โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    7 วิธีลดความเสี่ยงนิ่วในทางเดินปัสสาวะกลับมาเป็นซ้ำ

    5 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่
    อัปเดตเมื่อ: 01 ก.ย. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    ตรวจคัดกรอง โรคข้อเข่าเสื่อม Knee Osteoarthritis Screening
    ตรวจคัดกรอง โรคข้อเข่าเสื่อม Knee Osteoarthritis Screening
    แพ็กเกจผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม โดยเทคนิคไม่ตัดกล้ามเนื้อ 
    แพ็กเกจผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม โดยเทคนิคไม่ตัดกล้ามเนื้อ 
    โปรแกรมตรวจ ความหนาแนนมวลกระดูก Bone Mineral Density (BMD)
    โปรแกรมตรวจ ความหนาแนนมวลกระดูก Bone Mineral Density (BMD)
    7 วิธีลดความเสี่ยงนิ่วในทางเดินปัสสาวะกลับมาเป็นซ้ำ
    โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่
    อัปเดตเมื่อ: 01 ก.ย. 2569

    เคยเป็นนิ่วแล้ว จะป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำได้อย่างไร?

    แม้การรักษาจะช่วยกำจัดนิ่วที่มีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันการเกิดนิ่วก้อนใหม่ได้ตลอดไป เพราะผู้ที่เคยเป็นนิ่วมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะผู้ที่ยังมีปัจจัยเสี่ยงเดิม เช่น ดื่มน้ำน้อย รับประทานอาหารเค็มมาก หรือมีความผิดปกติของสารต่าง ๆ ในปัสสาวะ

    ข่าวดีคือ การปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการใช้ชีวิตสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดนิ่วซ้ำได้

    แล้วคนที่เคยเป็นนิ่วควรดูแลตัวเองอย่างไร? ต้องดื่มน้ำมากแค่ไหน? จำเป็นต้องงดแคลเซียมหรือไม่? และอาหารประเภทใดที่ควรระวัง?

    บทความนี้รวบรวม 7 วิธีป้องกันนิ่วซ้ำ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมแนวทางสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือเป็นนิ่วซ้ำบ่อย

     

    1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดนิ่วซ้ำ

    การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่สุดในการป้องกันนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

    เมื่อร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ ปัสสาวะจะเจือจางมากขึ้น ทำให้แร่ธาตุและสารบางชนิดที่เป็นส่วนประกอบของนิ่วมีโอกาสตกผลึกและจับตัวกันน้อยลง

    แทนที่จะกำหนดว่าทุกคนต้องดื่มน้ำเท่ากัน ให้สังเกต สีของปัสสาวะ ร่วมด้วย โดยทั่วไปปัสสาวะสีเหลืองอ่อนมักสะท้อนว่าร่างกายได้รับน้ำในระดับที่เหมาะสม ขณะที่ปัสสาวะสีเหลืองเข้มหรือเข้มมากอาจเป็นสัญญาณว่าควรเพิ่มปริมาณน้ำ

    ผู้ที่ออกกำลังกาย ทำงานกลางแจ้ง หรืออยู่ในสภาพอากาศร้อน เช่น ภาคเหนือของประเทศไทย อาจสูญเสียน้ำทางเหงื่อมากกว่าปกติ จึงควรใส่ใจการดื่มน้ำเป็นพิเศษ

    เคล็ดลับ: ไม่ควรรอจนกระหายน้ำแล้วจึงดื่ม ควรจิบน้ำเป็นระยะตลอดวัน และปรับปริมาณตามกิจกรรมและสภาพอากาศ

     

    2. ลดอาหารเค็มและโซเดียม

    อาหารเค็มไม่ได้ส่งผลต่อความดันโลหิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงการเกิดนิ่วบางชนิดด้วย

    การรับประทานโซเดียมในปริมาณมากสามารถเพิ่มการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสเกิด นิ่วแคลเซียม โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย

    อาหารที่ควรระวัง ได้แก่

    • อาหารแปรรูป
    • ไส้กรอก แฮม และเบคอน
    • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
    • ขนมขบเคี้ยว
    • อาหารหมักดอง
    • น้ำปลา ซีอิ๊ว และซอสปรุงรส
    • อาหารสำเร็จรูปที่มีโซเดียมสูง

    การลดอาหารเค็มจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดนิ่วซ้ำได้

    หลักง่าย ๆ คือ “ชิมก่อนปรุง” และลดการเติมเครื่องปรุงที่มีโซเดียม

     

    3. ไม่จำเป็นต้องงดแคลเซียม หากเป็นนิ่ว

    เป็นนิ่วต้องงดแคลเซียมหรือไม่?

    ไม่จำเป็นต้องงดแคลเซียมจากอาหารโดยอัตโนมัติ

    ความเชื่อที่ว่า “เป็นนิ่วแล้วต้องงดแคลเซียม” อาจทำให้ผู้ป่วยจำกัดอาหารมากเกินความจำเป็น

    ในผู้ที่มีนิ่วแคลเซียม การได้รับแคลเซียมจากอาหารในปริมาณที่เหมาะสมอาจช่วยลดการดูดซึมออกซาเลตจากลำไส้ได้ เนื่องจากแคลเซียมสามารถจับกับออกซาเลตในทางเดินอาหารและลดปริมาณออกซาเลตที่เข้าสู่ปัสสาวะ

    ในทางกลับกัน การจำกัดแคลเซียมมากเกินไปอาจทำให้มีออกซาเลตถูกดูดซึมเพิ่มขึ้นในบางคน

    ดังนั้น ควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมอย่างเหมาะสม มากกว่าการงดแคลเซียมทั้งหมด

    ส่วนการรับประทาน แคลเซียมเสริม ควรพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเป็นนิ่ว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

     

    4. ระวังอาหารที่มีออกซาเลตสูง

    ผู้ที่เคยเป็น นิ่วแคลเซียมออกซาเลต อาจต้องให้ความสำคัญกับอาหารที่มีออกซาเลตสูงมากขึ้น

    ตัวอย่างอาหารที่มีออกซาเลตค่อนข้างสูง ได้แก่

    • ผักโขม
    • บีตรูต
    • ถั่วบางชนิด
    • ช็อกโกแลต
    • ชาเข้ม

    อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องงดอาหารที่มีออกซาเลตทั้งหมด

    สิ่งสำคัญคือหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีออกซาเลตสูงในปริมาณมากหรือเป็นประจำ และควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย

    สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงนิ่วแคลเซียมออกซาเลต การรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมตามธรรมชาติร่วมกับอาหารมื้อเดียวกัน อาจช่วยให้แคลเซียมจับกับออกซาเลตในลำไส้และลดการดูดซึมออกซาเลตเข้าสู่ร่างกายได้

     

    5. รับประทานโปรตีนจากสัตว์ในปริมาณที่เหมาะสม

    การรับประทานโปรตีนจากสัตว์ในปริมาณมาก โดยเฉพาะเนื้อแดง อาจมีความสัมพันธ์กับปัจจัยที่ส่งเสริมการเกิดนิ่วบางชนิด เช่น การเพิ่มการขับกรดยูริกและแคลเซียมทางปัสสาวะ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสารในปัสสาวะที่มีส่วนช่วยยับยั้งการเกิดนิ่ว

    ดังนั้น ผู้ที่มีประวัตินิ่วควรรับประทานโปรตีนอย่างสมดุล ไม่เน้นเนื้อสัตว์ในปริมาณมากเกินไป และเลือกแหล่งโปรตีนให้หลากหลาย เช่น

    • ปลา
    • ไข่
    • เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
    • โปรตีนจากพืชตามความเหมาะสม

    หลักสำคัญไม่ใช่การ “งดโปรตีน” แต่คือ รับประทานให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย

     

    6. ระวังการรับประทานวิตามินซีขนาดสูง

    วิตามินซีจากผักและผลไม้ที่รับประทานตามปกติไม่ใช่สิ่งที่ผู้ป่วยนิ่วจำเป็นต้องหลีกเลี่ยง

    แต่การรับประทาน วิตามินซีเสริมในขนาดสูงเป็นประจำ อาจเพิ่มปริมาณออกซาเลตในร่างกาย และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วแคลเซียมออกซาเลตในผู้ที่มีความเสี่ยง

    ดังนั้น หากเคยเป็นนิ่วและกำลังรับประทานวิตามินซีเสริมในปริมาณสูง ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อนรับประทานต่อเนื่อง

     

    7. หากเป็นนิ่วซ้ำ ควรตรวจหาสาเหตุให้ตรงจุด

    การป้องกันนิ่วซ้ำที่มีประสิทธิภาพไม่ได้มีเพียงการดื่มน้ำหรือปรับอาหารเท่านั้น แต่ควรพิจารณาว่า นิ่วเกิดจากอะไร

    หากสามารถเก็บก้อนนิ่วที่หลุดออกมาได้ ควรนำไปตรวจวิเคราะห์ชนิดของนิ่ว เพราะนิ่วแต่ละประเภทมีสาเหตุและแนวทางป้องกันแตกต่างกัน

    ในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น

    • เป็นนิ่วซ้ำหลายครั้ง
    • มีนิ่วเกิดขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อย
    • มีนิ่วหลายก้อน
    • มีประวัติครอบครัวเป็นนิ่ว
    • มีโรคหรือภาวะบางอย่างที่เพิ่มความเสี่ยงนิ่ว
    • เคยรักษานิ่วแล้วกลับมาเป็นซ้ำ

    แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจปัสสาวะ 24 ชั่วโมง เพื่อประเมินปริมาณสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดนิ่ว และนำผลไปวางแผนป้องกันให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

     

    ตารางสรุป: ป้องกันนิ่วซ้ำควรทำอย่างไร?

    สิ่งที่ควรทำ ช่วยลดความเสี่ยงอย่างไร
    ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยเจือจางปัสสาวะ ลดโอกาสการตกผลึกของสารที่ก่อให้เกิดนิ่ว
    ลดอาหารเค็มและโซเดียม ช่วยลดการขับแคลเซียมทางปัสสาวะ
    รับประทานแคลเซียมจากอาหารอย่างเหมาะสม ช่วยจับกับออกซาเลตในลำไส้และลดการดูดซึม
    ลดอาหารที่มีออกซาเลตสูงในปริมาณมาก ช่วยลดปริมาณออกซาเลตที่เข้าสู่ปัสสาวะในผู้ที่มีความเสี่ยง
    รับประทานโปรตีนจากสัตว์แต่พอดี ลดปัจจัยด้านอาหารที่อาจส่งเสริมการเกิดนิ่วบางชนิด
    หลีกเลี่ยงวิตามินซีขนาดสูงโดยไม่จำเป็น ลดการเพิ่มขึ้นของออกซาเลตในผู้ที่มีความเสี่ยง
    ตรวจวิเคราะห์ชนิดของนิ่วเมื่อทำได้ ช่วยให้แพทย์วางแผนป้องกันได้ตรงกับสาเหตุ
    ตรวจปัสสาวะ 24 ชั่วโมงเมื่อแพทย์แนะนำ ช่วยค้นหาความผิดปกติของสารในปัสสาวะที่เกี่ยวข้องกับการเกิดนิ่ว

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการป้องกันนิ่วซ้ำ

    เป็นนิ่วแล้วต้องดื่มน้ำวันละกี่ลิตร?

    ไม่มีปริมาณเดียวที่เหมาะกับทุกคน เพราะความต้องการน้ำขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย อาหาร กิจกรรม การเสียเหงื่อ และโรคประจำตัว เป้าหมายสำคัญคือทำให้ปัสสาวะเจือจางและมีปริมาณเพียงพอ โดยควรปรึกษาแพทย์หากมีโรคที่จำกัดปริมาณน้ำ

    เป็นนิ่วต้องงดแคลเซียมหรือไม่?

    ไม่จำเป็นต้องงดแคลเซียมจากอาหารทั้งหมด การได้รับแคลเซียมจากอาหารในปริมาณที่เหมาะสมอาจช่วยลดการดูดซึมออกซาเลตได้ ส่วนแคลเซียมเสริมควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์

    เป็นนิ่วกินผักได้หรือไม่?

    รับประทานผักได้ โดยไม่จำเป็นต้องงดผักทั้งหมด แต่หากเป็นนิ่วแคลเซียมออกซาเลต อาจต้องระวังผักหรืออาหารที่มีออกซาเลตสูง และควรปรับอาหารตามชนิดของนิ่วและปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน

    เคยเป็นนิ่วแล้วมีโอกาสเป็นซ้ำหรือไม่?

    มีโอกาสเป็นซ้ำได้ โดยเฉพาะหากยังมีปัจจัยเสี่ยงเดิม ดังนั้นหลังการรักษาควรให้ความสำคัญกับการป้องกัน ไม่ใช่เพียงกำจัดนิ่วที่มีอยู่แล้ว

    ถ้าเป็นนิ่วซ้ำบ่อย ควรทำอย่างไร?

    ควรพบแพทย์เพื่อประเมินปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติม แพทย์อาจพิจารณาตรวจวิเคราะห์ชนิดของนิ่วและตรวจปัสสาวะ 24 ชั่วโมง เพื่อค้นหาความผิดปกติที่สามารถแก้ไขหรือป้องกันได้

    สรุป: ป้องกันนิ่วซ้ำ เริ่มต้นได้จากพฤติกรรมในทุกวัน

    การรักษานิ่วให้หายไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิดนิ่วขึ้นอีก การป้องกันจึงเป็นส่วนสำคัญของการดูแลในระยะยาว

    สิ่งที่สามารถเริ่มทำได้คือ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ลดอาหารเค็ม รับประทานแคลเซียมจากอาหารอย่างเหมาะสม ไม่รับประทานอาหารที่มีออกซาเลตหรือโปรตีนจากสัตว์ในปริมาณมากเกินไป และหลีกเลี่ยงวิตามินซีขนาดสูงโดยไม่จำเป็น

    สำหรับผู้ที่เป็นนิ่วซ้ำหลายครั้ง การค้นหาสาเหตุและชนิดของนิ่วอย่างเหมาะสมจะช่วยให้สามารถวางแผนป้องกันได้ตรงจุดมากขึ้น

    หากมีอาการปวดเอวหรือสีข้าง ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะแสบขัด คลื่นไส้อาเจียน หรือสงสัยว่ามีนิ่วในทางเดินปัสสาวะ ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

    เพราะการป้องกันนิ่วที่ดี ไม่ใช่เพียงการกำจัดนิ่วก้อนเดิม แต่คือการลดโอกาสที่นิ่วก้อนใหม่จะกลับมาอีก

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    แผนกศัลยกรรม

    เปิดให้บริการวันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 08.00 – 20.00 น.

    052 089 863

    1719

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ตรวจคัดกรอง โรคข้อเข่าเสื่อม Knee Osteoarthritis Screeningตรวจคัดกรอง โรคข้อเข่าเสื่อม Knee Osteoarthritis Screening
    ตรวจคัดกรอง โรคข้อเข่าเสื่อม Knee Osteoarthritis Screening

    1,500 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม โดยเทคนิคไม่ตัดกล้ามเนื้อ แพ็กเกจผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม โดยเทคนิคไม่ตัดกล้ามเนื้อ 
    แพ็กเกจผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม โดยเทคนิคไม่ตัดกล้ามเนื้อ 

    390,000 บาท

    รายละเอียด
    โปรแกรมตรวจ ความหนาแนนมวลกระดูก Bone Mineral Density (BMD)โปรแกรมตรวจ ความหนาแนนมวลกระดูก Bone Mineral Density (BMD)
    โปรแกรมตรวจ ความหนาแนนมวลกระดูก Bone Mineral Density (BMD)

    1,999 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    รู้ให้ชัด การวินิจฉัยนิ่วในทางเดินปัสสาวะ Image
    รู้ให้ชัด การวินิจฉัยนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
    อาการของนิ่วในทางเดินปัสสาวะ ปวดหลังอาจไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อ Image
    อาการของนิ่วในทางเดินปัสสาวะ ปวดหลังอาจไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อ
    เคลียร์ข้อสงสัยเรื่องนิ่ว ในทางเดินปัสสาวะให้ชัดเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม Image
    เคลียร์ข้อสงสัยเรื่องนิ่ว ในทางเดินปัสสาวะให้ชัดเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ