ่อยหรือปวดปัสสาวะ
    • มีเลือดปนในปัสสาวะ
    • คลื่นไส้หรืออาเจียน

    อย่างไรก็ตาม นิ่วบางชนิดอาจไม่ทำให้เกิดอาการและตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพหรือการตรวจภาพทางการแพทย์

    นิ่วต้องผ่าตัดไหม?

    นิ่วไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกกรณี

    หากนิ่วมีขนาดเล็กและมีโอกาสหลุดออกเอง แพทย์อาจเลือกการรักษาแบบประคับประคองและติดตามอาการก่อน

    แต่หากนิ่วมีลักษณะที่ทำให้มีโอกาสหลุดเองต่ำ มีอาการปวดมาก อุดกั้นทางเดินปัสสาวะ ทำให้ไตทำงานผิดปกติ หรือมีภาวะแทรกซ้อน แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยหัตถการ

    วิธีรักษาที่เหมาะสมจึงต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล


    1. การรักษาแบบประคับประคอง

    สำหรับผู้ป่วยที่มีนิ่วขนาดเล็กและมีโอกาสหลุดออกเอง แพทย์อาจเลือกการรักษาแบบประคับประคอง โดยอาจประกอบด้วย

    • ยาแก้ปวดเพื่อควบคุมอาการ
    • การดื่มน้ำตามคำแนะนำของแพทย์
    • การติดตามอาการ
    • การตรวจติดตามเพื่อประเมินว่านิ่วหลุดออกแล้วหรือยัง

    ในผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจพิจารณา Medical Expulsive Therapy (MET) หรือการใช้ยาเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้นิ่วผ่านออกทางท่อไต โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีนิ่วบริเวณท่อไตส่วนล่างและมีลักษณะที่เหมาะสม

    ทั้งนี้ การใช้ยาและปริมาณน้ำที่ควรดื่มต้องพิจารณาตามอาการ ตำแหน่งของนิ่ว การทำงานของไต และโรคร่วมของผู้ป่วย ไม่ควรซื้อยารับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

    2. การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก (ESWL)

    ESWL (Extracorporeal Shock Wave Lithotripsy) เป็นวิธีรักษานิ่วโดยใช้คลื่นกระแทกจากภายนอกร่างกายส่งไปยังบริเวณนิ่ว เพื่อทำให้นิ่วแตกเป็นชิ้นเล็กลง จากนั้นร่างกายจะขับเศษนิ่วออกทางปัสสาวะ

    ข้อดีคือไม่ต้องผ่าตัดเปิดแผล

    อย่างไรก็ตาม ESWL ไม่ได้เหมาะกับนิ่วทุกชนิด ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

    • ขนาดของนิ่ว
    • ตำแหน่งของนิ่ว
    • ความแข็งหรือองค์ประกอบของนิ่ว
    • ลักษณะทางกายวิภาคของผู้ป่วย
    • การที่คลื่นกระแทกสามารถเข้าถึงนิ่วได้หรือไม่

    แพทย์จึงต้องประเมินภาพทางการแพทย์และปัจจัยของผู้ป่วยก่อนเลือกวิธีนี้

    3. การส่องกล้องผ่านทางเดินปัสสาวะ (URS)

    URS (Ureteroscopy) เป็นวิธีรักษานิ่วที่พบบ่อย โดยแพทย์จะสอดกล้องขนาดเล็กผ่านท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะเข้าสู่ท่อไตเพื่อเข้าถึงนิ่ว

    เมื่อพบก้อนนิ่ว แพทย์สามารถใช้เลเซอร์ช่วยสลายนิ่วให้มีขนาดเล็กลง และนำเศษนิ่วออกตามความเหมาะสม

    ข้อดีของ URS คือ

    • ไม่ต้องผ่าตัดเปิดแผลบริเวณหน้าท้อง
    • สามารถเข้าถึงนิ่วในท่อไตได้โดยตรง
    • สามารถสลายนิ่วและนำเศษนิ่วออกได้ในขั้นตอนเดียวในผู้ป่วยที่เหมาะสม
    • มีโอกาสกำจัดนิ่วได้สูงในหลายกรณี

    หลังทำหัตถการ แพทย์อาจพิจารณาใส่สาย Double-J ชั่วคราวตามความเหมาะสม

    4. การส่องกล้องรักษานิ่วในไต (RIRS)

    RIRS (Retrograde Intrarenal Surgery) เป็นการรักษานิ่วในไตโดยใช้กล้องชนิดอ่อนสอดผ่านทางเดินปัสสาวะขึ้นไปถึงไต จากนั้นใช้เลเซอร์สลายนิ่วให้มีขนาดเล็กลงและนำเศษนิ่วออกตามความเหมาะสม

    วิธีนี้ไม่มีแผลผ่าตัดขนาดใหญ่บริเวณผิวหนัง และเหมาะกับนิ่วในไตบางตำแหน่งและบางขนาด

    อย่างไรก็ตาม การเลือก RIRS หรือวิธีอื่นต้องพิจารณาจากขนาด จำนวน ตำแหน่ง และลักษณะของนิ่ว รวมถึงสุขภาพของผู้ป่วย

    5. การเจาะไตผ่านผิวหนัง (PCNL และ Mini-PCNL)

    สำหรับนิ่วในไตที่มีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะนิ่วที่มีขนาดมากกว่า 2 เซนติเมตร หรือนิ่วที่มีลักษณะซับซ้อน แพทย์อาจพิจารณา PCNL (Percutaneous Nephrolithotomy)

    การรักษาวิธีนี้แพทย์จะสร้างช่องทางขนาดเล็กผ่านผิวหนังบริเวณหลังเข้าสู่ไต แล้วใช้กล้องและเครื่องมือเพื่อสลายและนำก้อนนิ่วออก

    ปัจจุบันมีเทคนิค Mini-PCNL ซึ่งใช้ช่องทางขนาดเล็กลงในผู้ป่วยที่เหมาะสม โดยอาจช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้นเมื่อเทียบกับเทคนิคที่ใช้ช่องทางขนาดใหญ่กว่า

    อย่างไรก็ตาม วิธีการรักษาและขนาดของเครื่องมือที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะของนิ่วและผู้ป่วยแต่ละราย

    สาย Double-J คืออะไร และทำไมต้องใส่?

    Double-J stent (DJ stent) หรือสาย Double-J เป็นท่อขนาดเล็กที่แพทย์ใส่ไว้ภายในท่อไต เพื่อช่วยให้ปัสสาวะไหลจากไตลงสู่กระเพาะปัสสาวะได้สะดวก

    แพทย์อาจพิจารณาใส่สาย Double-J ในบางกรณี เช่น หลังการรักษานิ่ว หรือเมื่อมีภาวะบวมและการอุดกั้นของท่อไต

    ระหว่างที่มีสาย Double-J ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการ

    • ปวดหน่วงบริเวณเอวหรือสีข้าง
    • ปัสสาวะบ่อย
    • ปวดปัสสาวะ
    • มีเลือดปนในปัสสาวะเล็กน้อย

    อาการเหล่านี้สามารถพบได้ในผู้ที่ใส่สาย Double-J แต่หากมีอาการผิดปกติรุนแรง ไข้ หนาวสั่น ปวดมากขึ้น หรือปัสสาวะผิดปกติอย่างชัดเจน ควรติดต่อแพทย์ทันที

    เมื่อไรนิ่วในทางเดินปัสสาวะถือเป็นภาวะฉุกเฉิน?

    นิ่วบางกรณีสามารถติดตามและรักษาตามแผนได้ แต่ นิ่วที่ทำให้เกิดการอุดกั้นร่วมกับการติดเชื้อเป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

    สัญญาณที่ควรรีบพบแพทย์ ได้แก่

    • มีไข้หรือหนาวสั่นร่วมกับอาการปวดบริเวณเอวหรือสีข้าง
    • ปวดบริเวณเอวหรือสีข้างอย่างรุนแรง
    • ปัสสาวะน้อยลงหรือปัสสาวะไม่ออก
    • มีอาการอ่อนเพลียมากหรือมีอาการผิดปกติทั่วร่างกาย
    • ผู้ที่ทราบว่ามีนิ่วและมีอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะร่วมด้วย

    ในกรณีที่มี การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะร่วมกับการอุดกั้นของทางเดินปัสสาวะ เป้าหมายเร่งด่วนคือการระบายปัสสาวะที่คั่งและควบคุมการติดเชื้อ ไม่ใช่การนำก้อนนิ่วออกทันทีในทุกกรณี

    แพทย์อาจใช้วิธีใส่ Double-J stent หรือการเจาะระบายปัสสาวะจากไตผ่านผิวหนัง (Percutaneous Nephrostomy; PCN) ตามความเหมาะสม

    หลังควบคุมการติดเชื้อและอาการของผู้ป่วยดีขึ้นแล้ว จึงวางแผนรักษานิ่วในขั้นตอนต่อไป

    ตารางเปรียบเทียบวิธีรักษานิ่วในทางเดินปัสสาวะ

    ลักษณะของนิ่วหรือภาวะ แนวทางการรักษาที่แพทย์อาจพิจารณา
    นิ่วขนาดเล็ก มีโอกาสหลุดเอง ติดตามอาการ ยาแก้ปวด และ MET ในผู้ป่วยที่เหมาะสม
    นิ่วในท่อไต ESWL หรือ URS ตามตำแหน่งและลักษณะของนิ่ว
    นิ่วในไตขนาดเล็กถึงปานกลาง RIRS หรือ ESWL ในผู้ป่วยที่เหมาะสม
    นิ่วในไตขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ >2 ซม. PCNL หรือ Mini-PCNL ในผู้ป่วยที่เหมาะสม
    นิ่วมีลักษณะซับซ้อน พิจารณาวิธีรักษาตามตำแหน่ง ขนาด และโครงสร้างของนิ่ว
    นิ่วอุดกั้นร่วมกับการติดเชื้อ ระบายปัสสาวะเร่งด่วนด้วย DJ stent หรือ PCN ก่อนรักษานิ่ว

    หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการตัดสินใจรักษาโดยแพทย์ การเลือกวิธีรักษาต้องประเมินเป็นรายบุคคล

    ปัจจัยอะไรบ้างที่แพทย์ใช้เลือกวิธีรักษานิ่ว?

    การตัดสินใจว่าจะรักษานิ่วด้วยวิธีใด แพทย์มักพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่

    1. ขนาดของนิ่ว

    นิ่วขนาดเล็กมีโอกาสหลุดออกเองมากกว่านิ่วขนาดใหญ่ แต่ขนาดเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ตัดสินวิธีรักษาได้

    2. ตำแหน่งของนิ่ว

    นิ่วที่อยู่ในไตและนิ่วที่อยู่ในท่อไตอาจใช้วิธีรักษาที่แตกต่างกัน รวมถึงตำแหน่งภายในไตเองก็มีผลต่อการเลือกวิธีรักษา

    3. การอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ

    หากนิ่วขัดขวางการไหลของปัสสาวะ แพทย์ต้องประเมินระดับการอุดกั้นและผลกระทบต่อไต

    4. การติดเชื้อ

    หากมีการติดเชื้อร่วมกับการอุดกั้น จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน

    5. การทำงานของไต

    แพทย์จะประเมินการทำงานของไตและผลกระทบที่เกิดจากนิ่ว โดยเฉพาะในผู้ที่มีไตข้างเดียวหรือมีโรคไตร่วมด้วย

    6. สุขภาพและโรคร่วมของผู้ป่วย

    โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ประวัติการรักษา และความเสี่ยงจากการทำหัตถการ ล้วนมีผลต่อการเลือกวิธีรักษา

     

    หลังรักษานิ่วแล้ว มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำหรือไม่?

    มีโอกาสกลับมาเป็นนิ่วซ้ำได้

    การนำก้อนนิ่วออกสำเร็จไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิดนิ่วอีกในอนาคต ผู้ที่เคยมีนิ่วจึงควรได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันการเกิดนิ่วซ้ำ เช่น การดื่มน้ำให้เหมาะสม การปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และการประเมินปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล

    ในผู้ที่มีนิ่วเป็นซ้ำ แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติมเพื่อประเมินชนิดของนิ่วและปัจจัยที่ทำให้เกิดนิ่ว เพื่อวางแผนป้องกันอย่างเหมาะสม

     

    สรุป: นิ่วในทางเดินปัสสาวะไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคน

    การรักษานิ่วในทางเดินปัสสาวะมีหลายทางเลือก ตั้งแต่การรักษาแบบประคับประคอง การใช้ยา การสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก ESWL การส่องกล้อง URS หรือ RIRS ไปจนถึงการเจาะไตผ่านผิวหนังด้วย PCNL หรือ Mini-PCNL

    หัวใจสำคัญคือไม่มีวิธีใดที่เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน

    แพทย์จะพิจารณาจากขนาด ตำแหน่ง และลักษณะของนิ่ว รวมถึงอาการ การอุดกั้น การติดเชื้อ การทำงานของไต และสุขภาพโดยรวม เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด

    หากมีอาการปวดเอวหรือสีข้างอย่างรุนแรง มีไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะผิดปกติ หรือสงสัยว่ามีนิ่วในทางเดินปัสสาวะ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อประเมินสาเหตุและวางแผนการรักษากับแพทย์

    การรักษานิ่วสำเร็จไม่ใช่จุดสิ้นสุด เพราะนิ่วสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ การป้องกันและดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญไม่แพ้การรักษา

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. คฤห มาตรวชิระ

    ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา

    นพ. คฤห มาตรวชิระ

    ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา

    Doctor profileDoctor profile

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ตรวจคัดกรอง โรคข้อเข่าเสื่อม Knee Osteoarthritis Screeningตรวจคัดกรอง โรคข้อเข่าเสื่อม Knee Osteoarthritis Screening
    ตรวจคัดกรอง โรคข้อเข่าเสื่อม Knee Osteoarthritis Screening

    1,500 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม โดยเทคนิคไม่ตัดกล้ามเนื้อ แพ็กเกจผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม โดยเทคนิคไม่ตัดกล้ามเนื้อ 
    แพ็กเกจผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม โดยเทคนิคไม่ตัดกล้ามเนื้อ 

    390,000 บาท

    รายละเอียด
    โปรแกรมตรวจ ความหนาแนนมวลกระดูก Bone Mineral Density (BMD)โปรแกรมตรวจ ความหนาแนนมวลกระดูก Bone Mineral Density (BMD)
    โปรแกรมตรวจ ความหนาแนนมวลกระดูก Bone Mineral Density (BMD)

    1,999 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ พร้อมดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุจากรถ 24 ชั่วโมง Image
    โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ พร้อมดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุจากรถ 24 ชั่วโมง
    7 วิธีลดความเสี่ยงนิ่วในทางเดินปัสสาวะกลับมาเป็นซ้ำ Image
    7 วิธีลดความเสี่ยงนิ่วในทางเดินปัสสาวะกลับมาเป็นซ้ำ
    โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการอาชีวเวชกรรม พร้อมให้บริการตรวจสุขภาพอาชีวอนามัยตามมาตรฐาน Image
    โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการอาชีวเวชกรรม พร้อมให้บริการตรวจสุขภาพอาชีวอนามัยตามมาตรฐาน
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ