โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    เด็กนอนกรนอันตรายไหม ทำไมถึงเกิดขึ้นพร้อมวิธีแก้ลูกนอนกรน เพื่อพัฒนาการที่สมวัย

    7 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    นพ. ภาสกร ถาวรนันท์
    นพ. ภาสกร ถาวรนันท์

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 28 ก.ย. 2569
    Dr. Pasakorn Thavornant
    นพ. ภาสกร ถาวรนันท์
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    การผ่าตัดต่อมไทรอยด์  1 ข้าง
    การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ 1 ข้าง
    เด็กนอนกรนอันตรายไหม ทำไมถึงเกิดขึ้นพร้อมวิธีแก้ลูกนอนกรน เพื่อพัฒนาการที่สมวัย
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 28 ก.ย. 2569

    ปัญหาการนอนหลับของลูกน้อยเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ไม่ควรละเลย หลายครอบครัวอาจเคยมองว่าการที่เด็กนอนกรนเป็นเรื่องปกติหรือเป็นเพียงอาการเหนื่อยล้าจากการเล่นซน แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการลูกนอนกรน หายใจแรง ครืดคราด อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะทางเดินหายใจส่วนบนอุดกั้น และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยจะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ การเรียนรู้ และสุขภาพในระยะยาวของเด็กได้ บทความนี้จะพาไปไขข้อสงสัยว่าอาการนอนกรนเกิดจากอะไร เป็นอันตรายหรือไม่ และมีแนวทางการดูแลรักษาอย่างไรเพื่อให้ลูกน้อยมีคุณภาพการนอนหลับที่ดี

     

    ลูกนอนกรนเกิดจากอะไร สาเหตุที่พ่อแม่ต้องรู้

    เด็กนอนกรนเกิดจากอะไร

    อาการนอนดิ้นนอนกรน นอนอ้าปากหายใจในเด็ก เกิดจากการที่ทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบลง จนเกิดความลำบากในการหายใจผ่านทางจมูก หากรุนแรงจะทำให้ลมหายใจที่ผ่านเข้าไปเกิดการสั่นสะเทือนจนเกิดเป็นเสียงหายใจเข้าที่ดังขึ้น โดยสาเหตุที่ทำให้เด็กนอนกรนสามารถแบ่งได้ดังนี้

    • ต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต: เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย มักเกิดจากการอักเสบซ้ำ ๆ จากโรคภูมิแพ้โพรงจมูกหรือการอักเสบบ่อย ๆ ทำให้ต่อมเหล่านี้โตขึ้นจนไปขัดขวางทางเดินหายใจ
    • โครงสร้างทางเดินหายใจ: เด็กบางคนอาจมีโครงสร้างกระดูกใบหน้าผิดปกติ เช่น ขากรรไกรบนหรือล่างเล็ก, ลิ้นโต, เพดานปากยกสูง ซึ่งส่งผลให้ช่องทางเดินหายใจส่วนบนแคบกว่าปกติ
    • โรคภูมิแพ้จมูก: ทำให้เยื่อบุจมูกบวม มีน้ำมูกคั่งค้าง ส่งผลให้ลูกนอนหายใจได้ไม่สะดวก
    • ภาวะน้ำหนักตัวเกิน: ไขมันที่สะสมบริเวณลำคออาจไปกดทับทางเดินหายใจช่องคอ ทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้

    เด็กทารกนอนกรน หายใจแรง ผิดปกติหรือไม่

    สำหรับผู้ปกครองที่พบว่าเด็กทารกนอนดิ้น หายใจแรง หายใจเสียงดัง ตื่นนอนบ่อยครั้ง ย่อมต้องมีความวิตกกังวลไม่มากก็น้อย โดยทั่วไปเราทราบกันดีว่าทารกอาจเกิดความกังวลใจ โดยปกติแล้วโครงสร้างทางเดินหายใจของทารก มีโครงสร้างทางเดินหายใจที่เล็กกว่าผู้ใหญ่ หากมีน้ำมูก คัดแน่นจมูก มีเสมหะตกค้างอยู่ในคอ จะทำให้เวลาหายใจเกิดเสียงดังครืดคราดได้ ง่าย

    พบว่าซึ่งอาการเด็กนอนหายใจแรงในลักษณะนี้ ส่วนมากมักไม่ใช่ความผิดปกติที่รุนแรงและถาวร มักจะดีขึ้นเมื่อโตขึ้นเพราะทางเดินหายใจขยายตัว แต่อย่างไรก็ตาม ควรหมั่นสังเกต การนอนของลูกอาการร่วมอื่น ๆ หากลูกมีอาการหายใจผิดปกติขณะนอนหลับ ที่รุนแรงขึ้นและต่อเนื่องนานเป็นเดือนเป็นปีลำบากร่วมด้วย ควรรีบปรึกษาแพทย์

    สัญญาณเตือน เด็กนอนกรนอันตรายไหม สังเกตได้อย่างไร

    เด็กส่วนหนึ่งมีอาการนอนกรนได้ โดยเฉพาะในช่วงอายุก่อนวัยเรียนและวัยอนุบาล แต่ปัจจุบันพบบ่อยขึ้น และรุนแรงมากขึ้นหากสังเกตได้ว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (obstructive sleep apnea OSA) หากพบว่าลูกหายใจติดขัดเวลานอน ชอบนอนคว่ำ หายใจสะดุด,หายใจเฮือก มีการหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ลุกมาทั้งหลับหรือลุกมาร้องให้บ่อยๆ ถือเป็นสัญญาณที่อันตราย

    นอกจากนี้ พ่อแม่ควรสังเกตพฤติกรรมในตอนกลางวัน หากลูกมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป เช่น ก้าวร้าว ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ หงุดหงิดง่าย สมาธิสั้น เหม่อลอย ขี้ลืม หรือผลการเรียนแย่ลง ซึ่งอาจเป็นผลพวงมาจากการที่มีปัญหาการหายใจแล้วทำให้สมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอในขณะหลับหรือไม่ ทำให้เด็กนอนพักผ่อนไม่เพียงพอจนกระทบต่อพฤติกรรมระหว่างวันและอาจพัฒนาเป็นโรคสมาธิสั้นได้ ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการประเมินและรักษา

    ภาวะแทรกซ้อน

    หากปล่อยให้เด็กมีอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ เช่น

    • ระบบหัวใจและหลอดเลือด: การขาดออกซิเจนเรื้อรังส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และอาจทำให้หัวใจซีกขวาต้องทำงานหนักกว่าปกติจนเกิดภาวะหัวใจโตได้
    • ปัญหาสุขภาพฟันและโครงสร้างใบหน้า:  แม้ความผิดปกติของโครงสร้างใบหน้าจะทำให้หายใจลำบากได้ แต่การที่เด็กต้องอ้าปากหายใจเป็นเวลานานอาจส่งผลให้โครงสร้างใบหน้าเปลี่ยนไป เช่น คางถอยร่น ฟันบนยื่น ฟันซ้อนเก หรือเพดานปากสูง และมักอ้าปากอยู่บ่อยครั้งในช่วงตื่น
    • ปัสสาวะรดที่นอน: ภาวะหยุดหายใจขณะหลับส่งผลต่อระบบประสาทและการหลั่งฮอร์โมนที่ควบคุมการปัสสาวะในตอนกลางคืน จึงทำให้ปัสสาวะรดที่นอนได้แม้อายุมากกว่า4-5 ปีแล้ว
    • การเจริญเติบโตไม่สมวัย ทั้งตัวเตี้ยกว่าเกณฑ์และน้ำหนักขึ้นได้ช้า
    • การเรียนรู้ไม่เต็มศักยภาพ อารมณ์และพฤติกรรมไม่เหมาะสม มีปัญหาการเลี้ยงดู
    • โรคสมาธิสั้น

    การตรวจวินิจฉัยภาวะนอนกรนในเด็ก

    เนื่องจากสาเหตุเป็นไปได้หลายอย่าง แพทย์จะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อหาแนวทางรักษาที่เหมาะสม ดังนี้

    1. ตรวจคัดกรอง แพทย์จะทำการตรวจสอบประวัติสาเหตุและ ซักถามเพิ่มเติม ตรวจร่างกาย เอกซเรย์ หากพบว่าเด็กมีภาวะเสี่ยงของโรคจะทำการเอกซเรย์ในรายที่พบข้อสงสัย  อาจพิจารณาทดสอบภูมิแพ้,ตรวจเลือด,ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพิ่มเติม
    2. ตรวจ Sleep Test เป็นการทดสอบและบันทึกการทำงานของร่างกายขณะนอนหลับข้ามคืนในโรงพยาบาล พร้อมผู้ปกครองเพื่อประเมินสุขภาพการนอนหลับ และความผิดปกติ ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญการนอนหลับ

    รักษาภาวะเด็กนอนกรนด้วยการผ่าตัดต่อมทอนซิลความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจและต่อมอะดีนอยด์

    วิธีรักษาลูกนอนกรน

    ในกรณีที่อาการนอนกรนมีสาเหตุหลักจากต่อมทอนซิลหรือ ต่อมอะดีนอยด์โต (Hypertrophy of Adenoid and Tonsils) แพทย์จะพิจารณาการรักษา ตามความรุนแรง มีทั้งการใช้ยา, การผ่าตัด หากต้องผ่าตัด การใช้เครื่องช่วยแรงดันบวก (PAP) ในเด็กโต ส่วนการผ่าต่อมทอลซิลจะทำผ่านทางช่องปาก สำหรับต่อมอะดีนอยด์ที่อยู่ด้านหลังโพรงจมูก แพทย์จะใช้เครื่องมือพิเศษผ่านทางจมูกและช่องปาก และผู้ป่วยจะต้องดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ หลังผ่าตัดแพทย์จะให้นอนรอดูอาการในห้องพักฟื้นและมักให้พักค้างที่โรงพยาบาลอย่างน้อย  1 คืน แต่หากมีความเสี่ยงทางสุขภาพ เช่น มีหยุดหายใจรุนแรงผอมมาก, อ้วนมาก, หัวใจผิดปกติ, หรือโรคร่วมอื่นๆ อาจพิจารณาให้สังเกตอาการใกล้ชิดในหออภิบาลผู้ป่วยหนักหลังผ่าตัดอย่างน้อย 1 วัน

    หลายครอบครัวอาจกังวลเรื่องระบบภูมิคุ้มกันหากตัดต่อมเหล่านี้ทิ้ง ในความเป็นจริง ปัจจุบันเด็กได้รับวัคซีนป้องกันโรคครบถ้วน หน้าที่ในการดักจับเชื้อโรคของต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์จึงลดบทบาทลง และยังมีต่อมน้ำเหลืองบริเวณโคนลิ้นและผนังคอที่สามารถทำหน้าที่ดักจับเชื้อโรคทดแทนได้เต็มประสิทธิภาพ จึงไม่ต้องกังวลว่าเด็กจะป่วยง่ายขึ้นหลังการผ่าตัด 

    ข้อดีของการรักษาด้วยการผ่าตัดต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต

    การผ่าตัดต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์ ในรายที่มีต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต จะช่วยรักษาการอุดตันของทางเดินหายใจในขณะหลับได้ 75 – 100% มีการศึกษาว่าการตัดต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์ส่งผลดีต่อเด็กในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น

    • คุณภาพการนอนหลับของเด็กดีขึ้น
    • สุขภาพและพฤติกรรมของเด็กดีขึ้น
    • การควบคุมการทำงานของสมองดีขึ้น
    • การทำงานของกล้ามเนื้อมัดเล็ก ๆ และสมาธิดีขึ้น
    • โดยรวมแล้ว เด็กมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

    การดูแลหลังผ่าตัดเพื่อคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้น

    สิ่งที่คนไข้และผู้ปกครองต้องดูแลภายหลังการผ่าตัดคือ

    • ระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหารที่จะทำให้เกิดการระคายคอ แสบ และเจ็บแผลได้
    • ในช่วง 5 – 7 วัน แพทย์จะให้รับประทานเป็นอาหารเหลวและเย็น เช่น ไอศกรีม โยเกิร์ต น้ำหวาน เวลากลืนจะไม่ค่อยเจ็บเหมือนรับประทานของร้อน เพราะถ้าโดนความร้อนแล้วเส้นเลือดอาจขยายตัวจุดที่ผ่าตัดไว้อาจทำให้เลือดออกได้
    • เข้าสัปดาห์ที่ 2 อาการเจ็บจะน้อยลง แพทย์จะเริ่มให้รับประทานอาหารอ่อน ๆ เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก แต่ให้รับประทานที่อุณหภูมิห้องได้ ยังห้ามรับประทานของร้อนหรือของแข็ง
    • แพทย์จะนัดคนไข้เพื่อติดตามอาการในสัปดาห์แรกหลังการผ่าตัดเพื่อตรวจแผลและนัดติดตามอาการในอีก 2 เดือนเพื่อดูเรื่องการนอนหลับในเด็กว่าดีขึ้นหรือไม่
    • รับประทานยาตามแพทย์สั่งให้ครบถ้วน

    แนวทางอื่น ๆ ในการรักษาภาวะเด็กนอนกรน

    ในรายที่มีปัญหาสุขภาพด้านอื่น ๆ ไม่สามารถผ่าตัดได้ แพทย์อาจพิจารณาและแนะนำแนวทางการรักษาอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละราย ดังนี้

    • การใช้ยารักษา: ในรายที่อาการไม่รุนแรงหรือมีสาเหตุจากภูมิแพ้ แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาพ่นจมูกกลุ่มสเตียรอยด์ หรือยาแก้แพ้ เพื่อลดอาการบวมของเยื่อบุทางเดินหายใจและต่อมน้ำเหลือง
    • การใช้เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก (CPAP): สำหรับเด็กโตที่มีปัญหาสุขภาพด้านอื่นที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ การใช้เครื่อง CPAP เพื่อเป่าลมผ่านหน้ากากขณะหลับ จะช่วยรักษาการอุดกั้นของทางเดินหายใจได้ ทั้งนี้ขึ้นกับความร่วมมือของเด็ก
    • การขยายขากรรไกรทางทันตกรรม: ในเด็กที่มีโครงสร้างขากรรไกรแคบ ทันตแพทย์อาจใช้เครื่องมือพิเศษเพื่อขยายขากรรไกร ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ของทางเดินหายใจบริเวณช่องคอให้กว้างขึ้น

    วิธีแก้ลูกนอนกรนเบื้องต้นที่บ้าน

    หากพบว่าลูกมีอาการนอนกรน พ่อแม่สามารถนำวิธีแก้ลูกนอนกรนไปปรับใช้เบื้องต้นเพื่อช่วยบรรเทาอาการได้ ดังนี้

    • ปรับท่านอน: แนะนำให้เด็กนอนตะแคง หรือหนุนศีรษะให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อเปิดทางเดินหายใจให้โล่ง และป้องกันไม่ให้โคนลิ้นตกลงไปอุดกั้นทางเดินหายใจ
    • จัดการสภาพแวดล้อมในห้องนอนและลดสารภูมิแพ้: ดูแลบ้านให้สะอาดทำความสะอาดห้องนอน สม่ำเสมอซักผ้าปูที่นอนเป็นประจำ ทุกสัปดาห์ดูดฝุ่น ใช้เครื่องกรองอากาศ เก็บของที่สะสมฝุ่นออกไปและหลีกเลี่ยงการวางตุ๊กตาที่มีขนไว้บนเตียงเพื่อลดสารก่อภูมิแพ้ ประเภทไรฝุ่น ไม่เปิดแอร์เย็นเกินไป
    • หลีกเลี่ยงฝุ่น PM 2.5  ควันจากการเผาไหม้ , กลิ่นจากสารเคมี ในระหว่างวัน 
    • เปิดบ้านและห้องนอนให้อากาศถ่ายเท เป็นระยะๆ ตามความเหมาะสม
    • ควบคุมน้ำหนัก: ในกรณีที่เด็กมีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ ควรปรับโภชนาการให้เหมาะสมและส่งเสริมการออกกำลังกาย และอาจพิจารณาพบแพทย์ด้านต่อมไร้ท่อและโภชนาการ ร่วมดูแล
    • การล้างจมูก: สำหรับทารกหรือเด็กเล็กที่มีน้ำมูกคั่งค้างควรหยดน้ำเกลือหรือล้างจมูกอย่างเหมาะสมภายใต้คำแนะนำของแพทย์จะช่วยล้างคราบน้ำมูกและเคลียร์ทางเดินหายใจให้โล่งขึ้นได้

    ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมดูแลทุกปัญหาการนอนหลับของเด็ก

    การเจริญเติบโตที่สมวัยเริ่มต้นจากการนอนหลับที่มีคุณภาพ ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลกรุงเทพ มีความพร้อมในการให้บริการรักษาการนอนหลับและนอนกรนในเด็กอย่างครบวงจร โดยทีมกุมารแพทย์เฉพาะทางและแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การนอนหลับ พร้อมเทคโนโลยี Sleep Test และการผ่าตัดที่ทันสมัย เพื่อให้ลูกน้อยของคุณกลับมามีการนอนหลับที่ดีและพัฒนาการที่สมวัย

    สรุปบทความ

    อาการเด็กนอนกรนไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่าน โดยเฉพาะหากมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย เพราะอาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการทางสมองและการเจริญเติบโต การหมั่นสังเกตอาการ และพามาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง จะช่วยให้เด็กได้รับการรักษาที่ตรงจุดและเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ


    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับปัญหาเด็กนอนกรน

    1. ทารกแรกเกิดหายใจเร็วอันตรายไหม?

    โดยปกติทารกแรกเกิดจะมีอัตราการหายใจเร็วกว่าผู้ใหญ่ (ประมาณ 40-60 ครั้งต่อนาที) แต่หากทารกหายใจเร็วหอบจนหน้าอกบุ๋ม ปีกจมูกบาน หรือริมฝีปากเขียว ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที

    2. ทารก 1-3 เดือนนอนกรนอันตรายไหม?

    หากวัยทารก 1 – 3 เดือนนอนกรน แต่ยังร่าเริง กินนมได้ปกติ น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ มักไม่อันตราย สามารถดูแลโดยการใช้น้ำเกลือหยดจมูกเพื่อล้างทางเดินหายใจเบื้องต้นได้

    3. หากทารก 5 เดือนนอนกรนเสียงดังขึ้น ควรทำอย่างไร?

    หากลูกยังมีอาการนอนกรนเสียงดัง ร่วมกับอาการนอนกระสับกระส่าย หายใจสะดุด หรือตื่นมาร้องไห้บ่อย ๆ กลางดึก ควรปรึกษากุมารแพทย์

    4. การผ่าตัดต่อมทอนซิลจะทำให้เด็กป่วยง่ายขึ้นหรือไม่?

    ไม่เป็นความจริง ปัจจุบันเด็กได้รับวัคซีนป้องกันโรคพื้นฐานครบถ้วน และยังมีต่อมน้ำเหลืองบริเวณอื่นทำหน้าที่ดักจับเชื้อโรคทดแทนได้เต็มประสิทธิภาพ การผ่าตัดจึงไม่ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันโดยรวมของเด็กตัวเล็ก ๆ

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. ภาสกร ถาวรนันท์

    โสต ศอ นาสิกวิทยา

    นพ. ภาสกร ถาวรนันท์

    โสต ศอ นาสิกวิทยา

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์หู คอ จมูก

    ชั้น 2 อาคาร B โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดให้บริการ
    วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.00 - 19.00 น.
    วันเสาร์ - วันอาทิตย์ เวลา 08.00 - 16.00 น.

    0 2310 3010

    1719

    [email protected]

    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    การผ่าตัดต่อมไทรอยด์  1 ข้างการผ่าตัดต่อมไทรอยด์  1 ข้าง
    การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ 1 ข้าง

    214,000 บาท

    225,000 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจผ่าตัดศูนย์หู คอ จมูกแพ็กเกจผ่าตัดศูนย์หู คอ จมูก
    แพ็กเกจผ่าตัดศูนย์หู คอ จมูก

    157,000 - 375,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ไซนัสอักเสบ ดูแลอย่างไรไม่ให้รุนแรง Image
    ไซนัสอักเสบ ดูแลอย่างไรไม่ให้รุนแรง
    หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci XI กับโรคหู คอ จมูก Image
    หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci XI กับโรคหู คอ จมูก
    WATCH-PAT ตรวจเช็กคุณภาพการนอนที่บ้าน Image
    WATCH-PAT ตรวจเช็กคุณภาพการนอนที่บ้าน
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ