โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ลดอ้วนอย่างยั่งยืน

    4 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่
    อัปเดตเมื่อ: 09 ธ.ค. 2568
    แพ็กเกจแนะนำ
    ตรวจคัดกรอง โรคข้อเข่าเสื่อม Knee Osteoarthritis Screening
    ตรวจคัดกรอง โรคข้อเข่าเสื่อม Knee Osteoarthritis Screening
    แพ็กเกจผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม โดยเทคนิคไม่ตัดกล้ามเนื้อ 
    แพ็กเกจผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม โดยเทคนิคไม่ตัดกล้ามเนื้อ 
    โปรแกรมตรวจ ความหนาแนนมวลกระดูก Bone Mineral Density (BMD)
    โปรแกรมตรวจ ความหนาแนนมวลกระดูก Bone Mineral Density (BMD)
    ลดอ้วนอย่างยั่งยืน
    โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่
    อัปเดตเมื่อ: 09 ธ.ค. 2568

    บ่อยครั้งที่เรามักได้ยินสาวๆ บ่นกันติดปากว่า “อ้วนน..น” และพากันตั้งอกตั้งใจลดน้ำหนักด้วยวิธีต่างๆ จนกลายเป็นที่มาของเทรนด์สุขภาพยอดฮิต ไม่ว่าจะเป็นการกินคลีน, กินคีโตเจนิค ไดเอต (Ketogenic Diet), การงดกินกลูเต็น (Gluten Free Diet), การอดอาหารแบบ Intermittent Fasting, การออกกำลังแบบ T25, การวิ่งมาราธอน, หรือการเล่นพิลาทิสเพื่อรักษารูปร่าง นั่นก็เพราะสายสุขภาพและสายแฟชั่นพากันประสานเสียงว่า เจ้า “ความอ้วน” นี้ เป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพและความงามนั่นเอง!


    สำหรับทางการแพทย์แล้ว ผู้ที่ถือได้ว่ามีอาการของ “โรคอ้วน” (obesity) คือ ผู้มีสภาวะของร่างกายที่มีการสะสมไขมันในประมาณที่ผิดปกติ หรือมากกว่าปกติ จนมีผลกระทบต่อสุขภาพ  (WHO,  2013) ซึ่งถือว่าเป็นภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงอย่างโรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูงและอื่นๆ ทั้งยังก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร จากงานวิจัยต่างๆ ระบุตรงกันว่า โรคอ้วนเป็นหนึ่งในสาเหตุให้คนเรามีอายุขัยสั้นลงได้ราว 5-20 ปีเลยทีเดียว

    เราต่างรู้กันดีว่า การลดความอ้วนเป็นเรื่องไม่ง่ายเอาเสียเลย และหากต้องการลดความอ้วนอย่างยั่งยืนก็อาจต้องใช้ความพยายามเป็นระยะเวลาหลายปี จึงมักพบว่าหลายคนถอดใจไปเสียก่อนที่จะเห็นผล หรือไม่ก็กลับมาอ้วนแล้วอ้วนอีกแบบ โยโย่ เอฟเฟกต์ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพไม่แพ้กัน โชคดีที่วิทยาการทางการแพทย์และเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้ผู้ป่วยโรคอ้วนมีทางเลือกในการลดความอ้วนอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ด้วย การผ่าตัดกระเพาะอาหาร แบบ Bariatric Surgery ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และเป็นหนึ่งในวิธีช่วยเหลือผู้มีภาวะโรคอ้วนให้กลับมามีน้ำหนักปกติได้อย่างยั่งยืน จากข้อมูลของ The American Society for Metabolic and Bariatric Surgery (ASMBS)  พบว่าการผ่าตัดประเภทนี้ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับโดยเฉพาะในหมู่ประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองใหญ่ทั่วโลก เนื่องจากการผ่าตัดดังกล่าว สร้างรอยแผลขนาดเล็ก ผู้ป่วยจึงไม่เจ็บปวดมาก มีอาการข้างเคียงน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว สามารถกลับบ้านได้ภายใน 3-4 วันหลังการผ่าตัด

    นอกจากจะทำให้น้ำหนักลดลงอย่างยั่งยืนแล้ว การผ่าตัดกระเพาะอาหาร ยังสามารถช่วยให้ผู้ป่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด  โรคเบาหวาน รวมไปลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกด้วย  (J Intern Med 2013;273:219-234)

    จากการศึกษา Swedish Obese Subjects (SOS) ในปี ค.ศ. 2007 ซึ่งเป็นการศึกษาแบบการวิจัยไปข้างหน้า คณะผู้วิจัยสรุปว่าการผ่าตัดกระเพาะอาหารวิธีนี้ สามารถช่วยลดการเสียชีวิตจากโรคอ้วนรวม “จากทุกสาเหตุ” ซึ่งเป็น primary endpoint ของการศึกษาได้ 29% จากการติดตามเป็นเวลา 10.9 ปี (N Engl J Med 2007;357:741-752) จึงเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดนี้ได้ผลจริงและยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาแบบย้อนหลังอีกหลายชิ้น รวมทั้งผลการวิเคราะห์แบบ Meta-analysis ที่บ่งชี้ตรงกันว่า “การผ่าตัดกระเพาะอาหารสัมพันธ์กับการลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคอ้วนรวมจากทุกสาเหตุในการติดตามระยะยาว” ได้ถึง 41% (Diabetes Obes Metab 017;19:1223-1232)

     

    กระนั้นที่สุดแล้ว “ความไม่อ้วน” ก็เป็นลาภอันประเสริฐ!

    เราจึงมักได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และนักกำหนดอาหาร ให้เลือกรับประทานอาหาร 5 หมู่อย่างถูกต้องตามหลักโภชนาการ หมั่นออกกำลังกาย เพื่อเป็นการป้องกันโรคอ้วนซึ่งดีกว่าการลดความอ้วนเอาภายหลัง เพราะจากข้อมูลการศึกษาแบบย้อนหลังเมื่อเร็วๆ นี้ แม้ว่ากลุ่มผู้ป่วยโรคอ้วนที่ได้รับการผ่าตัดกระเพาะอาหารโดยเฉลี่ยแล้วจะมีอายุยืนกว่าผู้ป่วยโรคอ้วนที่ไม่ได้รับการผ่าตัด ถึง 3 ปี (95% CI 1.8-4.2) แต่ก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากกว่ากลุ่มประชากรที่มีน้ำหนักมาตรฐานโดยทั่วไปที่ไม่เป็นโรคอ้วนอยู่นั่นเอง (Gastroenterology 2019;157:119-127.e1)

    คณะผู้ทำการวิจัยมีความประสงค์จะศึกษาอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคอ้วนที่ได้รับการผ่าตัดกระเพาะอาหารแบบ Bariatric Surgery เปรียบเทียบกับ ผู้ที่เป็นโรคอ้วนที่ไม่ได้รับการผ่าตัดกระเพาะอาหาร และเปรียบเทียบกับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีภาวะโรคอ้วน* โดยได้มีการติดตามอาสาสมัคร 3 กลุ่ม ในการศึกษาเป็นเวลาเฉลี่ย 24 ปี ได้แก่

    1. กลุ่มผู้ป่วยโรคอ้วนที่ได้รับการผ่าตัดกระเพาะอาหาร จำนวน 2,007 ราย มีการติดตามเป็นเวลาเฉลี่ย 24 ปี
    2. กลุ่มผู้ป่วยโรคอ้วนที่ไม่ได้รับการผ่าตัดกระเพาะอาหาร จำนวน 2,040 ราย คือ กลุ่มควบคุม มีการติดตามเป็นเวลาเฉลี่ย 22 ปี
    3. กลุ่ม ประชากรทั่วไป จำนวน 1,135 ราย คือ กลุ่ม Reference Cohort (มี body mass index [BMI] เฉลี่ย 2 ± 3.8 กลุ่มนี้ไม่มีภาวะโรคอ้วน) มีการติดตามเป็นเวลาเฉลี่ย 20 ปี

    คณะวิจัยพบว่า จากการติดตามมีผู้ป่วยในกลุ่มที่ 1 ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดกระเพาะอาหารแบบ Bariatric Surgery ระหว่างการติดตาม เสียชีวิตจำนวน 457 ราย (คิดเป็น 22.8%) ส่วนกลุ่มที่ 2 ผู้ที่ไม่ได้รับการผ่าตัดกระเพาะอาหาร เสียชีวิตจำนวน 539 ราย (คิดเป็น 26.4%) คิดเป็น hazard ratio 0.77 (95% confidence interval [CI] 0.68-0.87; p<0.001)  แต่เมื่อมาดูสาเหตุแห่งการเสียชีวิตจากโรค พบว่ามีการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคมะเร็งน้อยกว่ากลุ่มที่ 2 หรือกลุ่มที่ไม้ได้รับการผ่าตัดกระเพาะ คิดเป็น hazard ratio 0.70 (95% CI 0.57-0.85) และ hazard ratio 0.77 (95% CI 0.61-0.96) ตามลำดับ

    จากการศึกษานี้ พบสาเหตุการเสียชีวิตที่พบมากที่สุดจากการศึกษานี้ คือ โรคหัวใจและหลอดเลือด (388 ราย จากการเสียชีวิตรวม 996 ราย) และ โรคมะเร็ง (301 ราย) จะเห็นว่ากลุ่มที่ผ่าตัดกระเพาะอาหารแบบ Bariatric Surgery มีการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด น้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ผ่าตัดอย่างมีนัยสำคัญ (167 รายเทียบกับ 221 ราย; hazard ratio 0.70) โดยมีการลดลงของ Myocardial Infarction (MI) (hazard ratio 0.51; 95% CI 0.33-0.79) ลด ภาวะหัวใจล้มเหลว (hazard ratio 0.52; 95% CO 0.31-0.88) และลดการเกิด โรคหลอดเลือดสมอง (hazard ratio 0.45; 95% CI 0.24-0.84) รวมทั้งเห็นการลดการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งได้อย่างชัดเจน (135 รายเทียบกับ 165 รายในกลุ่มควบคุม) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

    แต่ต้องระวังว่ากลุ่มผู้ป่วยในการศึกษานี้เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนอ้วนทั่วไป และมีทั้งผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ดังนั้นข้อมูลนี้จึงไม่อาจนำไปประยุกต์กับผู้ที่มีเฉพาะโรคอ้วนได้ไม่แม่นยำแบบ 100% อีกทั้ง ข้อจำกัดของการศึกษานี้ คือไม่ได้เป็นการออกแบบการศึกษาแบบ Randomize เนื่องด้วยข้อจำกัดด้านจริยธรรม เทคนิคการผ่าตัดและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องได้เปลี่ยนไปจากสมัยที่เริ่มทำการศึกษา แต่ประโยชน์ที่ได้จากการศึกษาก็อาจไม่ต่างกันมากนัก

     

    ติดต่อสอบถามรายละเอียด การผ่าตัดกระเพาะอาหาร แบบ Bariatric Surgery

    แผนกระบบทางเดินอาหารและตับ

    โทร 052 089 782

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    Gastrointestinal and Liver Clinic

    Service Hours: Daily 08.00 – 17.00

    +66 (0)52 089 782

    1719

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ตรวจคัดกรอง โรคข้อเข่าเสื่อม Knee Osteoarthritis Screeningตรวจคัดกรอง โรคข้อเข่าเสื่อม Knee Osteoarthritis Screening
    ตรวจคัดกรอง โรคข้อเข่าเสื่อม Knee Osteoarthritis Screening

    1,500 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม โดยเทคนิคไม่ตัดกล้ามเนื้อ แพ็กเกจผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม โดยเทคนิคไม่ตัดกล้ามเนื้อ 
    แพ็กเกจผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม โดยเทคนิคไม่ตัดกล้ามเนื้อ 

    390,000 บาท

    รายละเอียด
    โปรแกรมตรวจ ความหนาแนนมวลกระดูก Bone Mineral Density (BMD)โปรแกรมตรวจ ความหนาแนนมวลกระดูก Bone Mineral Density (BMD)
    โปรแกรมตรวจ ความหนาแนนมวลกระดูก Bone Mineral Density (BMD)

    1,999 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    เอชไพโลไร (H.pylori) ภัยเงียบกระเพาะอาหาร ติดได้ทุกเพศ ทุกวัย Image
    เอชไพโลไร (H.pylori) ภัยเงียบกระเพาะอาหาร ติดได้ทุกเพศ ทุกวัย
    อายุ 50 ปี ควรตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่  มะเร็ง Gen B Image
    อายุ 50 ปี ควรตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็ง Gen B
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ