โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ทำไมต้องตรวจเช็กกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    นพ. จตุรงค์ อมรรัตนโกศล

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 21 ธ.ค. 2568
    Dr. Jaturong Amornrattanakosol
    นพ. จตุรงค์ อมรรัตนโกศล
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    แพ็กเกจศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ
    ทำไมต้องตรวจเช็กกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 21 ธ.ค. 2568

    การตรวจเช็กระบบทางเดินอาหารมีความสำคัญ เพราะความผิดปกติอาจแอบแฝงและไม่แสดงอาการที่ชัดเจนออกมา ซึ่งอาจทำให้ละเลยและปล่อยทิ้งไว้จนอาการรุนแรงยากต่อการรักษาในภายหลัง ดังนั้นการตรวจเช็กระบบทางเดินอาหารจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย

    ข้อบ่งชี้ในการตรวจเช็กระบบทางเดินอาหาร

    • อายุ 45 ปีขึ้นไป หรืออายุมากกว่า 40 ปีที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ หรือติ่งเนื้อลำไส้ใหญ่
    • มีอาการปวดท้อง, ท้องอืด
    • น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ
    • อาเจียนเป็นเลือด
    • ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด
    • ท้องเสียสลับท้องผูก
    • มีเลือดออกหรืออาการปวดท้อง โดยไม่เกี่ยวข้องกับอายุ

    ส่องกล้องตรวจระบบทางเดินอาหารส่วนบน

    การตรวจระบบทางเดินอาหารส่วนบนโดยการส่องกล้อง (Gastroscopy) เป็นการใช้กล้องชนิดอ่อนใส่ผ่านเข้าทางปากเพื่อตรวจหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น โดยใช้เวลาในการตรวจประมาณ 10 – 15 นาที

    เตรียมตัวก่อนตรวจ

    • กรณีมีโรคประจำตัวและยาที่ต้องใช้ประจำให้ปรึกษาแพทย์ประจำเพื่อพิจารณาการหยุดยาบางตัวที่มีผลต่อการส่องกล้องตรวจ
    • แพทย์ตรวจและอธิบายแผนการตรวจรักษา ข้อบ่งชี้ ภาวะแทรกซ้อน รวมถึงทางเลือกอื่น ๆ และนัดหมายส่อง กล้อง โดยในวันที่มารับการส่องกล้องผู้ป่วยจะได้รับการประเมิน ซักประวัติสุขภาพอย่างละเอียด และเตรียมความพร้อมก่อนการส่องกล้อง
    • งดน้ำและอาหารทุกชนิดอย่างน้อย 6 – 8 ชั่วโมงก่อนตรวจ
    • จำเป็นต้องมีผู้ดูแลมาด้วยในวันที่รับการส่องกล้อง เนื่องจากแพทย์จะให้ยานอนหลับผู้ป่วยขณะส่องกล้อง จึง
      ต้องมีผู้ดูแลพาผู้ป่วยกลับบ้าน

    กระบวนการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร

    • ก่อนการส่องกล้องผู้ป่วยจะได้รับการพ่นยาชาในคอ 2 ครั้ง และให้ผู้ป่วยนอนตะแคงซ้าย
    • แพทย์ให้ยานอนหลับ จากนั้นแพทย์จะใส่กล้องส่องตรวจเข้าทางปากผ่านลำคอไปยังกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น
    • แพทย์จะสะกิดชิ้นเนื้ออกมาตรวจเพื่อหาเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร และหากพบความผิดปกติหรือรอยโรคในทางเดินอาหารส่วนบน แพทย์อาจตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยาเพิ่มเติม
    • หลังส่องกล้องเสร็จผู้ป่วยจะได้รับการดูแลต่อที่ห้องพักฟื้น1 – 2 ชั่วโมง หรือจนตื่นดี และสามารถฟังผลการส่องกล้องได้ภายในวันที่มารับการส่องกล้อง
    • งดการขับรถหรือทำงานในวันที่รับการส่องกล้องตรวจ


    ส่องกล้องตรวจระบบทางเดินอาหารส่วนล่าง

    การตรวจระบบทางเดินอาหารส่วนล่างโดยการส่องกล้อง (Colonoscopy) เป็นการใช้กล้องชนิดอ่อนใส่ผ่านเข้าทางปากทวารขึ้นไปจนถึงลำไส้ใหญ่ทั้งหมด อาจรวมถึงการตรวจลำไส้เล็กส่วนปลาย โดยใช้เวลาในการตรวจประมาณ 20 – 30 นาที

    เตรียมตัวก่อนตรวจ

    • กรณีมีโรคประจำตัวและยาที่ต้องใช้ประจำ ให้ปรึกษาแพทย์ประจำเพื่อพิจารณาในการหยุดยาบางตัวที่มีผลต่อการส่องกล้องตรวจ
    • แพทย์ตรวจและอธิบายแผนการตรวจรักษา ข้อบ่งชี้ ภาวะแทรกซ้อน รวมถึงทางเลือกอื่น ๆ และนัดหมายส่อง กล้อง
    • รับประทานอาหารที่มีกากน้อย 2 วันก่อนตรวจ เช่น น้ำซุป, โจ๊ก งดรับประทานเนื้อสัตว์ และงดผักผลไม้ต่าง ๆ
    • รับประทานยาระบายตามคำสั่งแพทย์ โดยผู้ป่วยต้องรับประทานยาระบายจนหมด และถ่ายหลายครั้งจนอุจจาระเป็นน้ำใส ก่อนเที่ยงคืนสามารถรับประทานอาหารที่เป็นน้ำใสได้ เช่น น้ำเปล่า ซุปใส น้ำผลไม้ไม่มีกาก
    • งดน้ำและอาหารทุกชนิดอย่างน้อย 6 – 8 ชั่วโมงก่อนตรวจ (งดอาหารและน้ำหลังเที่ยงคืน)
    • วันที่มารับการส่องกล้องผู้ป่วยจะได้รับการประเมิน ซักประวัติสุขภาพอย่างละเอียด และอาจได้รับการสวนอุจจาระเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการส่องกล้อง
    • จำเป็นต้องมีผู้ดูแลมาด้วยในวันที่รับการส่องกล้อง เนื่องจากแพทย์จะให้ยานอนหลับผู้ป่วยขณะส่องกล้อง จึงต้องมีผู้ดูแลพาผู้ป่วยกลับบ้าน

    กระบวนการตรวจลำไส้ใหญ่

    • ผู้ป่วยนอนตะแคงซ้ายในท่างอเข่าชิดกับหน้าอก
    • แพทย์ให้ยานอนหลับและอาจให้ยาแก้ปวดร่วมด้วย จากนั้นแพทย์จะใส่กล้องส่องตรวจเข้าทวารหนักเพื่อตรวจลำไส้ใหญ่
    • หากพบความผิดปกติหรือรอยโรคในลำไส้ใหญ่ แพทย์อาจตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยาเพิ่มเติมและสามารถตัดเนื้องอกที่มีขนาดไม่ใหญ่ได้
    • หลังส่องกล้องเสร็จผู้ป่วยจะได้รับการดูแลต่อที่ห้องพักฟื้น 1 – 2 ชั่วโมง หรือจนตื่นดี และสามารถฟังผลการส่องกล้องได้ภายในวันที่มารับการส่องกล้อง
    • งดการขับรถหรือทำงานในวันที่มารับการส่องกล้องตรวจ

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. จตุรงค์ อมรรัตนโกศล

    อายุรศาสตร์

    นพ. จตุรงค์ อมรรัตนโกศล

    อายุรศาสตร์

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ

    ชั้น 2 อาคารโรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00 - 15.00 น.

    0 2310 3402

    1719

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับแพ็กเกจศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ
    แพ็กเกจศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ

    19,500 - 39,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ทำไมต้องตรวจ ERCP ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ Image
    ทำไมต้องตรวจ ERCP ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ
    นอนตะแคงซ้ายลดแสบร้อนจากกรดไหลย้อน Image
    นอนตะแคงซ้ายลดแสบร้อนจากกรดไหลย้อน
    ERCP ส่องกล้องตรวจเช็กท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน Image
    ERCP ส่องกล้องตรวจเช็กท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ